CEO ARTICLE

ตลกร้าย 2568

Published on December 30, 2025


Follow Us :

    

อะไรคือตลกร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2568 ?

ปี พ.ศ. 2568 กำลังจะผ่านไป แต่มีเรื่องตลกร้ายที่สำคัญหลายเรื่อง เช่น
วันที่ 28 มี.ค. 2568 ตึก สตง. (สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน) สูง 33 ชั้น ถล่ม
วันนั้นเกิดแผ่นดินไหว 7.7 ตึก สตง. ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างถล่ม ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 95 ราย บาดเจ็บจำนวนมาก ทั้งที่มีตึกมากมาย แต่ทุกตึกปลอดภัย สาเหตุที่เปิดเผยเกิดจากวัสดุไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้คุณภาพ มีการทุจริต และการคดีดำเนินเป็นไปอย่างช้า ๆ ส่วนที่ถือเป็นตลกร้ายเพราะว่า สตง. เป็นหน่วยงานตรวจสอบการใช้เงินแผ่นดิน แต่กลับมีการทุจริตมโหฬาร
วันที่ 18 มิ.ย. 2568 เกิดคลิปลับ “อังเคิล” ที่เปิดจากฝ่ายกัมพูชา
การสนทนาจริงเกิดในวันที่ 15 มิ.ย. 2568 แล้ววันที่ 24 ก.ค. 2568 ก็เกิดการปะทะกัน 5 วันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา สาเหตุเกิดจากผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ที่เป็นตลกร้ายเพราะนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่ควรมาจากคนเก่งที่สุดของประเทศ แต่กลับพลาดท่าถูกแอบอัดเสียง
วันที่ 24 พ.ย. 2568 เกิดน้ำท่วมหาดใหญ่
ผู้เสียชีวิตมากกว่า 126 ราย มีความเสียหายมหาศาล สาเหตุเกิดจากฝนตกหนัก ต่อเนื่องหลายวัน แต่เป็นตลกร้ายเพราะฝ่ายบริหารท้องถิ่นประมาท ใช้คำว่าเอาอยู่ ไม่ตื่นตัว แจ้งเตือนช้าจนชาวบ้านอพยพไม่ทัน น้ำท่วมอย่างรวดเร็ว และสร้างความเสียหายทั่วเมืองมหาศาล
วันที่ 07 ธ.ค. 2568 เกิดสงครามระหว่างไทยกับกัมพูชา
การปะทะที่ยุติชั่วคราวในวันที่ 28 ก.ค. 2568 กลายเป็นสงครามที่ใช้อาวุธหนัก บาดเจ็บล้มตายมาก ความเสียหายมหาศาลจนถึงปลายปี พ.ศ. 2568 ก็ยังไม่สงบ แต่ที่เป็นตลกร้ายเพราะนักการเมืองไทยกลุ่มหนึ่งเอาแต่พูด พูดเอาใจกัมพูชา แต่ไม่เห็นใจทหารไทยที่บาดเจ็บล้มตาย
วันที่ 11 ธ.ค. 2568 สภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ
รัฐบาลนี้จัดตั้งในวันที่ 19 ก.ย. 2568 ด้วยเสียงข้างน้อย และมีข้อตกลงกับฝ่ายค้านให้แก้รัฐธรรมนูญ แต่พอเข้าวาระ 2 ได้รับเสียงสนับสนุนไม่พอ ฝ่ายค้านไม่พอใจ เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลจึงชิงยุบสภาฯ แต่ที่เป็นตลกร้ายเพราะการยุบสภาฯ ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามที่นักการเมืองทุกฝ่ายควรร่วมกันมุ่งป้องกันประเทศมากกว่ามุ่งชิงความได้เปรียบทางการเมือง

