CEO ARTICLE

ราชินีในดวงใจ

Published on October 28, 2025


Follow Us :

    

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จสวรรคต

วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เป็นวันที่ปวงชนชาวไทยได้รับข่าวอันน่าตกใจ
แม่หลวงของแผ่นดินสิ้นแล้วในวันนั้น คนไทยทั้งแผ่นดินโศกเศร้า เสียใจ ก้มกราบ น้อมรำลึกถึงคุณงามความดีของพระองค์ท่านที่ได้ทรงทำเพื่อคนไทยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
พระองค์ท่านได้สละเวลาเกือบทั้งชีวิตในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพ ส่งเสริมคนยากไร้และคนจนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจนได้รับการยกย่องเป็นราชินีในดวงใจ
โครงการที่เป็นที่กล่าวขวัญมากที่สุดและเป็นที่ยอมรับของต่างชาติอย่างมากคือ โครงการส่งเสริมศิลปาชีพซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมอาชีพ อนุรักษ์ และส่งเสริมงานศิลปะพื้นบ้านหลายสาขา เช่น การปั้น การทอ การจักสาน เป็นต้น

สงครามกลางเมืองของประเทศกัมพูชากับเขมรแดงในปี พ.ศ. 2522 ก็เป็นสิ่งที่ชาวโลกไม่ลืม ครั้งนั้นมีผู้ลี้ภัยสงครามชาวกัมพูชาอพยพเข้ามาในแผ่นดินไทยหลายแสนคน
ผู้ลี้ภัยทั้งหมดได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้ง “ศูนย์ราชการุณย์” ณ บ้านเขาล้าน จังหวัดตราดเพื่อทรงดูแลผู้อพยพให้ปลอดภัย

พระองค์ท่านทรงส่งเสริมด้านเกษตร ด้านการชลประทาน ด้านการสร้างสรรค์และสืบสานเอกลักษณ์ไทย และด้านอื่น ๆ อีกมากเคียงคู่กับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9
วันนี้ ราชินีในดวงใจของปวงชนชาวไทยเสด็จเคียงคู่ในหลวงรัชกาลที่ 9 บนฟ้าแล้ว

ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ SNP Group of Companies

อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/

Date Published : October 28, 2025

Logistics

ท่าอากาศยานนานาชาตินาวีมุมไบ: สนามบินแห่งอนาคตของอินเดีย เปิดประตูเศรษฐกิจสู่โลก

ท่าอากาศยานนานาชาตินาวีมุมไบ หรือมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ท่าอากาศยานนานาชาติโลคนาเต ดี.บี. ปาติล นาวีมุมไบ (Loknete D. B. Patil Navi Mumbai International Airport) เป็นโครงการด้านการบินที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าระบบคมนาคมทางอากาศของประเทศอินเดียอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งอยู่ที่เมืองอุลเว (Ulwe) เขตไรคาด (Raigad) รัฐมหาราษฏระ ท่าอากาศยานแห่งนี้จะกลายเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 ของเมืองมุมไบ ดำเนินงานควบคู่ไปกับท่าอากาศยานนานาชาติ Chhatrapati Shivaji Maharaj International Airport (CSMIA) การพัฒนาโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองอุปสงค์ของการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลดภาระของสนามบินหลักที่มีการใช้งานอย่างหนาแน่น ซึ่งสนามบินแห่งใหม่นี้ถูกออกแบบเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย เพื่อยกระดับสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินที่สำคัญของอินเดีย

ท่าอากาศยานนานาชาตินาวีมุมไบ (NMIA) มีผู้ดำเนินการพัฒนาโครงการคือ บริษัท นาวี มุมไบ อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต ลิมิเต็ด (Navi Mumbai International Airport Limited: NMIAL) ซึ่งเป็นกิจการเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle) ที่บริหารโดย กลุ่มอาดานี (Adani Group) สนามบินตั้งอยู่ใกล้กับเมืองปันเวล (Panvel) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,160 เฮกตาร์ โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 2.37 พันล้านเหรียญสหรัฐ (19,650 โครเออร์รูปี) เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ สนามบินแห่งนี้จะกลายเป็นหนึ่งในสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอินเดีย
ข้อมูลเพิ่มเติม
1.เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มจากระยะที่ 1 ของโครงการซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะในปี 2568 โดยสามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 20 ล้านคนต่อปี สำหรับอาคารผู้โดยสาร 1 (Terminal 1) ซึ่งเป็นอาคารหลัก มีสายการบินหลายสายเตรียมเปิดให้บริการจากสนามบินนี้ เช่น IndiGo ซึ่งมีแผนเปิดบินมากกว่า 30 เที่ยวต่อสัปดาห์ และขยายเส้นทางเพิ่มเติมภายในสิ้นปี 2568 สายการบิน Akasa Air วางแผนให้บริการทั้งเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศเช่นกัน อย่างไรก็ดี ด้านการเชื่อมต่อการคมนาคมนั้น มีรถไฟฟ้า Metro Line 8 ที่ให้บริการซึ่งได้รับการอนุมัติภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP Model) เพื่อเชื่อมต่อสนามบิน CSMIA และ NMIA โดยตรง ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบคมนาคมแบบไร้รอยต่อ (Seamless Connectivity)
2.นอกจากนี้ บริเวณสนามบินยังมีโครงสร้างพื้นฐานทางถนนและทางหลวง เช่น ทางหลวงสาย Sion-Panvel, NH-4B, Mumbai-Trans Harbour Link รวมถึงโครงการรถไฟสายหลักหลายเส้นทาง ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อรองรับการเดินทางไปยังสนามบินแห่งใหม่นี้ ในขณะที่ ด้านสิ่งแวดล้อม สนามบินถูกออกแบบภายใต้แนวคิดความยั่งยืน (Sustainability) ควบคู่ไปกับเทคโนโลยี การเก็บกักน้ำฝน (Rainwater Harvesting) พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) และระบบจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficient Waste Management Systems) เพื่อให้สนามบินแห่งนี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและความท้าทาย
1. การบรรเทาความแออัดของสนามบินมุมไบเดิม: สนามบิน CSMIA เป็นสนามบินที่มีการจราจรทางอากาศหนาแน่นเป็นอย่างมาก โดยปัจจุบันได้ดำเนินงานใกล้ถึงขีดความสามารถสูงสุด ทั้งนี้ สนามบินแห่งใหม่จะช่วยลดภาระผู้โดยสารและสินค้าจากสนามบินเดิม เพิ่มประสิทธิภาพการจราจรทางอากาศและลดความล่าช้าของเที่ยวบิน สนับสนุนให้ทั้งสองสนามบินสามารถขยายปริมาณผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าได้พร้อมกัน
2. การเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างงาน: สนามบินแห่งใหม่นี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาคคาดว่าจะสร้างงานโดยตรงและโดยอ้อมกว่า 250,000 ตำแหน่ง ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการบิน โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ โลจิสติกส์ และค้าปลีก ดึงดูดการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ส่งเสริมการเกิดเป็นศูนย์ธุรกิจแห่งใหม่ เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZs) และอุทยานเทคโนโลยี (IT Parks)
3. การส่งเสริมการท่องเที่ยวและการเชื่อมต่อระดับโลก: ด้วยศักยภาพของสนามบิน จะมีส่วนช่วยเพิ่มการให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ เชื่อมโยงภูมิภาคและเมืองมุมไบกับจุดหมายปลายทางทั่วโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่เมืองมุมไบ ชายฝั่ง Konkan coast รัฐกัว และเทือกเขา Western Ghats สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงล่องเรือและการเดินทางเพื่อธุรกิจ
ข้อคิดเห็น
สนามบินนานาชาตินาวีมุมไบ (NMIA) เป็นมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการบิน แต่คือ “เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่” ที่จะยกระดับศักยภาพของมุมไบและรัฐมหาราษฏระให้ก้าวสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจและคมนาคมระดับโลกในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม สนามบินนานาชาตินาวีมุมไบแม้จะเป็นโครงการสำคัญที่ช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของอินเดีย แต่ในระยะเริ่มต้นอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อผู้ส่งออกไทยในหลายด้าน เช่น ความล่าช้าในช่วงเปลี่ยนผ่านจากสนามบิน CSMIA ไปยัง NMIA ซึ่งอาจกระทบต่อการจัดการสินค้าและกระบวนการศุลกากร ต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นจากเส้นทางขนส่งที่ยาวกว่าเดิมและค่าธรรมเนียมใหม่ ความท้าทายจากระบบศุลกากรและกฎระเบียบใหม่ที่อาจทำให้การตรวจปล่อยสินค้าช้าลง รวมถึงความไม่พร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบห้องเย็นหรือคลังสินค้า ซึ่งอาจกระทบต่อสินค้าสดจากไทย เช่น ผลไม้และอาหารทะเล ทั้งนี้ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและความล่าช้าในการดำเนินงานอาจทำให้สินค้าส่งออกของไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ดังนั้น ผู้ประกอบการควรวางแผนและปรับกลยุทธ์การขนส่งล่วงหน้าเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และในภาพรวม เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จครบทุกระยะ สนามบินนานาชาตินาวีมุมไบจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ยกระดับการเชื่อมต่อทางอากาศของประเทศ และตอกย้ำบทบาทของมุมไบในฐานะศูนย์กลางการพาณิชย์ระดับโลก

ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/e9qfficw9tkcq4bw33boc8g8

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *