CEO ARTICLE

การพัฒนาคนหัวขวด

Published on March 24, 2026


Follow Us :

    

คนหัวขวดทำให้งานช้าและผิดซ้ำซากจะพัฒนาอย่างไร ?

องค์กรใดมีหัวขวดและคนหัวขวดมากจะมีแต่ปัญหา และมีอัตราการลาออกมาก
“หัวขวด” คือ คนที่มีตำแหน่งผู้นำ อยากได้ตำแหน่ง กอดแต่ตำแหน่ง พัฒนาคนไม่ได้ นำคนไม่ได้ ไม่มีภาวะผู้นำ ไม่รู้หน้าที่ และไม่มีความรับผิดชอบในฐานะผู้นำ
“คนหัวขวด” คือ คนทั่วไปที่ทำตัวเป็นคอขวด (Bottleneck) มีทัศนคติลบ คิดและทำในมุมแคบ เป็นได้ทั้งชายและหญิง แม้ไม่ใช่คนโง่ แต่ก็ไม่ใช่คนฉลาด พฤติกรรมที่ชัดเจนคือ ชอบยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่มีวินัยพื้นฐาน ไม่ชอบกฎเกณฑ์ แต่จะอ้างกฎเกณฑ์เพื่อทำให้ตนเองถูก ชอบอำนาจ ชอบสั่ง ดื้อรั้น ไม่ฟังเหตุผล และมีความรับผิดชอบต่ำ ตัวอย่างพฤติกรรม เช่น
ก. ติดอยู่กับกำแพง “รู้แล้ว”
คนหัวขวดมักคิดด้านเดียว เวลามีใครอธิบายหรือสอนอะไรไม่ว่าจะรู้มาก รู้น้อย รู้จริง รู้ไม่จริงอย่างไรก็มักพูดว่า “รู้แล้ว” ทั้งที่การฟังให้จบ กล่าวขอบคุณ แม้จะรู้จริง แต่การนิ่งฟังเป็นการสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เวลาใครคุยเรื่องอะไรจะทำตัวรู้ทุกเรื่อง ทำตัวติดกำแพง “รู้แล้ว”
ข. เสพติดวัฒนธรรม “ถูกเสมอ”
คนหัวขวดจะเลือกข้างถูกเสมอ เมื่อมีข้อผิดพลาดจะโทษคนอื่น โทษสิ่งอื่น ไม่โทษตัวเอง เช่น งานนี้มอบให้คุณสมชายไปแล้ว ดิฉันไม่ผิดทั้งที่งานอยู่ในความรับผิดชอบของตนที่ต้องกำกับดูแล ต้องติดตามผล แต่ไม่ติดตาม เป็นการทำให้ตัวเองสูงส่ง และเป็นฝ่าย “ถูกเสมอ”
ค. เก่งเดี่ยว แต่ขัดแย้งส่วนรวม
คนหัวขวดมักเข้าหาผู้มีอำนาจ แต่ร่วมงานกับคนอื่นยาก ไม่รับรู้ระบบการจัดการ กระจายงานไม่เป็น แต่ทำตัวให้ดูเก่ง ดูยุ่งอยู่คนเดียว ไม่เข้าใจวิสัยทัศน์ ยึดแต่หน้าที่ตนให้เก่งคนเดียว
พฤติกรรมอื่นยังมีอีกมาก แต่ภาพรวมคือ คนที่มีทัศนคติลบ และคิดลบ แต่ที่น่าคิดยิ่งกว่าคือ บางองค์กรอาจมีระบบงานเป็นคอขวดซะเอง หัวหน้าบางคนเป็นหัวขวด และทีมงานก็อาจเป็นคนหัวขวด หากองค์กรไม่ส่งเสริมให้ทีมงานสำรวจตัวเอง คนหัวขวดอาจมีมากจนเสียหายมากขึ้น

การพัฒนาคนหัวขวดก็ไม่ยาก หากแก้ไข ดังนี้
1. แก้ไขวัฒนธรรมและมีระบบพัฒนา
วัฒนธรรมองค์กรอาจไม่พัฒนาคนให้มีความมั่นใจ เช่น เกิดวัฒนธรรมที่ส่งเสริมแต่คนเก่ง เอาใจแต่คนเก่ง เกิดกลุ่มอีลิท (Elite) ที่เกาะติดผู้บริหาร หรือไม่พัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบจนเกิดคนหัวขวดมากขึ้น ผู้บริหารจึงควรปรับปรุงวัฒนธรรม และการพัฒนาคนให้เป็นระบบ
2. ใช้เครื่องมือวัดผลงานที่ชัดเจน
เครื่องมือวัดผลงานมีมาก เช่น KPI (Key Performance Indicator) ผู้บริหารควรจัดงานให้เป็นส่วนหรือโครงการ ให้มีแผนงาน มีความรับผิดชอบที่เสมอภาคและชัดเจนเพื่อให้ทีมงานแสดงฝีมือ องค์กรที่ไม่มีเครื่องมือวัดผลงานจะก่อให้เกิดการหลงตัวเองจนค่อย ๆ เป็นคนหัวขวด
3. สั่งงานด้วยหลักฐาน
การสั่งงานทุกประเภทต้องสั่งด้วยหลักฐาน เช่น การทำบันทึกที่ครบด้วยแผนงาน หรือขั้นตอน ต้องทำอะไร ทำอย่างไร รายงานแบบไหน รายงานเวลาไหน และงานต้องเสร็จเมื่อไร เป็นต้น
หากการสั่งไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน เมื่องานมีปัญหา คนหัวขวดจะมีข้ออ้างสารพัด
4. ระบบการจัดการต้องชัดเจน
องค์กรที่มีระบบการจัดการไม่ชัดเจนจะสร้างคนหัวขวดให้มากขึ้น จะเกิดวัฒนธรรม “ฉันรู้แล้ว ฉันถูก เธอผิด ฉันเก่งคนเดียว” มากขึ้น ระบบการจัดการจึงต้องชัดเจน
วิธีการง่าย ๆ คือ การทำระบบการจัดการให้เป็นอักษร ให้เป็นแผนแม่บท ให้มีการปรับปรุง ให้นำมาทำความเข้าใจ และมีการอธิบายให้ทีมงานทุกคนฟังสม่ำเสมอ เช่น ทุกเดือน เป็นต้น
5. การมอบตำแหน่ง
ก่อนจะมอบตำแหน่งผู้ใด ผู้บริหารควรคิดให้รอบคอบก่อนว่า ผู้นั้นมีลักษณะคนหัวขวดมากน้อยเพียงใด หากไม่มั่นใจก็ควรสร้างบททดสอบทัศนคติ ความคิด และพฤติกรรมก่อน
แต่หากมองไม่ออก ไม่มั่นใจ แต่จำเป็นต้องมอบตำแหน่งก็ควรมอบให้เป็นหัวหน้าโครงการที่มีระยะเวลาสั้น ๆ มีทีมงาน มีเป้าหมาย และมีการรายงานเพื่อพิจารณาจากผล มิฉะนั้น องค์กรจะมีหัวหน้าที่เป็นหัวขวดมากขึ้น งานช้าลง ผิดพลาดซ้ำซาก และทำให้มีคนหัวขวดมากขึ้น
แม้คนหัวขวดจะเป็น Toxic งานช้า ผิดซ้ำซาก แต่ก็มีวิธีการพัฒนาให้ดีขึ้นได้.

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
================

พื้นที่โฆษณา
โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่ม 0.75% รับเงินใน 3 วัน ไม่เช็คบูโร
ปรึกษา ประเมินฟรี Line: https://lin.ee/DSgPVXK
📞 02-096-4977

อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/

Date Published : March 24, 2026

Logistics

โครงการบริหารเส้นทางน้ำ Hidrovía Paraná–Paraguay เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของอาร์เจนตินา

รัฐบาลอาร์เจนตินาได้ประกาศเปิดประมูลเพื่อคัดเลือกภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการบริหารจัดการบำรุงรักษา และขุดลอกเส้นทางน้ำหลักของประเทศ คือ Hidrovía Paraná–Paraguay ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่มีความสำคัญต่อการขนส่งสินค้าและการส่งออกของอาร์เจนตินา โดยเส้นทางน้ำดังกล่าวถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากใช้สำหรับการลำเลียงสินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์เพื่อการส่งออก เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพด และผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ซึ่งมีการประเมินว่าการส่งออกสินค้าของอาร์เจนตินากว่าร้อยละ 70–80 ต้องอาศัยเส้นทางน้ำสายนี้ในการขนส่งไปยังท่าเรือปลายทางก่อนออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ทั้งนี้ เส้นทางน้ำดังกล่าวเชื่อมต่อท่าเรือในโบลิเวีย ปารากวัย บราซิล อาร์เจนตินา และอุรุกวัย ครอบคลุมการเดินเรือรวมประมาณ 3,400 กิโลเมตร โดยเฉพาะส่วนที่อยู่ภายใต้เขตอำนาจของอาร์เจนตินามีความยาวประมาณ 1,400 กิโลเมตร การเปิดประมูลในครั้งนี้เป็นการจัดประมูลครั้งที่ 2 เนื่องจากการจัดประมูลครั้งแรกในปี 2024 ได้ถูกยกเลิกจากประเด็นปัญหาด้านความโปร่งใส ดังนั้น การประมูลครั้งนี้จึงจัดทำภายใต้การสนับสนุนและตรวจสอบของ United Nations Conference on Trade and Development (UNCTAD) เพื่อรับประกันความโปร่งใสและให้กระบวนการเป็นไปตามเกณฑ์การแข่งขันที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ มีบริษัทให้ความสนใจเข้าร่วมทั้งสิ้น 3 ราย ได้แก่ DEME Group, Jan De Nul Group จากเบลเยียม และ DTA Engenharia จากบราซิล ซึ่งเงื่อนไขสำคัญของการประกวดรอบใหม่นี้ได้รับการปรับปรุงหลายประการเพื่อดึงดูดการแข่งขันและลดภาระต้นทุน ได้แก่

ระยะเวลาสัมปทาน ถูกลดลงจากเดิมที่ตั้งไว้ 30 ปี เหลือ 25 ปี พร้อมสิทธิ์ยืดเวลาอีก 5 ปี ซึ่งเป็นการลดระยะเวลาการผูกพันตามสัญญา เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผู้รับสัมปทาน อีกทั้งยังช่วยเปิดโอกาสให้รัฐสามารถประเมินผลการดำเนินงานและปรับปรุงนโยบายการบริหารเส้นทางน้ำได้ในระยะเวลาที่เหมาะสมมากขึ้น

ค่าธรรมเนียมอ้างอิงสำหรับการจัดเก็บค่าผ่านทาง ได้รับการปรับลดลงจากประมาณ 4.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันของปริมาตรสุทธิ (Ton of Revenue Net) ลงมาเป็นประมาณ 3.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันของปริมาตรสุทธิ ทั้งนี้ รัฐบาลระบุว่าการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะช่วยให้ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ลดลงอย่างน้อยร้อยละ 10 ตั้งแต่วันแรกของการดำเนินงาน และคาดว่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในการส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์ของอาร์เจนตินา รวมถึงลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการที่ใช้เส้นทางขนส่งทางน้ำสายนี้เป็นหลัก

กำหนดมาตรฐานด้านคุณภาพบริการและข้อกำหนดทางเทคนิคเพิ่มเติม เพื่อให้การบริหารจัดการเส้นทางน้ำมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเพิ่มระดับความลึกของการขุดลอกทางน้ำเพื่อรองรับเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าและการค้าระหว่างประเทศ

ขยายขอบเขตเส้นทางน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัด Entre Ríos ของอาร์เจนตินา ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ดังกล่าว และส่งเสริมการเชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งทางน้ำภายในประเทศให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ความคืบหน้าของโครงการบริหารเส้นทางน้ำ Hidrovía Paraná–Paraguay ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาและประเมินข้อเสนอทั้งด้านเทคนิคและด้านการเงินของบริษัทที่เข้าร่วมประมูล ซึ่งประกอบด้วย DEME Group, Jan De Nul Group จากเบลเยียม และ DTA Engenharia จากบราซิล อย่างไรก็ตาม รายงานของ ArgenPorts (สื่อด้านโลจิสติกส์และการขนส่งของอาร์เจนตินา) ระบุว่า บริษัท DTA Engenharia อาจถูกตัดสิทธิ์จากกระบวนการประมูล เนื่องจากไม่ได้ยื่นหลักประกันการประมูลตามเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคา ส่งผลให้การแข่งขันอาจเหลือเพียงสองบริษัทจากเบลเยียม ได้แก่ DEME Group และ Jan De Nul Group โดยคาดว่าจะสามารถประกาศผลผู้ชนะการประมูลได้ภายในไตรมาส 2 ของปี 2026 และเริ่มดำเนินการตามสัญญาสัมปทานในช่วงครึ่งปีหลัง

ความคิดเห็นของสำนักงาน
โครงการเส้นทางน้ำ Hidrovía Paraná–Paraguay ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญของอาร์เจนตินา เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ใช้ส่งออกสินค้าของประเทศในสัดส่วนที่สูง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์ การเปิดประมูลโครงการในครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลอาร์เจนตินาในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง ทำให้การส่งออกสะดวกขึ้น และส่งผลให้การค้าของอาร์เจนตินาและประเทศในแถบอเมริกาใต้ขยายตัวมากขึ้นในอนาคต โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางน้ำมีวัตถุประสงค์หลักในการเชื่อมโยงการค้ากับประเทศอื่นในภูมิภาค เช่น โบลิเวีย ปารากวัย บราซิล และอุรุกวัย ซึ่งถือเป็นโอกาสดีสำหรับการค้าของไทยโดยสามารถให้อาร์เจนตินาเป็นฐานในการกระจายสินค้าไปยังประเทศอื่นในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ เช่น อาหารแปรรูป สินค้าเกษตรแปรรูป ชิ้นส่วนยานยนต์ นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสทางการค้าและการลงทุนในฐานะผู้จัดหาสินค้าและบริการโลจิสติกส์ เช่น เครื่องจักรสำหรับงานขุดลอก ระบบบริหารจัดการท่าเรือ ระบบติดตามเรือ และเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น

ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/m7zen42djnzeg07tktbqrixg

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *