CEO ARTICLE
ตำรวจจีน
การนำตำรวจจีนเข้ามาช่วยตำรวจไทยมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ?
การนำตำรวจจีนเข้ามาเป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เป็นการเลียนแบบจากหลายประเทศที่เคยทำ เช่น ในยุโรปก็เคยนำตำรวจจีนเข้ามาดูแลนักท่องเที่ยวจีน
ปี 2559 อิตาลีมีโครงการ “ลาดตระเวนร่วมกับตำรวจจีน” เพื่อแบ่งปันข้อมูลและทรัพยากร และเพื่อจัดการกับกลุ่มอาชญากร แต่ต้องยกเลิกปี 2565 เนื่องจากพบว่า มี “สถานีตำรวจจีนลับ” อยู่ถึง 110 แห่งใน 53 ประเทศทั่วโลก (www.bbc.com เผยแพร่ 13 พ.ย. 65)
กัมพูชา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เมียนมา และบรูไนก็มีการพบสถานีตำรวจจีนลับเช่นกัน
BBC ชี้ข้อมูลว่า สถานีตำรวจลับของจีนในนานาประเทศมีความพยายามชักจูงคนจีนให้ออกนอกประเทศนั้น ๆ ด้วยวิธีการข่มขู่ คุกคาม และลงโทษสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ในประเทศจีน
การนำตำรวจจีนเข้ามาดูแลนักท่องเที่ยวจึงมีทั้งข้อดีที่หลายประเทศทำ และมีข้อเสีย
เมื่อมีข้อเสีย แนวคิดนี้จึงถูกปฏิเสธในไทยทันทีด้วยเหตุผลว่า ประเทศไทยมีอธิปไตย ผู้ใดจะเข้ามาละเมิดมิได้ ตำรวจไทยมีศักยภาพ และมีขีดความสามารถในการคุ้มครองนักท่องเที่ยว
แต่จากข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ประเทศไทยในวันนี้เป็นแหล่งกบดานของผู้ก่อเหตุร้ายจากจีน เมื่อแฝงตัวเข้ามาในรูปนักท่องเที่ยวก็มักร่วมมือกับจีนเทาที่อยู่ในไทยมานาน ทำการค้าที่ผิดกฎหมาย สร้างหมู่บ้านใหญ่โตเย้ยคนไทย ทำการรีดไถ และก่อเหตุร้ายกับนักท่องเที่ยวจีน
ข่าวเหล่านี้เกิดขึ้น เงียบหาย และเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย กระทบการท่องเที่ยวไทย และกระทบต่อศักยภาพตำรวจไทย
หากไม่ทำอะไรให้เป็นรูปธรรม ผู้ก่อเหตุร้ายจีนก็ไม่มีวันลดลงจากประเทศไทย
ในความเป็นจริง ตำรวจไทยมีศักยภาพและขีดความสามารถดีกว่าหลายชาติ
แต่หากต้องการพัฒนาศักยภาพตำรวจไทยให้ดียิ่งขึ้น และส่งเสริมการท่องเที่ยวไปในตัว แนวคิดการนำตำรวจต่างชาติเข้ามาช่วยงานให้ได้ข้อดี และป้องกันข้อเสียก็อาจเป็นไปได้ เช่น
1. โครงการตำรวจต่างชาติควรทำสั้น ๆ เฉพาะฤดูกาลท่องเที่ยวในเดือน พ.ย. – ม.ค. เท่านั้น
