CEO ARTICLE
อากรไม่ใช่ภาษี
“อากรขาเข้า” เรียกเป็น “ภาษีขาเข้า” ได้หรือไม่ ?
ภาษี (Tax) และอากร (Duty) เป็นคำที่เขียนต่างกันจึงมีความหมายต่างกัน
“ภาษี” เกิดจากบุคคล (Person) หรือนิติบุคคล (Juristic Person) ที่เป็นผู้กระทำ และเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์จากการกระทำนั้นเฉพาะตนในวงแคบ คนอื่นไม่เกี่ยวข้องด้วย
บุคคลที่เป็นผู้กระทำ และเป็นผู้ได้ประโยชน์จากการกระทำเฉพาะตนจึงต้องจ่ายเงินให้รัฐ
หลักคิดง่าย ๆ คือ ผู้ใดมีความสามารถมาก ช่วงชิงทรัพยากรส่วนรวมได้มาก ได้ประโยชน์มากก็ต้องจ่ายเงินให้รัฐมาก ส่วนผู้มีความสามารถน้อย ช่วงชิงและได้ประโยชน์น้อยก็จ่ายเงินให้รัฐน้อยโดยรัฐเรียกเงินที่ได้รับจากบุคคลที่เป็นผู้กระทำนี้ว่า “ภาษี”
รัฐจะนำเงินที่ได้จากภาษีไปสร้างความเท่าเทียมในสังคม เช่น นำไปช่วยเหลือบุคคลที่มีความสามารถน้อยกว่า รักษาคนเจ็บป่วย คนชรา ผู้ที่ด้อยโอกาส นำไปพัฒนาประเทศ สร้างถนน สร้างไฟฟ้า และสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้คนในประเทศได้ใช้อย่างทั่วถึง
ตัวอย่างบุคคลที่เป็นผู้กระทำ เป็นผู้ได้ประโยชน์ และต้องจ่ายภาษี เช่น บุคคลทำการค้าก็จ่ายภาษีการค้า บุคคลมีรายได้ก็จ่ายภาษีเงินได้ บุคคลถือครองที่ดินก็จ่ายภาษีที่ดิน บุคคลที่เป็นผู้บริโภคก็เสียภาษีเพื่อการบริโภค หรือที่เรียกว่า “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” (VAT) เป็นต้น
การนำเข้า (Import) ถือเป็นการนำสินค้าต่างประเทศเข้ามาบริโภคภายในประเทศ บุคคลที่นำเข้าจึงเป็นผู้กระทำ เป็นผู้ได้ประประโยชน์ และเป็นผู้บริโภคจึงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
แต่หากสินค้าที่นำเข้ามิได้เพื่อการบริโภค หรือเป็นสินค้าทุน เช่น การนำเข้าเครื่องจักรเพื่อการผลิต การนำเข้าสินค้าเพื่อขายต่อ เป็นต้น ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เสียขณะนำเข้าโดยกรมศุลกากรทำหน้าที่เรียกเก็บแทนกรมสรรพากรก็สามารถขอคืนได้จากสรรพากรตามระบบภาษี
ภาษีจึงเป็นเรื่องของบุคคล หรือนิติบุคคลที่เป็นผู้กระทำเฉพาะตัว คนอื่นไม่เกี่ยว
“อากร” เกิดจากกิจกรรม (Activity) หรืออาชีพ (Occupation) ที่ถูกกระทำ และผลของการกระทำนั้นส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น และส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง
กิจกรรม หรืออาชีพที่ถูกกระทำจึงต้องจ่าย “อากร” ให้รัฐเพื่อนำไปชดเชย และเพื่อสร้างความเท่าเทียมให้สังคม ตัวอย่างเช่น การกลั่นสุราต้องจ่ายอากรสุรา การหาของป่าต้องจ่ายอากรของป่า การหารังนกนางแอ่นต้องจ่ายอากรนกนางแอ่น เป็นต้น
การนำสินค้าเข้ามาจากต่างประเทศ (Import) ก็เป็นกิจกรรมและเป็นอาชีพที่ส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตสินค้า และระบบเศรษฐกิจภายในประเทศในวงกว้างอย่างชัดเจน
การนำเข้าจึงต้องเสียอากรขาเข้า (Import Duty)
การส่งสินค้าออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ (Export) ก็เป็นกิจกรรม และเป็นอาชีพที่ต้องเสียอากรขาออกเช่นกัน แต่การส่งออกกลับส่งผลดีต่อระบบการผลิต การจ้างงาน ค่าเงินบาท และเศรษฐกิจภายในประเทศให้เติบโตมากกว่าการนำเข้า รัฐจึงส่งเสริมการส่งออกมากกว่าการนำเข้า