ตลกร้ายในปี พ.ศ. 2568 ยังมีอีกมาก แต่เรื่องใดคือตลกที่ร้ายที่สุด ?
หากพิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ สตง. จะเป็นองค์กรอิสระ แต่การทุจริตที่ลุกลามในประเทศมากขึ้นล้วนถอดแบบมาจากการเมืองที่ไม่โปร่งใส และแม้น้ำท่วมหาดใหญ่จะเป็นภัยธรรมชาติ แต่เพราะนักการเมืองขาดความรู้ ขาดความสามารถจนไปซ้ำเติมความเสียหายให้หนักมากยิ่งขึ้น
ทั้ง 2 เรื่องหนีไม่พ้นการเมือง เมื่อรวมกับคลิปลับ การปะทะ สงครามปลายปีจนถึงการยุบสภาฯ ทุกเรื่องดูเป็นตลกร้าย และเป็นตลกร้ายที่ดูอย่างไรก็วนเวียนอยู่กับนักการเมือง
ความขัดแย้งไทยกับกัมพูชาเกิดจากการแย่งพื้นที่ ไทยยึดแผนที่ 1 ต่อ 50,000 แต่กัมพูชายึด 1 ต่อ 200,000 นักการเมืองชอบการเจรจา แต่เจรจาให้ตายก็ไม่รู้เรื่องจนลุกลามเป็นสงคราม
ทหารทำสงคราม บาดเจ็บ ล้มตาย แต่นักการเมืองกลุ่มหนึ่งอยากให้กลับมาเจรจา
ทหารยึดหลัก “ชนะโดยไม่ต้องรบคือสิ่งที่ดีที่สุด แต่หากจะรบก็ต้องชนะก่อนจึงค่อยเจรจาอย่างผู้ชนะ” แต่นักการเมืองกลุ่มหนึ่งกลับเรียกร้องให้เจรจาระหว่างการรบที่ยังไม่รู้แพ้ รู้ชนะ
หากเจรจาจริง สุดท้ายก็กลับมาขัดแย้ง 1 ต่อ 50,000 และ 1 ต่อ 200,000 เหมือนเดิม
นักการเมืองเป็นกลุ่มเดียวที่คิดว่าตนเองเก่ง มีความซื่อสัตย์ และมีภาวะผู้นำมากที่สุดเพื่อนำความสุขมาสู่ประชาชน แต่กลับเป็นกลุ่มเดียวที่ทำให้การทุจริตยังอยู่ เป็นกลุ่มเดียวที่ทำให้แผนป้องกันน้ำท่วมทั่วประเทศไร้ประสิทธิภาพ มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกัมพูชา มีคลิปลับ และนักการเมืองบางคนเป็นฉนวนให้เกิดสงคราม และนั่งดูโดยไม่ร่วมมือป้องกันประเทศในระหว่างสงคราม
นักการเมืองจึงเป็นตลกร้ายที่สุดของปี พ.ศ. 2568 เป็นตลกร้ายที่เลือกโดยประชาชนด้วยความไม่รู้ เป็นตลกร้ายที่ทำให้ประชาชนขำไม่ออก มีเพียงน้ำตาและความทุกข์ยากบนใบหน้า
ปี พ.ศ. 2568 กำลังจะหมดไป ผู้เขียนและคณะผู้จัดทำบทความขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์โปรดดลบันดาลให้นักการเมืองที่เป็นตลกร้ายหายไปจากสังคมไทย ให้สิ่งเลวร้ายหมดไป ขอให้ทุกท่านมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรงตลอดไป และได้นักการเมืองที่ดีในปี พ.ศ. 2569 ด้วยเทอญ.
สวัสดีปีใหม่ 2569

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร

(พื้นที่โฆษณา)
โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน ถูกกฎหมาย
อนุมัติใน 3 วัน ทำสัญญาที่สำนักงานเขตที่ดิน ไม่เช็คบูโร
ติดต่อ https://inno-home.com/loan-lead/

อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/

Date Published : December 30, 2025

Logistics

จีนประกาศดำเนินงาน “ศุลกากรแบบพิเศษทั่วเกาะไห่หนาน” อย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้เปิดดำเนินงาน “ศุลกากรแบบพิเศษทั่วทั้งเกาะไห่หนาน” อย่างเป็นทางการ ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีไห่หนาน (Hainan Free Trade Port : Hainan FTP) นับเป็นก้าวสำคัญของยุทธศาสตร์การเปิดประเทศยุคใหม่ และเป็นครั้งแรกที่จีนยกระดับการปฏิรูปจากการทดลองเฉพาะพื้นที่ ไปสู่การปรับโครงสร้างเชิงระบบครอบคลุมทั้งเกาะ

รัฐบาลจีนระบุว่าโครงการ Hainan FTP เป็นการ “เปิดประเทศในระดับที่สูงขึ้น” ผ่านการจัดตั้งเขตศุลกากรพิเศษที่มีขอบเขตการกำกับดูแลชัดเจน โดยกำหนดให้ไห่หนานกลายเป็นพื้นที่ “ในประเทศแต่เสมือนอยู่นอกเขตศุลกากร” เพื่อรองรับการไหลเวียนของสินค้า เงินทุน เทคโนโลยี และบริการจากทั่วโลก

