CEO ARTICLE

มรดกเลือด


Follow Us :

    

“ด่วน ตำรวจปราบจราจลบุกเข้าในมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิค ฮ่องกง”

เช้ามืดวันจันทร์ที่ 18 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา ข่าวการต่อสู้ระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่รัฐในฮ่องกงกลายเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมา
เสียงระเบิด เปลวไฟ และการบาดเจ็บเกิดขึ้นอย่างหนักโดยยังไม่มีข่าวการเสียชีวิต
ตลอดสัปดาห์ก่อนหน้า กลุ่มผู้ประท้วงได้แบ่งเป็นกลุ่มย่อยกระจายปิดถนน ปิดโรงเรียน ปิดมหาวิทลัย มีการขว้างปาก้อนหิน และเผาทำลายอาคารต่าง ๆ ทั้งในเขตเศรษฐกิจและเขตที่อยู่อาศัย
เป้าหมายเพื่อทำลายเศรษฐกิจของฮ่องกงซึ่งเป็นการทำลายประเทศตนเอง
นักศึกษาจีนหนีกลับประเทศจีนจำนวนมาก สถานการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นว่า วาทกรรมที่โจชัวหว่องแกนนำการประท้วงได้ให้สัมภาษณ์ไว้ถูกจุดติด
“เราอยากเห็นฮ่องกงเป็นอิสระจากการถูกปกครองโดยเผด็จการ”
คำพูด คำให้สัมภาษณ์ และการเดินสายดึงต่างชาติให้เข้าแทรกแซงของแกนนำถูกจุดติดกลายเป็นอุดมการณ์
คนรุ่นใหม่ในฮ่องกงแบกรับอุดมการณ์นั้น รวมตัวเป็นกลุ่มย่อยกระจายก่อเหตุเป็นทอด ๆ มีการแต่งชุดดำ สวมหน้ากาก ปิดหน้า เข้าทำลายทุกสิ่งทุกอย่างตามที่กลุ่มย่อยเห็นจนคุมไม่อยู่
ทั้ง ๆ ที่รัฐมีคำสั่งห้ามสวมหน้ากาก แต่การไม่ยอมรับอำนาจรัฐก็ยังเกิดขึ้น
แล้วในวันที่ 18 พ.ย. 62 ศาลสูงฮ่องกงก็ตัดสินว่า คำสั่งห้ามผู้ชุมนุมสวมหน้ากากของรัฐบาล ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อสลายการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยนานหลายเดือนในเมืองนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ (เอเอฟพี)
การไม่ยอมรับอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมที่มีรุนแรง แต่หากอำนาจนั้นให้ประโยชน์ต่อตนกลับยอมรับ
การตัดสินของศาลครั้งนี้จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะสร้างความยินดีต่อกลุ่มผู้ชุมนุม
เมื่ออุดมการณ์ถูกถ่ายโอนไปสู่ฝูงชน บทบาทของแกนนำก็ค่อย ๆ หายไป ชื่อของโจชัวหว่องลดบทบาทลงเพียงรอดูผลที่จะตามมาจากฝูงชนที่คุมไม่อยู่

