CEO ARTICLE
“ภาษีฟุ่มเฟือย”
นักดื่มว่าไง
รัฐจัดเก็บภาษีใหม่ ขยับเพดานภาษีเหล้า-เบียร์ สูงขึ้น
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 เว็บไซต์ สปริงนิวส์ และหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ รายงานว่า ภาษีสรรพสามิตได้ปรับวิธีการจัดเก็บจากราคาขายส่งหน้าโรงงาน เปลี่ยนมาเป็นราคาขายปลีกแนะนำ ทั้งนี้คาดว่ามีผลบังคับใช้ 180 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งทางกรมสรรพาสามิต ต้องเร่งดำเนินการทำกฎหมายลูกประกอบ ประมาณ 80 ฉบับ โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดพิกัด (อ้างอิง https://money.kapook.com/view166749.html)
ข่าวข้างต้นปรากฏขึ้นไม่กี่วัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ออกมาอธิบายว่า ภาษีสรรพสามิตในอัตราใหม่ที่จะจัดเก็บไม่ได้ทำให้รัฐได้ภาษีในภาพรวมเพิ่มขึ้น
ภาษีสรรพสามิตอัตราใหม่จะทำให้เหล้า เบียร์ ไวน์ บางยี่ห้อ และบางดีกรีต้องจ่ายภาษีสูงขึ้น ขณะที่บางยี่ห้อและบางดีกรีจ่ายน้อยลง
ข่าวออกมาตอนแรก ๆ นักดื่มก็คิดว่าต้องจ่ายมากขึ้น แต่พออธิบายก็ทำให้เบาใจ แต่ก็เกิดข้อสงสัย ทำไมประเทศไทยมีภาษียุบยับมากมาย คนมากมายดื่มเหล้า เบียร์ หรือไวท์มาตั้งนาน อยู่ ๆ ก็มีภาษีสรรพสามิตเกิดขึ้น
ภาษีสรรพสามิตคืออะไร แล้วทำไมต้องจัดเก็บด้วย ?
ในความเป็นจริง ภาษีทุกประเภทต้องมีวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บ ไม่ใช่ใครหรือรัฐบาลไหนจะจัดเก็บก็ได้
ภาษีสรรพสามิตก็เช่นกัน
ภาษีสรรพสามิต คือภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าหรือบริการที่มีลักษณะฟุ่มเฟือย หรือทำลายสุขภาพ หรือเสื่อมเสียศีลธรรม แล้วก็เก็บมานานแล้วแต่ผู้บริโภคอาจไม่รู้ตัวที่ได้จ่ายไป
วัตถุประสงค์ง่าย ๆ คือใครก็ตามที่บริโภคสินค้า หรือซื้อบริการที่มีลักษณะนี้ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นให้รัฐ
รัฐก็จะนำเงินเหล่านี้มาเยียวยา แก้ไข หรือป้องกันความเสียหายจากสินค้าหรือบริการนั้น
ใน http://www.ar.co.th/kp/th/268 อธิบายภาษีสรรพสามิตไว้ว่า
“ภาษีสรรพสามิตคือ ภาษีการขายเฉพาะที่เรียกเก็บจากสินค้าและบริการบางประเภทซึ่งมีเหตุผลสมควรที่จะต้องรับภาระภาษีสูงกว่าปกติ เช่น สินค้าที่บริโภคแล้วอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพและศีลธรรมอันดี สินค้าและบริการที่มีลักษณะเป็นการฟุ่มเฟือย หรือสินค้าที่ได้รับผลประโยชน์เป็นพิเศษจากรัฐ หรือสินค้าที่ก่อให้เกิดภาระต่อรัฐบาลในการที่จะต้องสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อให้บริการผู้บริโภค หรือเป็นสินค้าที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม”
สินค้าที่อยู่ในข่ายต้องชำระภาษีสรรพสามิต ได้แก่
- น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน
- เครื่องดื่ม
- เครื่องใช้ไฟฟ้า (เฉพาะเครื่องปรับอากาศ และโคมระย้าที่ทำจากแก้วเลดคริสตัลและแก้วคริสตัลอื่น ๆ)
- แก้วเลดคริสตัล และแก้วคริสตัลอื่น ๆ
- รถยนต์ (รถยนต์นั่ง รถยนต์กระบะ รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน)
- เรือยอชต์และยานพาหนะทางน้ำที่ใช้เพื่อความสำราญ
- น้ำหอม หัวน้ำหอม และน้ำมันหอม
- พรม และสิ่งทอปูพื้นอื่น (เฉพาะที่ทำด้วยขนสัตว์)
- สถานบริการ (สนามแข่งม้า สนามกอล์ฟ)
- หินอ่อน และหินแกรนิต (ปัจจุบันยกเว้นภาษี)
- รถจักรยานยนต์
- แบตเตอรี่
- สุรา
- ยาสูบ
- ไพ่
ภาษีสรรพสามิตมีวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บ เมื่อทราบแล้วหลายท่านก็อาจเกิดข้อสงสัยขึ้นมา 2 ด้าน
- สินค้าหรือบริการบางรายการไม่น่าจะมีลักษณะของความฟุ่มเฟือย การทำลายสุขภาพ หรือการเสื่อมเสียศีลธรรม เช่น สนามกอล์ฟที่น่าจะเป็นกีฬามากกว่า แต่ทำไมรัฐยังไม่เอาออกจากบัญชีที่ต้องชำระ
ตอนสร้างสนามกอล์ฟในยุคแรก ๆ อาจเป็นการทำลายป่า สิ่งแวดล้อมก็ได้ แต่ปัจจุบันคนบุกรุกป่าไปมากแล้ว
สนามกอล์ฟน่าจะอยู่ในหมวดส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา
- สินค้า หรือบริการบางรายการที่ชัดเจนว่ามีลักษณะฟุ่มเฟือย การทำลายสุขภาพ หรือการเสื่อมเสียศีลธรรม เช่น สุรา ซาวน่า หรืออาบอบนวด หรืออื่น ๆ เป็นต้น แบบนี้ก็ควรเก็บให้มากให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
แต่นี่แค่ขยับจะกำหนดอัตราใหม่ให้แก่เหล้า เบียร์ ไวน์ รัฐก็รีบออกมาบอกว่า ภาพรวมเท่าเดิม มันเหมือนเอาใจนักดื่ม และเหมือนจะขัด ๆ กับวัตถุประสงค์ของการเก็บ
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ กันแล้ว
รัฐน่าจะถือโอกาสนี้จัดอัตราใหม่ และกำหนดประเภทสินค้าหรือบริการกันใหม่ เอาให้ชัด ๆ อันไหนฟุ่มเฟือย ทำลายสุขภาพ หรือเสื่อมเสียศีลธรรมก็เก็บภาษีสรรพสามิตให้หนักจะดีกว่า
ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
The Logistics
รัสเซียเตรียมทุ่มงบพัฒนาระบบขนส่งทางรางเชื่อมจีน-ยุโรป
รัสเซียเตรียมแผนลงทุนบูรณะและพัฒนาระบบขนส่งทางรางเป็นเวลา 5 ปี ด้วยงบประมาณ 43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้กรอบสหภาพเศรษฐกิจ ยูเรเชีย เพื่อหวังรายได้จากการขนส่งสินค้าที่กําลังเติบโตและมีอัตราการทํากําไรสูงเส้นทางระหว่างจีนไปยังยุโรป ซึ่งรัสเซียมีส่วนแบ่งจากการขนส่งโดย คิดจากน้ําหนักสินค้าร้อยละ 15
จากกระแสนิยมการค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขนส่งไปยังผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งถ้าโครงสร้างระบบขนส่งทางรางแบบความเร็วสูงจากจีนวิ่งผ่าน คาซัคสถาน รัสเซีย และเบลารุส ไปยังศูนย์กระจายสินค้าในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี เสร็จสิ้นสมบูรณ์ คาดว่าจะใช้เวลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ส่วนใน ปัจจุบันมีการขนส่งสินค้าทางรางผ่านเส้นทางนี้ 100,000 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อ ปี และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1 ล้านตู้คอนเทนเนอร์ได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า
การรถไฟของรัสเซียได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับรัฐบาลและผู้แทน การรถไฟของจีนที่จะพัฒนาการขนส่งทางรางความเร็วสูงร่วมกันเป็น ระยะทางทั้งสิ้น 10,000 กิโลเมตร โดยเส้นทางในประเทศจีนที่มีความยาว 4,000 กิโลเมตรได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่สําหรับรัสเซียในช่วงแรก ระหว่างกรุงมอสโกกับเมืองคาซานที่คาดว่าจะใช้งบประมาณก่อสร้างราว 172,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐยังไม่ได้ลงมือ
จากนโยบายเส้นทางสายไหมใหม่ของจีนที่มีเป้าหมายปลายทางไปยังยุโรปที่ ต้องอาศัยเส้นทางขนส่งสินค้าทางรางได้เร่งดําเนินการอย่างจริงจัง โดยมี ประเทศอย่างคาซัคสถานและรัสเซียที่เป็นทางผ่านก็ได้รับประโยชน์จากการขนส่งนี้ด้วย ดังนั้นรัฐบาลของคาซัคสถานและรัสเซียจึงกําหนดนโยบาย พัฒนาเพื่อรองรับการเชื่อมต่อเส้นทางนี้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ในชั้นนี้ ประเภทสินค้ที่เหมาะสมในการขนส่งยังจํากัดอยู่เฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าสูงและ ต้องการความรวดเร็วในการส่งมอบเท่านั้น
สํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมอสโก
http://www.ditp.go.th/ditp_pdf.php?filename=contents_attach/163816/163816.pdf&title=163816