2. ประสานงานกับรัฐบาลประเทศที่มีนักท่องเที่ยวในไทยมาก เช่น อินเดีย รัสเซีย จีน และอื่น ๆ ที่มีประวัติการถูกก่อเหตุร้าย ความปลอดภัย มีแก๊งผิดกฎหมาย และมีปัญหาการสื่อสาร
3. หากประสานได้ รัฐบาลต้องจัดงบประมาณ เป็นเจ้าภาพเชิญตำรวจจากประเทศเหล่านั้นมาอบรม ร่วมอยู่ และเรียนรู้กับตำรวจไทย ให้เน้นเฉพาะจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวของคนในประเทศนั้นมาก ๆ เช่น ภูเก็ต พัทยา หัวหิน เชียงใหม่ เป็นต้นโดยไม่ทำหลายจังหวัดจนควบคุมไม่ได้
4. การอบรมร่วมใช้เวลา 1 เดือน เช่น เดือน พ.ย. จากนั้นก็ร่วมออกตรวจความปลอดภัยตามแหล่งท่องเที่ยวที่กำหนดอีก 1 หรือ 2 เดือนแล้วหยุดโครงการชั่วคราวในปีนั้น
5. การออกตรวจต้องมีตำรวจไทย 2 คนและตำรวจต่างชาติ 1 คน ตำรวจต่างชาติแต่งเครื่องแบบตำรวจชาติของตน สะพายแถบผ้าที่แสดงภาษาของตน หมายเลขโทรศัพท์ที่เห็นชัดเพื่อให้นักท่องเที่ยวจากชาติของตนโทรหาในกรณีฉุกเฉิน ขอความช่วยเหลือ และห้ามพกพาอาวุธเด็ดขาด
6. ตำรวจต่างชาติมีหน้าที่เพียงประชาสัมพันธ์ สื่อสาร ไม่มีอำนาจตรวจค้น หรือจับกุมใด ๆ
7. เมื่อเจอเหตุร้ายเฉพาะหน้าต้องเป็นอำนาจของตำรวจไทยในการจับกุมเท่านั้น
8. การร่วมออกตรวจกับตำรวจไทยเพียงเพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสัมผัสถึงความปลอดภัย เป็นภาพลักษณ์ และกระตุ้นนักท่องเที่ยวในชาตินั้นให้เข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้นเท่านั้น
9. การอบรม ฝึกฝน ออกตรวจร่วมกันย่อมทำให้ตำรวจไทยได้เรียนรู้ภาษา วัฒนธรรม ได้แลกเปลี่ยนข้อมูล เทคโนโลยีระหว่างกัน ส่งผลให้ศักยภาพ และขีดความสามารถของตำรวจไทยได้รับการพัฒนาดียิ่งขึ้น
10. เมื่อหยุดโครงการชั่วคราวแต่ละปี ตำรวจต่างชาติต้องกลับ หน่วยงานที่รับผิดชอบประเมินผล และปรับปรุงรูปแบบโครงการในปีต่อไป
วิธีการข้างต้นเป็นเพียงแนวคิดที่อาจมีข้อเสียที่คาดไม่ถึง
ในเมื่อมีข้อดีของการนำตำรวจต่างชาติมาช่วย ผู้มีอำนาจจึงไม่ควรทิ้งแนวคิดนี้ แต่ควรนำแนวคิดและวิธีการมาพิจารณาใช้ข้อดี และป้องกันข้อเสียมิให้เกิดขึ้น
หากป้องกันข้อเสียได้และนำมาทำ การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยก็น่าจะดียิ่งขึ้น ปัญหาการข่มขู่จากผู้ก่อเหตุร้ายต่างชาติและแหล่งกบดานก็น่าจะลดลง ศักยภาพและขีดความสามารถของตำรวจไทยก็น่าจะพัฒนาได้มากยิ่งขึ้น.
ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
👉 Home and Health … https://www.inno-home.com
👉 Art and Design …… https://www.cose.life
อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/
Date Published : November 21, 2023

Logistics
กว่างซีเตรียมเชื่อมรถไฟขนส่งสินค้าสายใหม่กับมณฑลกุ้ยโจว ขยายโอกาสสินค้านำเข้า-ส่งออกถึงมณฑลเสฉวน
เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลกว่างซีได้ประกาศการคัดเลือกคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้รับเหมาสำหรับโครงการก่อสร้างทางรถไฟเส้นทางหวงถ่ง (กุ้ยโจว) – ไป่เซ่อ (กว่างซี) ช่วงเส้นทางในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งในประกาศได้ระบุถึงเวลาเริ่มต้นการก่อสร้างในวันที่ 10 ธันวาคม 2566 และคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในวันที่ 10 ธันวาคม 2571
เส้นทางรถไฟหวงถ่ง (กุ้ยโจว) – ไป่เซ่อ (กว่างซี) มีระยะทางรวม 312.62 กิโลเมตร เป็นเส้นทางในมณฑลกุ้ยโจว 173.85 กิโลเมตร และเส้นทางในเขตฯ กว่างซีจ้วง 138.77 กิโลเมตร คาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวม 33,854 ล้านหยวน (ในส่วนของกว่างซี 15,070 ล้านหยวน) ใช้เวลาการก่อสร้างนาน 5 ปี
ตามรายงานของรัฐบาลกว่างซี เส้นทางรถไฟสายดังกล่าวจะใช้สำหรับการขนส่งสินค้าเป็นหลัก ร่วมกับการขนส่งผู้โดยสาร ได้ถูกออกแบบให้วิ่งด้วยความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นับเป็นหนึ่งใน Key Project ในยุทธศาสตร์ระเบียงการขนส่งเชื่อมทางบกกับทางทะเลของจีนตะวันตก (New Western Land and Sea Corridor – NWLSC)
จากภาพจะเห็นได้ว่า โครงข่ายเส้นทางรถไฟขนส่งสินค้าในภาคตะวันตกของจีนมีความเป็นรูปเป็นร่างเกือบสมบูรณ์ ขาดเพียงช่วงเส้นทางหวงถ่ง (กุ้ยโจว) – ไป่เซ่อ (กว่างซี) เท่านั้น
ดังนั้น การก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้จะทำให้การเชื่อมต่อโครงข่ายเส้นทางรถไฟขนส่งสินค้าในภาคตะวันตกมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการขนส่ง รวมทั้งเอื้อต่อการอำนวยความสะดวกด้านการนำเข้า-ส่งออกสินค้าของมณฑลในภาคตะวันตก โดยเฉพาะนครเฉิงตู และนครฉงชิ่ง ซึ่งเป็น 2 หัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญในภาคตะวันตกที่จะได้รับอานิสงส์จากการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้
เมื่อเส้นทางรถไฟสายนี้เปิดใช้งาน การขนส่งลำเลียงสินค้านำเข้า-ส่งออกจากนครเฉิงตู (มณฑลเสฉวน) – หวงถ่ง (เมืองอันซุ่น มณฑลกุ้ยโจว) – เมืองไป่เซ่อ – นครหนานหนิง – เมืองท่าชินโจวของเขตฯ กว่างซีจ้วง จะมีระยะทางเพียง 1,390 กิโลเมตร ใช้เวลาในการขนส่งเพียง 26 ชั่วโมงเท่านั้น ถือเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางรถไฟที่มีระยะทางสั้นที่สุดของนครเฉิงตูที่เชื่อมออกสู่ทะเลที่อ่าวเป่ยปู้กว่างซี (คนไทยรู้จักในชื่ออ่าวตังเกี๋ย)
ในอนาคต สินค้าไทยสามารถใช้ประโยชน์จากเส้นทางดังกล่าวในการกระจายสินค้าเข้าสู่จีนตะวันตก ผ่านท่าเรือรอบอ่าวเป่ยปู้กว่างซี (ท่าเรือชินโจว) หรือใช้ประโยชน์จากเส้นทางบกทางภาคอีสาน (R9 R12) ผ่าน สปป.ลาว ผ่านเวียดนาม (ด่าน Tra Linh จังหวัด Cao Bang) เข้าสู่ด่านสากลทางบกหลงปัง อำเภอระดับจิ้งซี เมืองไป่เซ่อ เพื่อลำเลียงสินค้าผ่านโครงข่ายรถไฟขนส่งสินค้าของเมืองไป่เซ่อได้อีกทางด้วย
ที่มา: https://thaibizchina.com








Leave a Reply
Want to join the discussion?Feel free to contribute!