อัตราอากรขาออกสำหรับสินค้าส่งออกเกือบทั้งหมดจึงอยู่ที่ร้อยละ 0
แต่มีสินค้า 8 ประเภทที่รัฐไม่ส่งเสริมให้ส่งออก และต้องเสียอากรขาออก เช่น ข้าว เศษโลหะ หนังดิบ ปลาป่น ปลาอบแห้ง เป็นต้น
“อากร” จึงมาจากกิจกรรม หรืออาชีพที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ส่วน “ภาษี” มาจากบุคคล หรือนิติบุคคลที่เป็นผู้กระทำ และประโยชน์จากการกระทำเฉพาะตนในวงแคบ คนอื่นไม่เกี่ยว
“ภาษี” และ “อากร” มีเจตนารมณ์เพื่อสร้างความเท่าเทียมเหมือนกัน แต่มีที่มาต่างกัน
แต่กิจกรรมหรืออาชีพที่ถูกกระทำไม่ใช่คน และไม่มีเงินที่จะเดินมาจ่ายอากรได้ด้วยตนเอง บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของกิจกรรม หรืออาชีพจึงต้องมาจ่ายอากรแทน
ผู้นำเข้าจึงต้องจ่ายอากรขาเข้าให้กับสินค้าที่นำเข้า และจ่ายพร้อมภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ตนเองในฐานะที่เป็นผู้บริโภค เมื่อนำมาจ่ายพร้อมกันทั้งภาษีและอากรจึงมักเรียกสั้น ๆ แค่ “ภาษี”
ในเมื่อภาษีและอากรมีที่มาต่างกัน แต่มีเจตนารมณ์เพื่อสร้างความเท่าเทียมเหมือนกัน การเรียกอากรขาเข้าว่า “ภาษีขาเข้า” จึงเป็นเรื่องเดียวกัน เข้าใจได้ และไม่ผิดอะไร
การนำเข้า และการส่งออกยังมีเรื่องน่ารู้อีกมากที่เขียนในหนังสือ “การค้าระหว่างประเทศ” (International Trade) มีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านซีเอ็ด และแผงหนังสือทั่วไปทุกแผง
ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อผ่านออนไลน์ที่ SHOPEE, BUNDANJAI หรือสั่งโดยตรงที่หมายเลข 086-325-3597 (ว่าน) 063-345-1788 (เบล) ในราคาสมาชิกพร้อมจัดส่งฟรี
ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
(พื้นที่โฆษณา)
โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน ถูกกฎหมาย
อนุมัติใน 3 วัน ทำสัญญาที่สำนักงานเขตที่ดิน ไม่เช็คบูโร
ติดต่อ https://inno-home.com/loan-lead/
อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/
Date Published : April 29, 2025

Logistics
สงครามภาษีการค้าสหรัฐฯ-จีน เสี่ยงกระทบเทศกาลคริสต์มาส
นับจากนี้เหลือเวลาอีกเพียง 8 เดือนจะถึงเทศกาลคริสต์มาส เทศกาลแห่งความสุข การมอบของขวัญ การประดับตกแต่งต้นคริสต์มาส อาคารบ้านเรือน พร้อมแสงสี ซึ่งปัจจุบันสินค้านานาชนิดในกลุ่มอุตสาหกรรมของประดับตกแต่งและของใช้สำหรับเทศกาลคริสต์มาสที่วางจำหน่ายในตลาดสหรัฐอเมริกา ล้วนเป็นสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะมีการนำเข้าจากประเทศจีนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วนเกือบร้อยละ 90
