CEO ARTICLE
ผู้นำคนใหม่
คนไทยควรใช้วิธีการเลือกผู้นำคนใหม่ในสถานการณ์นี้อย่างไร ?
ปี พ.ศ. 2569 คนไทยจะเจอปัญหาที่ถาโถมหลายด้าน
ราคาทองพุ่งสูงไม่หยุดทำให้ค่าครองชีพสูงตามแน่ รายได้คนไทยจะไม่พอรายจ่าย การส่งออกจะลดลง คนว่างงานจะมากยิ่งขึ้น หนี้ครัวเรือนจะยิ่งสูงขึ้น คนทำธุรกิจ ทำผิดกฎหมายจะมากขึ้น เงินสีเทาจะมากขึ้น สงครามไทยกัมพูชาจะปะทุอีกครั้ง และความขัดแย้งทั่วโลกจะมีมากขึ้น
ผู้นำคนใหม่จึงสำคัญมาก ต้องมีภาพลักษณ์สากล เป็นผู้นำคนไทยทุกคน เริ่มงานได้ทันทีไม่ใช่มาทดลองงาน แต่แคนดิเดตนายกฯ ที่มีโอกาสมีเพียง 3 คนคือ นายอนุทิน/สีน้ำเงิน นายณัฐพงศ์/สีส้ม และนายยศชนัน/สีแดง แม้นายอภิสิทธิ์/สีฟ้าจะเป็นตัวสอดแทรก แต่ก็มีโอกาสน้อย
ทุกคนมีพรรคหนุน มีทีมงานมืออาชีพ มีนโยบาย มีข้อดีและข้อเสียต่างกัน ส่วนคนไทยทุกคนก็มีวิธีการเลือกผู้นำต่างกัน แต่ทุกวิธีจะมีต้นทุนให้ทุกคนต้องจ่ายอย่างไม่รู้ตัวเหมือนกัน
หากอยากได้ผู้นำหน้าใหม่ มีความรู้ แต่ไร้ประสบการณ์ก็ต้องนายณัฐพงศ์ หรือนายยศชนันที่มีความเสี่ยงเป็นต้นทุนต้องจ่ายแบบหนึ่ง แต่หากอยากได้ผู้นำที่มีความรู้และมีประสบการณ์ในตำแหน่งนายกฯ มาก่อนก็ต้องนายอนุทิน หรือนายอภิสิทธิ์ที่มีความเสี่ยงให้จ่ายอีกแบบหนึ่ง
การเลือกตั้งครั้งนี้เหมือนกีฬาสี แต่เกี่ยวพันกับความอยู่รอดของคนไทยจึงไม่ใช่การเลือกแค่ ส.ส. ให้มาทำหน้าที่นิติบัญญัติ แต่เป็นการเลือกผู้นำคนใหม่ให้ทำหน้าที่บริหารประเทศ
โลกนี้ ไม่มีอะไรได้มาฟรี (Nothing comes for free) เลือกผิด มีต้นทุนต้องจ่ายแน่นอน
หากไม่รู้จะเลือกใคร การตัดคนที่มีลักษณะไม่ดีออกก่อนก็เป็นวิธีการเลือกแบบหนึ่ง
1. ตัดคนที่แจกเงินมากที่สุด
คนไม่มีวิสัยทัศน์ สร้างงานไม่เป็นก็ต้องแจกเงินเพื่อซื้อคะแนนนิยมเป็นธรรมดา
กลุ่มเปาะบางต้องได้รับความช่วยเหลือ ได้รับเงินแจกพอเข้าใจได้ แต่คนไทยทั่วไปต้องได้งาน ไม่ใช่ได้เงินแจก แคนดิเดตนายกฯ ที่ไม่มุ่งสร้างงาน แต่มุ่งแจกเงิน แจกโดยไร้เหตุผล แจกโดยการกู้ทำให้ประเทศเป็นหนี้มากขึ้น เสียดอกเบี้ยมาก การพัฒนาช้าลง และขาดความน่าเชื่อถือ
