CEO ARTICLE
หาดใหญ่เอาคืน
น้ำท่วมเสียหายหนัก หากชาวหาดใหญ่จะเอาคืนควรทำอย่างไร ?
วันที่ 19 พ.ย. 2568 เป็นวันแรกที่ฝนเริ่มตกทั้งที่มีเครื่องมือต่าง ๆ ตรวจวัดได้
หลังจากนั้น เทศบาลหาดใหญ่มีแถลงว่าเอาอยู่ ชาวหาดใหญ่จึงไม่เตรียมตัว แต่ฝนกลับตกมากขึ้นเรื่อย ๆ น้ำป่าไหลหลากมากขึ้น รุนแรงจนท่วมมิดบ้านเรือนทั้งเมือง ชีวิตสูญเสียไปกับน้ำท่วมนับร้อยคน บ้านเรือน รถยนต์ ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจเสียหายประเมินค่าไม่ได้
ความเสียหายจากภัยธรรมชาติเป็นเรื่องที่พอเข้าใจ แต่ความเจ็บปวดที่ชาวหาดใหญ่รับไม่ได้คือคำแถลงของเทศบาลที่ไม่มีการให้เตรียมตัว ไม่ให้อพยพตั้งแต่แรก และคำว่า “เอาอยู่”
มันเป็นความเจ็บปวดและโกรธแค้นที่ชาวหาดใหญ่หลายคนอยากเอาคืน
เทศบาลอยู่ในฐานะฝ่ายปกครอง หากมองว่า เทศบาลทำหน้าที่ปกครองดีที่สุดแล้ว ความเสียหายเป็นภัยธรรมชาติที่ควรยอมรับ ในมุมนี้ ชาวหาดใหญ่ก็ไม่ควรเอาคืนแต่อย่างใด
แต่หากมองว่า คำแถลงเอาอยู่ ไม่แจ้งถึงอันตราย ไม่สั่งการให้ชาวหาดใหญ่อพยพ ไม่ทำหน้าที่ให้เร็วกว่านี้ มุมนี้ ชาวหาดใหญ่ย่อมโกรธแค้น และอยากเอาคืนเพื่อชดเชยความรู้สึก
2 มุมมองที่ต่างกัน ไม่มีใครตอบได้ว่า มุมไหนถูกกันแน่
แต่ที่แน่ ๆ เทศบาลอยู่ในฐานะฝ่ายปกครอง หากชาวหาดใหญ่จะเอาคืนก็ง่าย ๆ เพียงรวมตัวกันไปร้องศาลปกครองให้พิจารณาว่า การทำหน้าที่ของเทศบาลชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ?
ศาลปกครองใช้ระบบไต่สวนที่ลงมาสอบถามเพื่อหาความจริง หากการไต่สวนแล้วพบว่า เทศบาลทำงานได้เร็ว ได้ดี การแจ้งเตือนถูกต้องแล้ว ชาวหาดใหญ่ก็ควรยอมรับ ไม่ควรเอาคืน
แต่หากเป็นความล่าช้า ละเลย และการทำหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำตอบก็ชัดเจน
ในเมื่อชัดเจน ชาวหาดใหญ่ที่ต้องการเอาคืนก็นำคำตัดสินนี้เป็นหลักฐานฟ้องต่อศาลแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย และฟ้องศาลอาญาเพื่อเอาผิดทางอาญาได้ต่อเทศบาลเป็นลำดับต่อไป
น่าน เชียงราย เชียงใหม่ อยุธยา และพื้นที่อื่นมีน้ำท่วมซ้ำซาก แต่ละพื้นที่มีเครื่องมือตรวจวัด และมีฝ่ายปกครองจากการเลือกตั้งกำกับดูแล หากชาวหาดใหญ่ที่โกรธแค้นจะเอาคืนเรื่องนี้ให้เป็นแบบอย่างก็จะทำให้นักการเมืองท้องถิ่นที่อาสาดูแลประชาชนตระหนักหน้าที่มากยิ่งขึ้น
การเอาคืนก็จะทำให้ทุก ๆ ท้องถิ่นของไทยตื่นตัวในหน้าที่ของตน
ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของเทศบาลต่าง ๆ ในไทยส่วนใหญ่ก็คล้ายกัน
ตัวอย่างเช่น พื้นที่ชุมชนเขตเมืองมีสภาพแอ่งกระทะที่ทำให้น้ำไหลมารวมกันมาก ๆ พื้นที่ส่วนใหญ่มีถนนกั้นทางน้ำ และเมืองที่เติบโตกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำ เป็นต้น
ในเมื่อปัญหาน้ำท่วมขังคล้ายกัน การป้องกันที่พอจะสืบค้นได้ เช่น
1. ทำแก้มลิง
เทศบาลควรสำรวจพื้นที่ไหนทำแก้มลิงได้ให้เร่งทำ หรือเสนอรัฐบาลจัดทำ แก้มลิงจะเป็นพื้นที่รับน้ำที่มีปริมาณมาก ระบายน้ำลงสู่พื้นที่ต่ำกว่าให้ไหลลงสู่แม่น้ำ หรือทะเล
แก้มลิงยังใช้เป็นพื้นที่เก็บน้ำเพื่อประโยชน์ทางการเกษตร และด้านอื่นอีกด้วย
2. เปิดช่องถนน
ปัจจุบัน ทุกพื้นที่มีถนนที่สูงกว่าพื้นที่เดิมมาก ถนนกลายเป็นกำแพงกั้นน้ำให้ท่วมขัง
เทศบาลควรสำรวจถนนเส้นไหนปิดกั้นเส้นทางน้ำ จุดไหนมีสภาพเป็นกำแพงก็ควรเสนอรัฐบาลให้ระเบิดถนนเป็นช่องกว้าง ๆ เพื่อให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก ไม่มีถนนกีดขวาง
ส่วนช่องถนนที่ระเบิดกว้าง ๆ ก็ทำสะพานให้รถยนต์วิ่งข้าม
3. อื่น ๆ
เช่น การขุดอุโมงค์ระบายน้ำ การสร้างคลอง การขุดลอกคลองก่อนหน้าฝนทุกปี การกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ การจัดการขยะอย่างเป็นระบบเพื่อมิให้ขวางทางน้ำ เป็นต้น
ต่าง ๆ ข้างต้นเป็นหน้าที่ของการเมืองทุกท้องถิ่นที่ต้องทำ หากทำครบถ้วนแล้วก็ถือว่าทำหน้าที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่หากละเลยก็ควรให้ศาลปกครองตัดสินว่า ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ?
ประเทศไทยกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่นมานาน นักการเมืองแย่งชิงอำนาจท้องถิ่นมานาน แต่เมื่อมีภัยพิบัติกลับไม่มีท้องถิ่นใดเข้าสู่กระบวนการศาลปกครองเพื่อสร้างบรรทัดฐาน
มหาวิปโยคครั้งนี้จึงอยู่ที่ชาวหาดใหญ่ในฐานะผู้ถูกปกครอง และในฐานะผู้ได้รับความเสียหายจะเอาคืนหรือไม่ และจะทำให้เป็นต้นแบบของการปกครองท้องถิ่นที่ดีหรือไม่เท่านั้น ??
ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
(พื้นที่โฆษณา)
โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน ถูกกฎหมาย
อนุมัติใน 3 วัน ทำสัญญาที่สำนักงานเขตที่ดิน ไม่เช็คบูโร
ติดต่อ https://inno-home.com/loan-lead/
อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/
Date Published : December 2, 2025

Logistics
CAAT เข้มตรวจราคาตั๋วเครื่องบิน ย้ำควบคุมราคาไม่ให้เกินเพดานตามกฎหมาย
CAAT เข้มตรวจราคาตั๋วเครื่องบิน หลังได้รับรายงานกรณียกเลิกตั๋วและขายใหม่ราคาแพง ย้ำควบคุมราคาไม่ให้เกินเพดานตามกฎหมาย
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ตรวจสอบกรณีร้องเรียนว่ามีสายการบินยกเลิกตั๋วของผู้โดยสารแล้วให้ซื้อตั๋วใหม่ในราคาที่สูงกว่าเดิมนั้น CAAT ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที และหากตรวจพบว่าสายการบินเอาเปรียบผู้โดยสาร หรือมีการจำหน่ายบัตรโดยสารเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด CAAT จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
CAAT ย้ำว่า อัตราค่าบริการบัตรโดยสารภายในประเทศทุกเส้นทางอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย สายการบินไม่สามารถจำหน่ายตั๋วเกินเพดานราคาได้ และต้องปฏิบัติตามประกาศอัตราค่าโดยสารสูงสุดที่ CAAT กำหนดไว้เท่านั้น
ในช่วงสถานการณ์ที่ประชาชนจำนวนมากต้องเดินทางไปยังอำเภอหาดใหญ่ ทำให้ตั๋วเครื่องบินบางเที่ยวมีความต้องการสูงเป็นพิเศษ CAAT แนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาบัตรโดยสารระหว่างสายการบินโดยตรง เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม และหากพบราคาเกินเพดานหรือมีพฤติกรรมเอาเปรียบผู้โดยสาร สามารถแจ้งร้องเรียนมายัง CAAT เพื่อดำเนินการตรวจสอบทันที
CAAT ยังพบว่า มีหลายกรณีที่ผู้โดยสารซื้อตั๋วผ่านบริษัทตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ หรือแพลตฟอร์ม Online Travel Agency (OTA) ซึ่ง อยู่นอกเหนือการกำกับดูแลของ CAAT ทำให้ราคาอาจสูงกว่าราคาที่ควบคุมตามกฎหมาย
ดังนั้น CAAT ขอเน้นย้ำว่า ในช่วงที่มีความต้องการเดินทางสูง ควรซื้อบัตรโดยสารโดยตรงกับสายการบินเป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับราคาที่เป็นธรรม อยู่ในกรอบราคาที่ควบคุม และสามารถตรวจสอบได้กรณีเกิดปัญหา
CAAT ยืนยันว่าจะคุ้มครองสิทธิผู้โดยสารอย่างเต็มที่ พร้อมติดตาม ตรวจสอบ และควบคุมราคาบัตรโดยสารไม่ให้เกินเพดาน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการการเดินทางทางอากาศได้อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส
ที่มา: https://www.ten-news.com/caat








Leave a Reply
Want to join the discussion?Feel free to contribute!