จากการติดตามสื่อต่าง ๆ ทำให้เห็นว่า สหรัฐมีท่าทีอยู่เบื้องหลังกลุ่มผู้ประท้วง มีความพยายามยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว และมีข่าวว่าสหรัฐกำลังออกร่างกฎหมายเข้าแทรกแซงฮ่องกงจริง ๆ ในชื่อ Hong Kong Human Rights and Democracy Act
พรบ. นี้ว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในฮ่องกง
หากข่าวของ พรบ. นี้เป็นเรื่องจริงและมีผลบังคับใช้ตามข่าว สหรัฐก็อาจใช้อำนาจจากกฎหมายนี้เข้าแทรกแซงฮ่องกงด้วยกำลังทหารเหมือน ๆ กับที่เคยเข้าแทรกแซงเกาหลี เวียตนาม ลาว ลิเบีย และซีเรียมาแล้ว (ไพศาล พืชมงคล)
ขณะที่จีนยังนิ่งสงบด้วยท่าทีไม่ยินยอมจนยากต่อการคาดเดาว่า ความรุนแรงที่ทวีขึ้นเรื่อย ๆ ในฮ่องกงจะนำไปสู่สงครามระหว่างประเทศหรือไม่ ???
ประเด็นนี้มีแต่คนเฝ้าติดตาม
ในแง่มุมของประวัติศาสตร์ ฮ่องกงเป็นของจีนแต่เคยถูกยึดโดยญี่ปุ่นและอังกฤษจากนั้น ก็เปลี่ยนเป็นการเช่าโดยอังกฤษเป็นเวลา 99 ปี
ปี 1997 เป็นปีที่สิ้นสุดการเช่าและอังกฤษก็ส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้จีน
ไม่ว่าจะมองอย่างไร ฮ่องกงก็เป็นของจีน เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ติดตามหลายท่านไม่เข้าใจว่า ทำไมคนรุ่นใหม่ในฮ่องกงจึงลืมรากเหง้า ลืมรากฐาน และลืมวัฒนธรรมของตนเอง
วาทกรรมกลายเป็นอุดมการณ์ ส่วนใหญมักเกิดจากคำพูดของผู้มีชื่อเสียงหรือนักการเมืองทั้งที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง เมื่อจุดติดก็จะส่งกันเป็นทอด ๆ
หากเป็นวาทกรรมที่สร้างความเกลียดชัง อุดมการณ์ที่ถูกส่งต่อกันเป็นทอด ๆ จึงลุกลามสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติที่ไม่ต่างอะไรไปจาก “มรดกเลือด”

ประเทศไทยก็เคยมี “มรดกเลือด” มาก่อน
คนรุ่นใหม่ของไทยในแต่ละยุคก็ต้องการการเปลี่ยนแปลง คนมีชื่อเสียงและนักการเมืองทั้งในอดีตและปัจจุบันต่างก็พยายามก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
มีวาทกรรม มีอุดมการณ์ แกนนำไร้ร่องรอยทิ้งไว้แต่เพียง “มรดกเลือด” ม็อบที่บ้าคลั่งจนคลุมไม่อยู่เข้าทำลายทรัพย์สินทั้งของราชการและเอกชน
มีการดึงต่างชาติ ยึดสนามบิน ยึดสถานที่ราชการ ยึดครองพื้นที่เศรษฐกิจ มีการยิง มีระเบิด มีการเผา มีการบาดเจ็บและล้มตายที่ไม่ต่างจากฮ่องกงในวันนี้
มีการหลงลืมรากเหง้า ลืมรากฐาน และไม่พิจารณาความแตกต่างทางวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ
สถานการณ์ในฮ่องกงวันนี้จึงคล้ายย้อนรอยประเทศไทย แต่ที่ต่างกันคือ ประเทศไทยมี “สถาบัน” และมีคำว่า “จงรักภักดี”
เมื่อความบ้าคลั่งของม็อบจางหายไป คำว่า “จงรักภักดี” ก็กลับขึ้นมา ทุกฝ่ายที่ต่อสู้กันต่างก็ยินยอมเพื่อสถาบันชาติ ศานสน์ กษัตริย์
มรดกเลือดของไทยในอดีตจึงผ่านวิกฤติเหล่านั้นมาได้จนถึงวันนี้
ตรงกันข้ามกับฮ่องกงที่ไม่มีการปลูกฝังคำว่า “สถาบัน” ไม่ได้คำว่า “จงรักภักดี” จึงไม่มีใครคาดเดาว่า ความเสียหายและจุดจบของฮ่องกงจะไปลงที่จุดใด
แต่แล้ววันนี้ การเมืองไทยก็ดูจะร้อนแรงขึ้น ความขัดแย้ง วาทกรรม อุดมการณ์ก็ดูคล้าย ๆ จะก่อตัวขึ้นอีกและดูคล้าย ๆ จะกลับไปย้อนรอยฮ่องกงที่กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ
การห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตายของนักการเมืองจนถึงขั้นไม่ยอมรับอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการก็ดูคล้าย ๆ จะย้อนกลับมา
หลายท่านมองว่า ไทยผ่านวิฤติแบบนี้มามากแล้ว อุดมการณ์ไม่มีทางกลายเป็น “มรดกเลือด” ให้ฝูงชนบ้าคลั่งจนไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลในทุก ๆ สถานการณ์
แต่หลายท่านก็วิตกว่า “มรดกเลือด” อาจหมุนวนกลับมาอีก
ต่าง ๆ นานาของมุมมองนี้จึงเป็นเรื่องของวิสัยทัศน์แต่ละคน เป็นเรื่องของความรู้ ความเข้าใจ และเป็นเรื่องของการยอมรับความเป็นไทยที่มีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ของตน
เมื่อใดที่นักการเมืองไทยหยุดการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ หยุดการให้ข้อมูลด้านเดียว เมื่อนั้น “มรดกเลือด” ก็คงไม่ย้อนกลับมาอีกอย่างแน่นอน
เมื่อใดที่ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการเมืองมากขึ้น มองข่าวเท็จ มองข้อมูลด้านเดียวออก ไม่ตกเป็นเครื่องมือนักการเมือง เมื่อนั้น “มรดกเลือด” ก็คงไม่ย้อนกลับมาอีกเช่นกัน

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร

Dr. Sitthichai  Chawaranggoon
Dr. Sitthichai ChawaranggoonChief Executive Officer (CEO) - S.N.P. GROUP

Logistics

CCA (Cargo Charges Correction Advice) ในการขนส่งสินค้าทางอากาศคืออะไร

ใบตราส่งสินค้าทางอากาศแต่ละใบ (AWB) มีข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับสินค้าและรายละเอียดการติดต่อของผู้จัดส่ง-ผู้รับสินค้า หากสินค้าถูกส่งออกไปจากสนามบินต้นทางแล้ว แต่เรามาพบว่าข้อมูลของผู้รับในใบตราส่งสินค้าผิด, วิธีการชำระเงิน, รายละเอียดสินค้า หรือ รหัสปลายทางของสนามบินไม่ถูกต้อง ฯลฯ เราควรทำอย่างไร

หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น เราต้องใช้วิธีแจ้งต้นทางทำ CCA (ขอแก้ไขข้อมูลใน AWB) ซึ่งสมัยก่อนถูกทำผ่านการโทรเลข แต่ปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยการส่งผ่านอีเมล์

CCA (Cargo Charges Correction Advice) จะต้องแจ้งสายการบินต้นทางเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้รับก่อนที่เที่ยวบินจะมาถึงปลายทาง ค่าธรรมเนียมในการทำ CCA ที่เรียกเก็บโดยสายการบินต่างๆนั้น อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าไม่ใช่สินค้าทั้งหมดที่สามารถทำ CCA ได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับข้อกำหนด/วัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันของกรมศุลกากรและสรรพสามิตของแต่ละประเทศ เช่น IST (อิสตันบูล) GRU (เซาเปาโล) ไม่สามารถแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลบน AWB โดยการทำ CCA ดังนั้นหากมีสินค้าที่ส่งไปยังปลายทางดังกล่าว เราจะต้องตรวจสอบเนื้อหาของใบตราส่งสินค้าอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสีย/ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

กรณีพบข้อผิดพลาดใด ๆ เกี่ยวกับใบตราส่งสินค้าหลังจากที่สินค้าส่งออกมาแล้ว เราควรติดต่อกับตัวแทนเพื่อทำ CCA ในการขอแก้ไขเนื้อหา/รายละเอียดที่ผิดพลาดโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินพิธีการศุลกากรตรวจปล่อยสินค้าที่ปลายทาง ซึ่งหากเสียเวลาในการแก้ไขเอกสารนานก็อาจก่อให้เกิดค่า storage charge จำนวนมาก

ที่มา: http://th.weforwarder.com/info/what-is-cca-in-air-freight-34124193.html

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.