ให้ตัดแคนดิเดตนายกฯ ที่ไร้วิสัยทัศน์ สร้างงานไม่เป็น แต่แจกเงินมากที่สุดออกไป
2. ตัดคนไม่เข้าใจการค้า
การค้าทำให้เกิดการสร้างงาน ยิ่งเป็นการค้าระหว่างประเทศก็ยิ่งสร้างงานมากขึ้น
ประเทศไทยมีทรัพยากรที่ดีมากกว่าประเทศอื่น แคนดิเดตนายกฯ ต้องมีภาพลักษณ์ที่ดีในทางสากลเพื่อดึงดูดการลงทุน สร้างการผลิต สร้างการส่งออก สร้างการท่องเที่ยว และสร้างงานให้มากขึ้นได้ การค้าระหว่างประเทศจะแก้ปัญหาการว่างงานและทำให้เงินต่างประเทศไหลเข้ามา
ให้ตัดแคนดิเดตนายกฯ ที่ไม่มีภาพลักษณ์สากล ไม่เข้าใจการค้าระหว่างประเทศ
3. ตัดคนพัวพันสิ่งผิดกฎหมาย
คนที่มีพรรค มีพวก มีเครือญาติพัวพันสิ่งผิดกฎหมาย การทุจริต เงินสีเทา หรือคนทำผิดซ้ำซาก หากคนแบบนี้ได้เป็นผู้นำคนใหม่ก็ต้องสร้างผลประโยชน์ทับซ้อน นโยบายและโครงการที่คิดขึ้นใหม่ก็มักคาบเกี่ยวความถูกและความผิด สร้างปัญหาและความแตกแยกไม่รู้จบ
ให้ตัดแคนดิเดตนายกฯ ที่มีพรรคพวกพัวพันสิ่งผิดกฎหมาย และผลประโยชน์ทับซ้อน
ลักษณะที่ไม่ดี ไม่เหมาะสม และควรตัดออกยังมีมากกว่า 3 ข้อ แต่หากนำมาตัดเพิ่มขึ้น สุดท้าย คนไทยคงไม่เหลือใครให้เลือกเป็นผู้นำ เพียง 3 ข้อใหญ่ ๆ ข้างต้นจึงน่าจะเพียงพอ
เมื่อนำแคนดิเดตนายกฯ 3 ตัวเต็ง นายอนุทิน นายณัฐพงศ์ นายยศชนัน และ 1 ตัวแทรกนายอภิสิทธิ์มาคัดกรองทีละข้อเพื่อตัดออก พิจารณาช้า ๆ ตัดด้วยหลักการ ด้วยเหตุผลให้เหลือคนที่ดีที่สุดเพียงคนเดียวแล้วก็ไปหย่อนบัตรเลือกคนนั้น เลือกทั้ง ส.ส. เขตและบัญชีรายชื่อของเขา
บัตรสีเขียว ส.ส. เขต บัตรสีชมพู ส.ส. บัญชีรายชื่อ ต้องเลือกเขาทั้ง 2 บัตรเพื่อให้เขามี ส.ส. มากพอที่จะเป็นผู้นำคนใหม่ หรือมีพลังมากพอที่จะคุมผู้นำคนใหม่ให้ทุ่มเททำงานเพื่อคนไทย
แต่หากคนไทยยังเลือกแบบเดิม รักใคร ชอบใคร รับผลประโยชน์จากใครก็เลือกคนนั้น คนไทยก็คงจมอยู่กับปัญหาเดิม ๆ และก่อให้เกิดต้นทุนที่ต้องจ่ายในอนาคตเป็นวังวนไม่จบสิ้น
การเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 จึงเป็นการเลือกผู้นำคนใหม่เพื่อเปลี่ยนประเทศไทย จะเปลี่ยนให้ดีขึ้น ให้ย่ำอยู่กับที่ หรือจะเปลี่ยนให้แย่ลงตามสถานการณ์โลกที่กำลังถดถอยก็อยู่ที่คนไทย.
ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
(พื้นที่โฆษณา) โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่ม 0.75% รับเงินใน 3 วัน ไม่เช็คบูโร
ปรึกษา ประเมินฟรี Line: https://lin.ee/DSgPVXK
📞 02-096-4977
อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/
Date Published : February 3, 2026

Logistics
รัฐบาลฮ่องกงเปิดตัวระบบท่าเรือมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง สำหรับการติดตามสินค้าระบบเรียลไทม์
สำนักขนส่งและโลจิสติกส์ได้เปิดตัวระบบบริหารจัดการท่าเรือ (Port Community System: PCS) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นโดยรัฐบาลฮ่องกง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ระบบดังกล่าวมีฟังก์ชั่นการใช้งานแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จสำหรับการยื่นคำร้องด้านการค้ากับหน่วยงานต่างๆหลายหน่วยงานในที่เดียว พร้อมรองรับการติดตามสินค้าระบบเรียลไทม์ และเชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งทางทะเล ทางบก และทางอากาศเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ PCS ยังให้บริการอิเล็กทรอนิกส์เสริมมูลค่า เช่น ฟังก์ชั่น “ข้อมูลเดียว ยื่นหลายคำร้อง” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่บริษัทโลจิสติกส์และการค้าภายในประเทศ
ในพิธีเปิดตัว รัฐบาลฮ่องกงได้ลงนามบันทึกความเข้าใจสามฝ่ายร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (LSCM) และบริษัทสตาร์ทอัพด้านโลจิสติกส์ในท้องถิ่น FUNDel เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง PCS กับแพลตฟอร์มของภาคอุตสาหกรรม
ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการศึกษาการใช้ข้อมูลด้านการเคลื่อนย้ายสินค้าที่เชื่อถือได้จากระบบ PCS เพื่อสนับสนุนการประเมินคำขอสินเชื่อทางการค้าของสถาบันการเงินที่ยื่นโดยธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในภาคโลจิสติกส์อีกด้วย
ความคิดเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง
การเปิดตัวระบบ Port Community System (PCS) ของรัฐบาลฮ่องกง ถือเป็นพัฒนาการสำคัญที่ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของฮ่องกงให้มีความทันสมัย โปร่งใส และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมีประโยชน์โดยตรงต่อผู้ประกอบการไทย ทีใช้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า การค้าระหว่างประเทศ หรือเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังจีนแผ่นดินใหญ่และตลาดโลก
ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการไทยจะได้รับ คือการลดขั้นตอนเอกสารและเวลาในการดำเนินพิธีการศุลกากร มีความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจและความแม่นยำในการติดตามสินค้ามากขึ้น ระบบติดตามสินค้าระบบเรียลไทม์นี้จะช่วยให้ผู้ส่งออกไทยสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าได้ตลอดเส้นทาง ทั้งทางเรือ ทางบก และทางอากาศ ทำให้วางแผนการขนส่งและการกระจายสินค้าได้แม่นยำขึ้น ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค PCS ช่วยให้ข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานรัฐเชื่อมต่อกันได้ดี ส่งผลให้การขนส่งระหว่างไทย–ฮ่องกง–จีนตอนใต้มีความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านข้อมูลสำหรับการขอสินเชื่อการค้า นอกจากนั้นการที่รัฐบาลฮ่องกงร่วมมือกับสถาบันวิจัยและสตาร์ทอัพเพื่อใช้ข้อมูล PCS ในการประเมินสินเชื่อ จะช่วยให้ SMEs ไทยที่ใช้ฮ่องกงเป็นฐานโลจิสติกส์มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ใช้ฮ่องกงเป็นจุดผ่านสินค้า ควรทำความเข้าใจวิธีใช้งานระบบ PCS เพื่อใช้ประโยชน์จากการยื่นเอกสารแบบจุดเดียวและการติดตามสินค้าแบบเรียลไทม์ ทำการประสานงานกับคู่ค้าหรือผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในฮ่องกงสอบถามผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (freight forwarders / carriers) ว่าได้เชื่อมต่อระบบ PCS แล้วหรือไม่ เพื่อให้ข้อมูลการขนส่งของท่านสามารถไหลผ่านระบบได้อย่างครบถ้วน
ข้อมูลการเคลื่อนย้ายสินค้าที่แม่นยำจาก PCSช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถวางแผนสต็อกสินค้าได้ดีขึ้น อันจะช่วยลดต้นทุนการรอสินค้าและปรับรอบการผลิตให้สอดคล้องกับการ ด้วยระบบดิจิทัลที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ฮ่องกงยังคงเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่เหมาะสำหรับผู้ส่งออกไทยที่ต้องการเข้าตลาดจีน และผู้ประกอบการไทยที่ต้องการกระจายสินค้าไปยังหลายๆประเทศโดยใช้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า
ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/ievyscif3e2r7p77xuga1yxb







Leave a Reply
Want to join the discussion?Feel free to contribute!