โดยทั่วไปเดือนเมษายนจะเป็นเดือนที่ผู้ประกอบการสหรัฐฯ มีคำสั่งซื้อสินค้าของประดับตกแต่งและของใช้สำหรับเทศกาลคริสต์มาสกับโรงงานผลิตในประเทศจีน เพื่อว่าจ้างการผลิตและพร้อมจัดส่งมอบสินค้าให้ทันกับการจำหน่ายในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่จะมาถึงสำหรับสินค้าในกลุ่มนี้ที่สหรัฐฯ มีการนำเข้าจากจีน มีตั้งแต่ต้นคริสต์มาสเทียม ของประดับตกแต่งต้นคริสต์มาส อาคารบ้านเรือน ของใช้บนโต๊ะอาหาร ในครัว รวมไปถึงหลอดไฟประดับ เป็นต้น แต่ทว่าในปีนี้ ผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งจีนไม่ได้รับการชะลอการเก็บภาษีตอบโต้เป็นระยะเวลา 90 วันดังเช่นประเทศคู่ค้าอื่นๆ ของสหรัฐฯ ที่ได้ทำการนัดหมายการเจรจา แต่ถูกสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยอัตราภาษีร้อยละ 145 (ณ วันที่ 18 เมษายน 2568) ส่งผลต่อคำสั่งซื้อซึ่งโรงงานผลิตในประเทศจีนในขณะนี้ไม่ได้รับคำสั่งซื้อใดๆ จากผู้ประกอบการสหรัฐฯ อีกทั้งผู้ประกอบการสหรัฐฯ บางรายได้ทำการยกเลิกคำสั่งซื้อไปบ้างแล้ว
หากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังคงยืดเยื้อต่อไป และยังไม่มีการนัดหมายเจรจาเพื่อหาข้อตกลงเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย นอกจากจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการจีนที่ต้องเผชิญกับวิกฤตทางธุรกิจแล้ว ยังสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียส่วนแบ่งในตลาดสหรัฐฯ สำหรับกลุ่มสินค้าของใช้และของประดับตกแต่งเทศกาลคริสต์มาส อีกทั้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสในปีนี้ โดยนาย Jami Warner ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของสมาคมต้นคริสต์มาสแห่งอเมริกา (American Christmas Tree) ได้แสดงความคิดเห็นว่า เทศกาลคริสมาสต์ปีนี้ คาดว่าผู้บริโภคชาวอเมริกันจะได้รับผลกระทบต่อค่าใช้จ่าย ด้วยการซื้อสินค้าในราคาแพงขึ้น จากราคาต้นคริสต์มาสเทียมต้นละ 500 เหรียญสหรัฐ ราคาจะปรับเพิ่มขึ้นสองเท่าตัว โดยจะมีราคากว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ สมาคมฯ แจ้งว่า ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวอเมริกันสำหรับการซื้อสินค้าของประดับตกแต่งเทศกาลคริสต์มาส ในปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยคิดเป็นเงิน 261 เหรียญสหรัฐ แต่เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันที่อัตราภาษีตอบโต้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ จึงเป็นภารกิจที่ยากลำบากสำหรับสมาคมฯ ในการจัดทำการประเมินคาดการณ์ผลกระทบที่มีต่อค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวอเมริกันในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่จะมาถึง
ตลาดสินค้าของใช้และของประดับตกแต่งเทศกาลคริสต์มาสในสหรัฐฯ เป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้านำเข้าที่สหรัฐฯ มีการพึ่งพาโรงงานผลิตในประเทศจีนเป็นอย่างมาก โดยในปี 2566 สหรัฐฯ มีการนำเข้ากลุ่มสินค้าดังกล่าวจากจีน เป็นมูลค่า 2.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 88 โดยเฉพาะสินค้าต้นคริสต์มาสเทียมเป็นสินค้าที่สหรัฐฯ ไม่ได้มีการผลิตภายในประเทศในระดับขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มสินค้าหลอดไฟ LED สำหรับประดับต้นคริสต์มาสซึ่งสหรัฐฯ มีการนำเข้าจากประเทศกัมพูชาจำนวนมากถึงร้อยละ 66 ซึ่งกัมพูชาถูกสหรัฐฯ จัดเก็บอัตราภาษีตอบโต้ร้อยละ 49 ก่อนหน้ามีคำประกาศการชะลอการเก็บภาษีออกไป 90 วัน