โครงการ Hainan FTP ดำเนินงานตามแนวคิด “นำเข้าเสรี ควบคุมเมื่อเข้าแผ่นดินใหญ่ และค้าขายเสรีภายในเกาะ” โดยมีสาระสำคัญคือ การค้าระหว่างไห่หนานกับต่างประเทศจะมีขั้นตอนและต้นทุนต่ำลง ขณะที่การนำสินค้าเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวดและมีเป้าหมายชัดเจน ส่วนภายในเกาะ ไห่หนานจะมีระบบเศรษฐกิจที่เปิดกว้างต่อการหมุนเวียนปัจจัยการผลิตอย่างเสรีกว่าพื้นที่อื่นของประเทศ

หัวใจสำคัญของการปิดด่านศุลกากร คือการปรับโครงสร้างภาษีและการค้า โดยรัฐบาลจีนได้ขยายขอบเขตสินค้านำเข้าที่ได้รับสิทธิ “อัตราภาษีศุลกากรเป็นศูนย์” จากเดิมราว 1,900 พิกัด เป็นประมาณ 6,600 พิกัด คิดเป็นร้อยละ 74 ของพิกัดศุลกากรทั้งหมด สินค้าที่นำเข้าไห่หนานสามารถหมุนเวียนภายในเกาะโดยไม่เสียภาษีนำเข้า และหากผ่านกระบวนการแปรรูปจนมีมูลค่าเพิ่มตามเกณฑ์ ยังสามารถส่งเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่โดยได้รับการยกเว้นภาษีเพิ่มเติม สะท้อนทิศทางนโยบายของรัฐบาลจีน ในการดึงกิจกรรมการแปรรูป โลจิสติกส์ และการค้าบริการกลับมาอยู่ในประเทศ

ในภาพรวมเชิงโครงสร้าง การปิดด่านศุลกากรไห่หนานสะท้อนการปรับทิศทางเศรษฐกิจจีนจากการพึ่งพาการผลิตเชิงปริมาณและการส่งออกแบบดั้งเดิม ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยมูลค่าเพิ่ม นวัตกรรม และ การเชื่อมโยงเชิงสถาบันกับเศรษฐกิจโลก โดยใช้ไห่หนานเป็นพื้นที่นำร่องในการปรับกฎระเบียบด้านการลงทุน การค้าบริการ การเงิน และการบริหารภาครัฐให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกที่เผชิญแรงกดดันจากมาตรการกีดกันทางการค้า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานโลก การเดินหน้าโครงการ Hainan FTP จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลจีนต้องการยืนยันว่า การเปิดประเทศยังคงเป็นนโยบายหลัก และ พร้อมใช้กลไกเชิงสถาบันเพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุนภาคธุรกิจ และรองรับการย้ายฐานการผลิตและการลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง การแพทย์ การท่องเที่ยวระดับพรีเมียม เศรษฐกิจดิจิทัล และการค้าข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของเศรษฐกิจจีนในระยะยาว

ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย

สำหรับประเทศไทย โครงการ Hainan FTP มีนัยสำคัญทั้งในเชิงโอกาสและความท้าทาย ไห่หนานอาจกลายเป็นประตูสำคัญในการนำสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีน ภายใต้ต้นทุนภาษีที่ลดลงและขั้นตอนทางการค้าที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ไห่หนานเป็นฐานการผลิตสินค้าก่อนที่จะนำสินค้าเข้าไปสู่ตลาดจีนในลำดับถัดไป

ในระดับภาครัฐ ไทยมีพื้นฐานความร่วมมือด้านการค้ากับจีนที่ต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2564 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ ด้านความร่วมมือทางการค้ากับกรมพาณิชย์มณฑลไห่หนาน (Hainan Provincial Department of Commerce) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือ การพัฒนาผู้ประกอบการ และการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและไห่หนาน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก ผู้ประกอบการไทยมีความเสี่ยงต้องแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศที่ใช้ไห่หนานเป็นฐานการผลิตเช่นเดียวกัน ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า พร้อมทั้งทำความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่ สิทธิประโยชน์ทางภาษี และเงื่อนไขด้านถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายดังกล่าวได้อย่างเต็มที่

ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/lsds5512y4splhy7te0wrsuk

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *