CEO ARTICLE

รุ่งหรือร่วง 2569

Published on January 6, 2026


Follow Us :

    

ประเทศไทยมีโอกาสรุ่งขึ้นหรือร่วงลงในปี พ.ศ. 2569 ?

ประเทศไทยจะรุ่งหรือร่วงดูได้จากหลายปัจจัย แต่ที่สำคัญมี 4 ปัจจัย ดังนี้
1. เงินทุนเทา
ประเทศเพื่อนบ้านของไทยเต็มไปด้วยบ่อนการพนัน สแกมเมอร์ ยาเสพติด สินค้าหนีภาษี อาชญากรรมข้ามชาติ และอื่น ๆ เงินที่ผิดกฎหมายมหาศาลจึงไหลเข้ามาฟอกในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะเข้ามาลงทุนจนกลายเป็นเงินทุนเทาที่จ่ายง่าย ๆ จนกระทบต่อสังคมเป็นห่วงโซ่
ทำไมเงินทุนเทาเลือกมาฟอกในไทยทั้งที่ไทยมีกฎหมายปราบเงินทุนเทา ?
คำตอบง่าย ๆ แม้ไทยจะมีกฎหมาย แต่การบังคับใช้ไม่จริงจัง เงินทุนเทาจึงเข้ามาง่าย ซื้อทุกอย่างที่อยากซื้อไม่เว้นตำรวจ ข้าราชการ และพรรคการเมืองที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายให้จริงจัง
2. ภาษีทรัมป์
สหรัฐยังคงขาดดุลการค้าต่อไทย และมองว่า ภาษีทรัมป์จะช่วยลดการขาดดุลของตน
แม้วันนี้ สหรัฐยืนยันขึ้นภาษีไทยที่ 36% แต่ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ภาษีทรัมป์ก็ทำให้การส่งออกของไทยลดลงที่ส่งผลให้การจ้างงานและการลงทุนลดลง
หากรัฐบาลไม่สามารถหาตลาดอื่นมาทดแทน ภาษีทรัมป์จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยแน่
3. เงินบาทแข็งค่า
การส่งออกที่ลดลงทำให้ไทยได้เงินต่างประเทศน้อยลง ความต้องการแลกเป็นเงินบาทก็น้อยลง เงินบาทจึงมีค่าน้อยลงจนอ่อนค่า แต่การนำเข้าที่ยังมีมาก ไทยต้องนำเงินบาทไปแลกเป็นเงินต่างประเทศเพื่อจ่ายค่าสินค้ามากขึ้น เงินบาทถูกต้องการมากจึงมีค่ามากและแข็งค่ามากขึ้น
เมื่อรวมกับเงินทุนเทาที่เข้ามามหาศาล ความต้องการแลกเป็นเงินบาทก็ยิ่งมาก และทำให้เงินบาทแข็งค่ามากยิ่งขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการส่งออก การท่องเที่ยว และธุรกิจอื่นให้ลดลง
4. สงครามกัมพูชา
ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาจนกลายเป็นสงครามปลายปี พ.ศ. 2568 แม้จะยุติลงชั่วคราว แต่ก็อาจปะทุขึ้นใหม่ และส่งผลต่อสภาพสังคมและเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จากข่าวที่เสนอ แม้สงครามจะเกิดจากความขัดแย้งทางพื้นที่ชายแดนที่มีมานาน แต่ครั้งนี้ ฉนวนสงครามกลับถูกกระตุ้นจากผลประโยชน์ทับซ้อนของนักการเมือง 2 ประเทศ

