CEO ARTICLE
“ขอรายงาน”
“ขอรายงาน”
“ขณะนี้ กวนอู เตียวหุย และเล่าปี่ ล้วนตายหมดแล้ว”
นิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่อง “สามก๊ก” ที่ออกอากาศทางช่อง 13 ในปัจจุุบันมีแฟนติดตามอยู่จำนวนหนึ่ง คนที่ชื่นชอบก็ติดตามกันทุกวัน หรืออาจจะดูย้อนหลังทาง YouTube หรือบางคนก็อาจดูล่วงหน้ากันจนจบไปแล้วก็ได้
ว่ากันว่า บทภาพยนต์เป็นเรื่องจริงเพียง 3 ส่วน แต่เป็นเรื่องแต่งถึง 7 ส่วนผสมเข้าไปเพื่อให้เกิดอรรถรส บทภาพยนต์ชุดปัจจุบันนี้ได้สร้างคำประโยคหนึ่งขึ้นมาจนผู้ชมชินหู
คำว่า “ขอรายงาน”
เนื้อหาภาพยนต์สร้างตัวเอกมากมาย ในจำนวนนั้นก็มีกวนอู เตียวหุย และเล่าปี่ที่โลดแล่น สร้างหลักการ และสร้างความสุขให้แก่ผู้ชม
แล้วถึงจุดหนึ่ง ตัวละครเหล่านี้ก็ตายลง ตายขณะที่กำลังรุ่งเรือง
ผู้วิจารย์ภาพยนต์กล่าวว่า คนทั้ง 3 ตายเพราะเมื่อรุ่งเรืองแข็งแกร่งขึ้นแล้วไม่เชื่อฟังขงเบ้งที่เป็นกุนซืออีกต่อไป
ขณะเดียวกัน บางท่านก็กล่าวว่า หากตัวละครทั้ง 3 เชื่อฟังขงเบ้งเหมือนตอนที่ร่วมกันใหม่ ๆ อย่างเคร่งครัด
แผ่นดินจีนที่แตกเป็น 3 ก๊กก็คงรวมเป็นปึกแผ่นได้ด้วยฝีมือคนทั้ง 3 ไปก่อนแล้ว
การตายของกวนอู เตียวหุย และเล่าปี่ เกิดจากความเชื่อมั่นตนเองสูงเกินไป เกิดการหยิ่งทรนงจนไม่เชื่อฟัง เกิดจากความคิดของตนด้านเดียวจนไม่ฟังคำทัดทานจากกุนซือ
การไม่เชื่อฟังทำให้ปฏิบัติการหลายอย่างเป็นไปด้วยความประมาท ไม่มีการรายงานไปยังขงเบ้งที่เป็นกุนซืออย่างทันท่วงที และไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแผนงานให้ถูกต้อง
ในที่สุด ในแต่ละศึกของแต่ละคนก็ประสบความพ่ายแพ้และตามมาด้วยความตาย
แล้วภาพยนต์ก็แสดงให้เห็นประวัติศาสตร์ในแง่มุมต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากการรุ่งเรืองและการตายของตัวละครแต่ละตัว
คำว่า “ขอรายงาน” มีความสำคัญในภาพยนต์ “สามก๊ก” ชุดนี้มาก ในทำนองเดียวกันก็มีความสำคัญต่อการจัดการองค์กรสมัยใหม่อย่างมากไม่ต่างกัน
ไม่ว่าองค์กรนั้นจะมีระบบการปฏิบัติงานมาตรฐานแบบ ISO หรือระบบสากลใด ๆ ก็ตาม พนักงานผู้ปฏิบัติงาน ผู้บริหารระดับต่าง ๆ ถือเป็นกุญแจสำคัญสูงสุดในการรายงาน
เมื่อใดที่ผู้ปฏิบัติงานกล่าวคำ “ขอรายงาน” อย่างต่อเนื่อง หรือส่งรายงานตามกำหนดเป็นประจำ กลยุทธ์ทางธุรกิจก็จะมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงจากผู้บริหารระดับสูงตามมา
แบบนี้ ธุรกิจก็ย่อมเกิดการปรับตัว เปลี่ยนแปลง และได้เปรียบตลอดเวลา
การขาดการรายงาน หรือการรายงานที่ช้าเกินไปย่อมทำให้ผู้บริหารระดับสูงขาดโอกาสรับทราบในเวลาอันรวดเร็วจนทำให้ขาดโอกาสหลาย ๆ ด้านลงไป
“ขอรายงาน” หรือ “การรายงาน” จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างงานคุณภาพ พัฒนากลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง และสร้างการได้เปรียบทางธุรกิจ
การรายงานสามารถทำได้ทางวาจา Line, Mail บันทึก หรือทำเป็นแบบฟอร์ม
การปฏิบัติงานที่เป็นไปตามแผนงานหรือขั้นตอนการทำงานยิ่งต้องมีการรายงาน แต่น่าเสียดาย คนด้อยคุณภาพมักเข้าใจว่างานที่ตนทำยังอยู่ในแผนหรือขั้นตอน จึงไม่รายงาน จนการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงไม่เกิดขึ้น
คนด้อยคุณภาพมักไม่รายงานเพราะไม่อยากให้หัวหน้ารู้ กลัวการเขียน CAR *** กลัวการถูกตำหนิ คนทำงานบางคนมองว่าการรายงาน คือการฟ้อง
การรายงานที่ง่ายและดีที่สุดคือ การทำแบบฟอร์มและกรอกโดยผู้ปฏิบัติงาน
ยิ่งไปกว่านั้น การรายงานยังเป็น 1 ใน 7 หัวข้อของการจัดการองค์กรสมัยใหม่ในทฤษฏี POSDCoRB ของ Lyndall Urwick ซึ่งประกอบด้วย
P = Planning การวางแผน
O = Organizing การจัดโครงสร้างองค์การ
S = Staffing การจัดคนเข้าทำงานให้เหมาะสม
D = Directing การสั่งการ หรือการอำนวยการ
Co = Co-ordinating การประสานงานร่วมมือกัน
R = Reporting การรายงาน
B = Budgeting การจัดทำงบประมาณ การพิจารณารายจ่าย
ภาพยนต์สามก๊กใช้คำว่า “ขอรายงาน”
ในการปฏิบัติงานขององค์กร จึงเป็นเรื่องที่ผู้บริหารต้องกำหนดรูปแบบ “การรายงาน” ให้สะดวก ชัดเจน และสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร
องค์กรที่มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ย่อมเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตลอดเวลาเช่นกัน
ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
ปล. *** CAR (Corrective and Preventive Action Request)
ระบบปฏิบัติการใน ISO ที่ให้ผู้พบเห็นข้อผิดพลาดเสนอวิธีการแก้ไข และป้องกันมิให้เกิดขึ้นซ้ำอีก
The Logistics
กนอ. เปิดบริการท่าเทียบเรือสินค้า (MIT) ใหม่ในพื้นที่ท่าเรือมาบตาพุด
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ “กนอ.” เปิดให้บริการท่าเทียบเรือสินค้าสาธารณะแห่งที่ 2 (MIT) แห่งใหม่ในพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ย้ำมั่นใจดันไทยเป็นศูนย์กลางการนำเข้า-ส่งออกสินค้าทางทะเลในอาเซียนรับการขยายตัวการลงทุนของอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้งปิโตรเคมี สารเคมี ปุ๋ย วัตถุดิบผลิตเหล็ก รองรับ EEC
วันนี้ (23 ก.ค. 60) ที่บริเวณท่าเทียบเรือสินค้าสาธารณะแห่งที่ 2 (MIT) ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง นายวิฑูรย์ อยู่ทิม รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) นางสาวนลินี กาญจนามัย ผู้อำนวยการสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ร่วมเปิดให้บริการท่าเทียบเรือสินค้าสาธารณะแห่งที่ 2 (MIT) ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และร่วมต้อนรับเรือสินค้าบรรทุกเหล็กมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นลำแรกที่เข้าใช้บริการเทียบท่าเป็นปฐมฤกษ์ พร้อมกับมอบประกาศเกียรติคุณให้กับผู้ประกอบการที่ใช้บริการท่าเทียบเรือดังกล่าว จำนวน 12 รายด้วย
นายวิฑูรย์ อยู่ทิม รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) กล่าวว่าหลังจากได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล จากกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งท่าเรือ MIT นี้ เป็นท่าเรือหนึ่งที่จะรองรับการขยายตัวของการนำเข้าและส่งออกสินค้าจากต่างประเทศ และจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมที่รัฐบาลเร่งส่งเสริมการลงทุนให้เกิดขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่พัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ให้สอดรับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของไทยที่จะผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียน
ทั้งนี้ ขีดความสามารถในการให้บริการของท่าเทียบเรือสินค้าสาธารณะแห่งที่ 2 (MIT) มีท่าเทียบเรือ ทั้งหมด 4 ท่า มีขนาดหน้าท่ายาว ประมาณ 1,024 เมตร ความลึกของหน้าท่า 12.0 เมตร สามารถให้บริการรองรับเรือบรรทุกสินค้าได้สูงสุดถึง 60,000 DWT (Deadweight Tonnage) รองรับการขนถ่ายสินค้าประเภทเทกอง เช่น เหล็ก เศษเหล็ก เศษไม้ (woodchips) สินค้าประเภท Oversized Cargo และในระยะต่อไปจะรองรับสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งท่าเรือฯ ดังกล่าวจะมีทีมผู้เชี่ยวชาญและพนักงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาจัดระบบการให้บริการการขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออกให้กับผู้ประกอบการได้มีความคล่องตัวในการเข้าใช้บริการ โดยหลังจากเปิดให้บริการท่าเรือแล้ว คาดว่าจะรองรับการขนถ่ายสินค้าในพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกเพิ่มขึ้นได้ถึง 7 ล้านตันต่อปี และช่วยลดปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการจากความแออัดในการใช้บริการของท่าเทียบเรือสาธารณะบริเวณท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดได้เป็นอย่างดี
รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวด้วยว่าปัจจุบันท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เป็นท่าเรือน้ำลึกที่ดำเนินการตามมาตรฐานสากล ที่สามารถรองรับเรือเดินทะเลขนาดใหญ่ และให้บริการรับสินค้าในหลายอุตสาหกรรมเพื่อการนำเข้าและส่งออก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทของเหลวและก๊าซ เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมเหล็กครบวงจร อุตสาหกรรมปุ๋ยเคมี และอุตสาหกรรมโซดาแอซ เป็นต้น
ที่มา: http://www.marinerthai.net/forum/index.php?topic=10102.0