อย่างไรก็ดี สงครามภาษีการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน มิใช่เป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ก่อนหน้านี้ในช่วงรัฐบาลทรัมป์ 1.0 สหรัฐฯ เคยขู่การขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนสำหรับกลุ่มสินค้าของใช้ของประดับตกแต่งเทศกาลคริสต์มาสมาก่อนแล้ว แต่ทว่าในปี 2562 นโยบายดังกล่าวถูกหยุดชะงักไปด้วยเกรงว่า จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลคริสต์มาส
บทวิเคราะห์
แม้จีนเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดสินค้ากลุ่มของประดับตกแต่งและของใช้สำหรับเทศกาลคริสต์มาสในตลาดสหรัฐฯ มากที่สุดเป็นอันดับ 1 โดยในปี 2567 สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลคริสต์มาส คิดเป็นมูลค่า 4.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมูลค่า 4.3 พันล้านเหรียญ เป็นสินค้าที่นำเข้าจากจีน แต่ด้วยสถานการณ์ของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ณ ขณะนี้ ยังคงยืดเยื้อ และด้วยปัจจัยด้านอัตราภาษีตอบโต้ที่สูงลิ่ว อีกทั้งการเจรจาการค้ายังมิได้กำหนดขึ้น และยังต้องใช้เวลาในการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงจนเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ประกอบการสหรัฐฯ ที่ไม่มีการสั่งซื้อสินค้าจากจีน และได้มีการยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจของผู้ประกอบการจีน และการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ แต่กลับเป็นโอกาสของประเทศอื่นๆ รวมทั้งไทยที่ผู้ประกอบการสหรัฐฯ หันไปแสวงหาแหล่งนำเข้าจากประเทศอื่นๆ เพื่อเป็นการทดแทนในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ ไม่มากก็น้อย
สินค้าศักยภาพของไทยที่มีโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ อาทิ ของประดับตกแต่งต้นคริสต์มาส (Ornaments) ของใช้ในบ้าน ในครัวเรือนที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลฯ ดอกไม้ประดิษฐ์ ต้นคริสต์มาสเทียม แก้ว (Mug) ถ้วยชาม ผลิตภัณฑ์พลาสติก และเซรามิค เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่จะสนับสนุนการเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดของไทยในตลาดสหรัฐฯ นอกจากปัจจัยด้านราคา และคุณภาพสินค้าแล้ว ยังมีปัจจัยด้านอัตราภาษีนำเข้า (อัตราใหม่) ที่ขึ้นกับผลการเจรจาบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และไทยในครั้งนี้ รวมทั้งปัจจัยด้านผลการเจรจาของประเทศคู่แข่งขันของไทย ว่าอัตราภาษีนำเข้าของประเทศไทยจะได้เปรียบ หรือเสียเปรียบคู่แข่งขัน ล้วนมีผลต่อการพิจารณาหาแหล่งนำเข้าใหม่ของผู้ประกอบการสหรัฐฯ ในการสั่งซื้อสินค้า
ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/201813








Leave a Reply
Want to join the discussion?Feel free to contribute!