4 ปัจจัยข้างต้นไหลมารวมกัน และแผลงฤทธิ์ในปี พ.ศ. 2568 ทำให้ทุกอย่างเห็นได้ชัด
ข่าวจากทุกสำนักยืนยันตรงกัน ประชาชนทำมาหากินลำบาก เศรษฐกิจแย่ สาเหตุวนเวียนจากเงินทุนเทา การซื้อนักการเมือง ซื้อเสียงจนได้นักการเมืองไร้คุณภาพ ได้รัฐบาลที่ขาดวิสัยทัศน์ ถูกภาษีทรัมป์โจมตี การส่งออกและการท่องเที่ยวแย่ลง เงินบาทไร้เสถียรภาพ แข็งค่า ไทยสูญเสียจากสงคราม และที่น่าตกใจคือ 2 ปีเศษที่ผ่านมา ไทยต้องวุ่นวายเปลี่ยนรัฐบาลถึง 3 ครั้ง
พอเข้าสู่ปี พ.ศ. 2569 ปัจจัยทั้ง 4 ข้างต้นยังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน และไม่มีใครคนเดียวจะแก้ไขได้ แต่ต้องแก้ไขโดยรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถ และมีทีมงานที่พร้อมเพรียง
แล้วอยู่ ๆ ฟ้าก็เปิดทาง ไทยจะมีการเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 และเป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนจากร่วงเป็นรุ่ง หรือเป็นความเสี่ยงที่จะร่วงลึกลงไปยิ่งขึ้น
หากประชาชนส่วนใหญ่ยังรับเงินซื้อเสียงจากทุนเทา ยังเลือกนักการเมืองที่ขาดวิสัยทัศน์ด้วยความไม่รู้ เลือกแบบเดิม ๆ ประเทศไทยก็คงวนเวียนและร่วงหนักลงกว่าปี พ.ศ. 2568 แน่
แต่หากประชาชนส่วนใหญ่เลือกนักการเมืองจากประวัติความสำเร็จ ผลงานที่ประจักษ์ในเชิงการบริหาร ไม่เกี่ยวข้องกับทุนเทา การพนัน ไม่มีสิ่งเสพติด ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกิดจากการเมือง แบบนี้ ประชาชนก็จะได้รัฐบาลใหม่ที่สามารถเปลี่ยนจากร่วงเป็นรุ่งได้
นักการเมืองต้องได้อำนาจไปต่อสู้กับ 4 ปัจจัยข้างต้น และประชาชนเป็นผู้มอบอำนาจให้
หากประชาชนมอบอำนาจให้กับคนที่มีประวัติมัวหมอง ประเทศไทยก็มีความเสี่ยงที่จะมัวหมองไปด้วย ประชาชนเลือกอย่างไรก็ได้นักการเมืองอย่างนั้น และประเทศไทยก็จะเป็นอย่างนั้น
การวิเคราะห์ของสำนักข่าวต่าง ๆ ชี้ไปทิศทางเดียวกันว่า แม้ประชาชนจะได้บทเรียนจากปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่ยังจะเลือกนักการเมืองด้วยผลประโยชน์และความรู้สึกเดิม ๆ
หากจริง ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2569 ก็เสี่ยงที่จะร่วงลงมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน.

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร

(พื้นที่โฆษณา) โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่ม 0.75% รับเงินใน 3 วัน ไม่เช็คบูโร
ปรึกษา ประเมินฟรี Line: https://lin.ee/DSgPVXK
📞 02-096-4977

อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/

Date Published : January 6, 2026

Logistics

นักช้อปมีหนาว! ดีเดย์ 1 ม.ค.69 เก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก กรมศุลฯ หวังดันรายได้เพิ่ม 3 พันล้าน

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือในการกำกับดูแลและปราบปรามการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย และสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ร่วมกับ 5 แพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่ บริษัท ลาซาด้า จำกัด, บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย), บริษัท ติ๊กต็อก ช้อป (ประเทศไทย), SHEIN และ TEMU ว่า กรอบความร่วมมือครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 มิติ ได้แก่
1. ด้านการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ข้อมูลรายการชนิดสินค้า ปริมาณสินค้า และมูลค่าสินค้า เพื่อใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการศุลกากร จะช่วยสนับสนุนให้การตรวจสอบสินค้ามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
2. ด้านการปกป้องสังคม โดยการกำหนดกลไกความร่วมมือในการตรวจสอบข้อมูล เพื่อป้องกันการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย และสินค้าไม่ได้มาตรฐาน และ 3. ด้านการจัดเก็บรายได้ของรัฐ โดยความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่จำหน่าย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดเก็บรายได้ ทำให้การจัดเก็บภาษีอากรเป็นไปอย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ สิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงการคลัง เร่งผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม คือ การปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้ามูลค่าต่ำ โดยให้จัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.69 แทนการยกเว้นอากรสำหรับของนำเข้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้การจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นราว 3,000 ล้านบาท และยังเป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการไทยที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ไม่ต้องแข่งขันบนเงื่อนไขที่เสียเปรียบ ซึ่งจากข้อมูลในปีที่ผ่านมา พบว่ามีการนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท สูงถึงประมาณ 30,000 ล้านบาท หรือราว 150-160 ล้านชิ้น

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า วิธีการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปนั้น ในเบื้องต้น ทุกแพลตฟอร์มจะมีการกำหนดราคาสินค้าที่รวมกับภาษีอากรในส่วนนี้ไว้อยู่แล้ว ทำให้การดำเนินการส่งสินค้าจึงยังเหมือนเดิม คือวางสินค้าไว้ที่หน้าบ้าน ยกเว้นที่ส่งผ่านไปรณีย์ไทยเท่านั้น ที่จะต้องเสียภาษีขณะนำส่งสินค้า โดยสินค้านำเข้า จะถูกจัดเก็บภาษีตามพิกัดของประเภทสินค้านั้น ๆ ซึ่งอัตราภาษีสูงสุดอาจถึง 30%ของอัตราอากรขาเข้า เช่น กลุ่มสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า รองเท้า ส่วนกลุ่มกระเป๋า อากรจะอยู่ที่ประมาณ 20%

“ยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น และความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้มากขึ้นกว่าอดีตที่ผ่านมา ส่วนมาตรการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปนั้น จะส่งผลให้ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นเท่าไร คงขึ้นอยู่กับแต่ละแพลตฟอร์ม แต่เท่าที่ได้มีการหารือร่วมกันคือ แพลตฟอร์มจะบวกภาษีเข้าไปในราคาสินค้าเลย หรือบางส่วนจะมีการชดเชยเข้าไปในตัวสินค้าเลย ส่วนการจัดเก็บภาษีตามมาตรการในส่วนของประชาชนยังเหมือนเดิม โดย 97% ของสินค้าที่สั่งผ่านแพลตฟอร์ม จะส่งตรงถึงบ้าน วางไว้ที่หน้าบ้านเหมือนเดิม ยกเว้นสินค้าที่ส่งผ่านไปรษณีย์ไทย ที่จะต้องเสียภาษีกับพนักงานส่งสินค้า ซึ่งในส่วนนี้มีประมาณ 1,300 กล่องต่อวันเท่านั้น” อธิบดีกรมศุลกากร ระบุ

สำหรับแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ ในปีงบประมาณ 2569 นั้น คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนหนึ่งมาจากการจัดเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้นราว 3,000 ล้านบาท จากมาตรการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป ขณะที่การจัดเก็บอากรจากสินค้าฟุ่มเฟือย อาทิ เครื่องสำอาง เครื่องนุ่งห่ม กระเป๋า ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการจัดเก็บรายได้จากการนำเข้ารถยนต์ที่ลดลงเช่นเดียวกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจไม่ดี ส่งผลให้คนซื้อรถหรูลดลง ขณะเดียวกันมีการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี (FTA) ด้วย ดังนั้น ภายหลังจากมีรัฐบาลใหม่แล้ว อาจจะต้องมีการหารือเพื่อหาแนวทางในการบริหารจัดการการจัดเก็บรายได้ใหม่ ๆ เพื่อมาชดเชยในส่วนนี้

ที่มา: https://www.ryt9.com/s/iq03/12775755

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *