CEO ARTICLE

หัวขวด

Published on March 17, 2026


Follow Us :

    

ตำแหน่ง “หัวหน้า” และ “หัวขวด” ต่างกันอย่างไร ?

ขวดเป็นภาชนะใช้เก็บของเหลว เก็บความลับ เก็บกลิ่น และใช้รักษาสิ่งของได้นาน
ขวดมีความวิเศษ เมื่อนำมาใช้กับคนที่มีตำแหน่งผู้นำระดับต่าง ๆ ในเชิงปรัชญาก็ยิ่งแสดงความวิเศษมากขึ้น ขวดทำให้ผู้นำมีภาพบวกเป็น “หัวหน้า” หรือมีภาพลบเป็น “หัวขวด” ก็ได้
หัวหน้าแท้จริงที่มีภาพบวกจะทำตัวให้เป็นส่วนต่าง ๆ ของขวดจนเกิดภาวะผู้นำ ดังนี้
1. ทำตัวเป็นไหล่ขวด (Shoulder)
ไหล่ขวดทำหน้าที่เชื่อมส่วนต่าง ๆ ของขวดให้สมบูรณ์
บ้านมีกฎ มีระเบียบของบ้าน องค์กรและประเทศก็มีวิสัยทัศน์ มีประเพณี และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ หัวหน้าต้องทำตัวเป็นไหล่ขวดเพื่อเชื่อมสมาชิกให้เข้ากับเอกลักษณ์ดังกล่าว เชื่อมผู้นำระดับสูง ผู้นำระดับกลาง และเชื่อมทุกคนในทีมที่มีความคิดต่างกันให้เป็นทีมงานเดียวกัน
2. ทำตัวเป็นคอขวด (Neck)
คอขวดทำหน้าที่ควบคุมสิ่งของให้ไหลเข้าและไหลออกจากขวดอย่างถูกจังหวะ
ทีมงานทำผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ แต่หัวหน้าต้องทำตัวเป็นคอขวด ต้องคอยกลั่นกรองงาน คอยตรวจสอบอย่างถูกจังหวะ ทำตัวเป็นที่พึ่งของทีมงาน และคอยขยายคอขวดให้กว้างขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเปิดทางให้เทคโนโลยี และการพัฒนาจากภายนอกไหลเข้าสู่ทีมงานให้มากขึ้นและสะดวกขึ้น
3. ทำตัวเป็นปากขวด (Finish)
ปากขวดทำหน้าที่ปลดปล่อยสิ่งของให้ไหลเข้าและออกจากขวด
สมาชิกทุกคนในทีมต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อกัน หัวหน้าต้องทำตัวเป็นปากขวดที่พูดจาดี สื่อสารดี มีมนุษย์สัมพันธ์ดี รับฟังผู้อื่น ยอมรับความเห็นต่าง ทำตัวเป็นกระบอกเสียงในเรื่องที่ถูกต้องให้ทีมงาน และสร้างระบบสื่อสารที่ดีเพื่อส่งเสริมศักยภาพของทีมงานทุกคนให้ไหลออกมา
4. ทำตัวเป็นฝาขวด (Cap)
ฝาขวดทำหน้าที่ปิดและเปิดขวดให้ถูกที่ และถูกเวลา
อะไรควรทำ (What) และทำเวลาไหน (When) เป็นสิ่งสำคัญ หัวหน้าต้องทำตัวเป็นฝาขวดที่เก็บความลับ ปกป้องทีม ตรงต่อเวลา รู้กาลเทศะ เช่น ควรจัดประชุมให้กลุ่มใด เวลาไหน ให้มีการรายงานลูกค้า รายงานผู้บริหารแบบไหน เวลาไหนเพื่อสร้างหลักฐานและผลงานให้ทีมงาน
5. ทำตัวเป็นฐานขวด (Base)
ฐานขวดทำหน้าที่ให้ขวดตั้งตรง และตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคง
ครอบครัว ทีมงาน หรือหน่วยงานที่อยู่ได้ และมีความเจริญก้าวหน้าจำเป็นต้องมีวินัยพื้นฐานที่สร้างความมั่นคง หัวหน้าต้องทำตัวเป็นฐานขวด ต้องมีวินัยพื้นฐาน เข้างานก่อน กลับหลัง มีรูปแบบ มีแนวคิด มีทฤษฏีการจัดการให้เป็นหลักการที่ยึดเหนี่ยวได้เพื่อความมั่นคงของส่วนรวม

ทั้ง 5 ส่วนของขวดข้างต้นคือ นิสัยของหัวหน้าให้ภาวะผู้นำ และภาพบวก
แต่หากหัวหน้าครอบครัว หัวหน้าทีม ผู้จัดการ CEO หรือหัวหน้าวงการราชการ เช่น อธิบดี รัฐมนตรี หรือแม้แต่นายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้นำประเทศ หากบุคคลเหล่านี้เอาเพียงตำแหน่งมาสวมไว้บนหัว ไม่ปฏิบัติตนเป็นขวดให้สมบูรณ์ คนผู้นั้นไม่ใช่หัวหน้า แต่เป็นเพียง “หัวขวด”
หัวขวดไม่เป็นไหล่ขวด ไม่เข้าใจวิสัยทัศน์ ทำงานไม่มีทิศทาง ไม่เชื่อมส่วนต่าง ๆ ของทีม
หัวขวดไม่เป็นคอขวดที่ขยายกว้าง แต่เป็นคอขวดที่แคบจนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา
หัวขวดไม่เป็นปากขวด พูดจาไม่ดี ศักยภาพทีมแสดงได้ไม่เต็มที่จนมีอัตราการลาออกสูง
หัวขวดไม่เป็นฝาขวด ไม่ตรงต่อเวลา ไม่ส่งเสริมให้มีการรายงานเพื่อสร้างผลงาน
หัวขวดไม่เป็นฐานขวด ไม่มีรูปแบบการจัดการที่ชัดเจน ไม่มีวินัย มาสาย กลับก่อน
“ขวด” จึงเป็นภาชนะวิเศษ ที่สามารถแยกผู้นำได้ชัดเจนให้เป็น “หัวหน้า” หรือ “หัวขวด”
หัวหน้าที่ดี (Chief Leader) จึงไม่ใช่หัวหน้าในนามบัตร แต่เป็นหัวหน้าที่ทำตัวเป็นภาชนะแบบขวด เป็นที่รองรับ และส่งเสริมศักยภาพของทุกคนในทีมให้มีความเจริญก้าวหน้าในงาน
ส่วนคนที่ไม่เข้าใจขวด ไม่ฝึกตนเองให้เป็นภาชนะแบบขวดที่สมบูรณ์ มุ่งเอาแต่ตำแหน่งมาสวมหัวย่อมไม่ใช่หัวหน้าที่แท้จริง แต่เป็นเพียง “หัวขวด” (Bottle Leader) ที่ลอยหน้าลอยตา
จงทำตัวเป็นขวดที่สมบูรณ์ แต่อย่าแบกขวดไว้บนหัวให้เป็นหัวขวด

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
================

พื้นที่โฆษณา
โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่ม 0.75% รับเงินใน 3 วัน ไม่เช็คบูโร
ปรึกษา ประเมินฟรี Line: https://lin.ee/DSgPVXK
📞 02-096-4977

อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/

Date Published : March 17, 2026

Logistics

ไห่หนานเร่งยกระดับท่าเรือหยางผู่ รองรับนโยบาย “ปิดด่านศุลกากรทั้งเกาะ”

หลังจากการเริ่มดำเนินการ “ปิดด่านศุลกากรทั้งเกาะ” ภายใต้โครงการการค้าเสรีไห่หนาน (Hainan Free Trade Port : Hainan FTP) ด่านท่าเรือหยางผู่ (Yangpu Port) ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับระบบการบริหารจัดการด่านรูปแบบใหม่ ส่งผลให้การดำเนินงานโดยรวมเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ การประสานงานระหว่างหน่วยงานมีความคล่องตัว และประสิทธิภาพการผ่านพิธีการศุลกากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน นโยบายสำคัญของโครงการ Hainan FTP เช่น นโยบาย “ปลอดภาษีศุลกากร (Zero Tariff)” และ “การยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผ่านกระบวนการแปรรูปเพิ่มมูลค่า” เริ่มส่งผลเชิงรูปธรรมต่อภาคธุรกิจ

ด่านท่าเรือหยางผู่ได้จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการด่านเพื่อติดตามการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ และเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลการขนส่งสินค้า โดยมีการติดตามข้อมูลสำคัญ อาทิ การผ่านพิธีการของผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ การเข้า–ออกของเรือ การลักลอบนำเข้าส่งออกสินค้า และการติดตามสถานการณ์ด้านสาธารณะ ผ่านกลไกการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการกำหนดมาตรการบริหารจัดการด่าน

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ปัจจุบันท่าเรือหยางผู่มีผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้นโยบายปลอดภาษีจำนวน 1,227 ราย และมีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจแปรรูปเพิ่มมูลค่า 17 ราย (ขึ้นทะเบียนแล้ว 13 ราย) นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการปิดด่านทั้งเกาะจนถึงวันที่ 23 ก.พ. 69 มีเรือเข้า–ออกท่าเรือรวม 6,741 เที่ยว โดยเป็นเรือเข้า–ออกด่านศุลกากร 3,040 เที่ยว มีการตรวจสอบลูกเรือเข้า–ออกประเทศมากกว่า 18,330 คน และดำเนินการเปลี่ยนเวรลูกเรือมากกว่า 450 ครั้ง ทั้งนี้ แม้ในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน ด่านยังคงให้บริการอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก

ในด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า ท่าเรือหยางผู่ได้พัฒนาระบบบริการแบบครบวงจรทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงจัดตั้งช่องทางการสื่อสารกับภาคธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานพาณิชย์ หน่วยงานภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานตรวจสอบร่วม เพื่อแก้ไขอุปสรรคในกระบวนการยื่นสำแดงสินค้าและการผ่านพิธีการศุลกากร ส่งผลให้สินค้าภายใต้การกำกับดูแลสามารถดำเนินการได้รวดเร็วมากขึ้น

จนถึงวันที่ 23 ก.พ. 69 มูลค่าสินค้าภายใต้นโยบายปลอดภาษีที่ผ่านด่านหยางผู่ มีมูลค่าประมาณ 1.23 พันล้านหยวน โดยมีบริษัทได้รับประโยชน์จำนวน 8 ราย สินค้าหลัก ได้แก่ น้ำมันดิบ แคลไซต์ เอทิลีนไกลคอล สปอดูมีน และวงจรรวม ขณะเดียวกัน ธุรกิจแปรรูปเพิ่มมูลค่ามีปริมาณส่งออกสะสม 32,870 ตัน มูลค่าประมาณ 215 ล้านหยวน โดยมีสินค้าหลัก ได้แก่ โพลีโพรพิลีน โพลีเอทิลีน และเนื้อวัว

นอกจากนี้ ตั้งแต่เริ่มดำเนินการปิดด่านศุลกากรเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 68 จนถึงวันที่ 23 ก.พ. 69 ช่องทางศุลกากรของท่าเทียบเรือมีรถคอนเทนเนอร์ผ่านจำนวน 1,197 เที่ยว คิดเป็นปริมาณสินค้า 32,400 ตัน ขณะที่ช่องทางกำกับดูแลอื่น ๆ มีรถคอนเทนเนอร์ผ่านจำนวน 36,411 เที่ยว ปริมาณสินค้ารวม 828,400 ตัน โดยสินค้าหลักที่ผ่านด่าน ได้แก่ โพลีเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ เนื้อสัตว์แช่เย็นและแช่แข็ง ยางพารา และกระดาษเคลือบ ทั้งนี้ ไม่พบกรณีสินค้าค้างหรือกระบวนการติดขัด ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผ่านพิธีการศุลกากรของด่านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง.

ในระยะต่อไป หน่วยงานบริหารด่านท่าเรือหยางผู่มีแผนยกระดับการบริหารจัดการด่านให้มีความละเอียดและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น โดยจะเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลต่าง ๆ ในการติดตามการเคลื่อนย้ายสินค้าภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งปรับปรุงกระบวนการยื่นสำแดง ตรวจสอบ และปล่อยสินค้าออกจากเกาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของด่าน “แนวที่สอง” รวมถึงยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริหารความเสี่ยง เพื่อรองรับการเติบโตของการค้าระหว่างประเทศในอนาคต

ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย

การพัฒนาและยกระดับด่านท่าเรือหยางผู่ภายใต้โครงการ Hainan FTP สะท้อนความพยายามของจีนในการสร้างศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยใช้นโยบายด้านภาษีและการอำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น มาตรการ “ปลอดภาษีศุลกากร” และ “การแปรรูปเพิ่มมูลค่า” เพื่อดึงดูดการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ

สำหรับผู้ประกอบการไทย ไห่หนานอาจเป็นอีกช่องทางในการขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะสินค้าอาหาร เกษตร อาหารแปรรูป ยางพารา และวัตถุดิบอุตสาหกรรม อีกทั้งการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และพิธีการศุลกากรของท่าเรือหยางผู่จะช่วยลดเวลาและต้นทุนการขนส่ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีนและภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยควรติดตามความคืบหน้าโครงการ Hainan FTP รวมถึงศึกษากฎระเบียบด้านภาษี การนำเข้า และการแปรรูปสินค้า เพื่อใช้ประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม

ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/bgm4o3cll4dj9iqyl6vviip6

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *