SNP NEWS

ฉบับที่ 453

Follow Us :     เพิ่มเพื่อน  

CEO ARTICLE

“ภาษีฟุ่มเฟือย”

นักดื่มว่าไง

รัฐจัดเก็บภาษีใหม่ ขยับเพดานภาษีเหล้า-เบียร์ สูงขึ้น

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 เว็บไซต์ สปริงนิวส์ และหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ รายงานว่า ภาษีสรรพสามิตได้ปรับวิธีการจัดเก็บจากราคาขายส่งหน้าโรงงาน เปลี่ยนมาเป็นราคาขายปลีกแนะนำ ทั้งนี้คาดว่ามีผลบังคับใช้ 180 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งทางกรมสรรพาสามิต ต้องเร่งดำเนินการทำกฎหมายลูกประกอบ ประมาณ 80 ฉบับ โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดพิกัด (อ้างอิง https://money.kapook.com/view166749.html)

ข่าวข้างต้นปรากฏขึ้นไม่กี่วัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ออกมาอธิบายว่า ภาษีสรรพสามิตในอัตราใหม่ที่จะจัดเก็บไม่ได้ทำให้รัฐได้ภาษีในภาพรวมเพิ่มขึ้น

ภาษีสรรพสามิตอัตราใหม่จะทำให้เหล้า เบียร์ ไวน์ บางยี่ห้อ และบางดีกรีต้องจ่ายภาษีสูงขึ้น ขณะที่บางยี่ห้อและบางดีกรีจ่ายน้อยลง

ข่าวออกมาตอนแรก ๆ นักดื่มก็คิดว่าต้องจ่ายมากขึ้น แต่พออธิบายก็ทำให้เบาใจ แต่ก็เกิดข้อสงสัย ทำไมประเทศไทยมีภาษียุบยับมากมาย คนมากมายดื่มเหล้า เบียร์ หรือไวท์มาตั้งนาน อยู่ ๆ ก็มีภาษีสรรพสามิตเกิดขึ้น

ภาษีสรรพสามิตคืออะไร แล้วทำไมต้องจัดเก็บด้วย ?

ในความเป็นจริง ภาษีทุกประเภทต้องมีวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บ ไม่ใช่ใครหรือรัฐบาลไหนจะจัดเก็บก็ได้

ภาษีสรรพสามิตก็เช่นกัน

ภาษีสรรพสามิต คือภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าหรือบริการที่มีลักษณะฟุ่มเฟือย หรือทำลายสุขภาพ หรือเสื่อมเสียศีลธรรม แล้วก็เก็บมานานแล้วแต่ผู้บริโภคอาจไม่รู้ตัวที่ได้จ่ายไป

วัตถุประสงค์ง่าย ๆ คือใครก็ตามที่บริโภคสินค้า หรือซื้อบริการที่มีลักษณะนี้ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นให้รัฐ

รัฐก็จะนำเงินเหล่านี้มาเยียวยา แก้ไข หรือป้องกันความเสียหายจากสินค้าหรือบริการนั้น

ใน http://www.ar.co.th/kp/th/268 อธิบายภาษีสรรพสามิตไว้ว่า

“ภาษีสรรพสามิตคือ ภาษีการขายเฉพาะที่เรียกเก็บจากสินค้าและบริการบางประเภทซึ่งมีเหตุผลสมควรที่จะต้องรับภาระภาษีสูงกว่าปกติ เช่น สินค้าที่บริโภคแล้วอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพและศีลธรรมอันดี สินค้าและบริการที่มีลักษณะเป็นการฟุ่มเฟือย หรือสินค้าที่ได้รับผลประโยชน์เป็นพิเศษจากรัฐ หรือสินค้าที่ก่อให้เกิดภาระต่อรัฐบาลในการที่จะต้องสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อให้บริการผู้บริโภค หรือเป็นสินค้าที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม”

สินค้าที่อยู่ในข่ายต้องชำระภาษีสรรพสามิต ได้แก่

  1. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน
  2. เครื่องดื่ม
  3. เครื่องใช้ไฟฟ้า (เฉพาะเครื่องปรับอากาศ และโคมระย้าที่ทำจากแก้วเลดคริสตัลและแก้วคริสตัลอื่น ๆ)
  4. แก้วเลดคริสตัล และแก้วคริสตัลอื่น ๆ
  5. รถยนต์ (รถยนต์นั่ง รถยนต์กระบะ รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน)
  6. เรือยอชต์และยานพาหนะทางน้ำที่ใช้เพื่อความสำราญ
  7. น้ำหอม หัวน้ำหอม และน้ำมันหอม
  8. พรม และสิ่งทอปูพื้นอื่น (เฉพาะที่ทำด้วยขนสัตว์)
  9. สถานบริการ (สนามแข่งม้า สนามกอล์ฟ)
  10. หินอ่อน และหินแกรนิต (ปัจจุบันยกเว้นภาษี)
  11. รถจักรยานยนต์
  12. แบตเตอรี่
  13. สุรา
  14. ยาสูบ
  15. ไพ่

ภาษีสรรพสามิตมีวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บ เมื่อทราบแล้วหลายท่านก็อาจเกิดข้อสงสัยขึ้นมา 2 ด้าน

  1. สินค้าหรือบริการบางรายการไม่น่าจะมีลักษณะของความฟุ่มเฟือย การทำลายสุขภาพ หรือการเสื่อมเสียศีลธรรม เช่น สนามกอล์ฟที่น่าจะเป็นกีฬามากกว่า แต่ทำไมรัฐยังไม่เอาออกจากบัญชีที่ต้องชำระ

ตอนสร้างสนามกอล์ฟในยุคแรก ๆ อาจเป็นการทำลายป่า สิ่งแวดล้อมก็ได้ แต่ปัจจุบันคนบุกรุกป่าไปมากแล้ว

สนามกอล์ฟน่าจะอยู่ในหมวดส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา

  1. สินค้า หรือบริการบางรายการที่ชัดเจนว่ามีลักษณะฟุ่มเฟือย การทำลายสุขภาพ หรือการเสื่อมเสียศีลธรรม เช่น สุรา ซาวน่า หรืออาบอบนวด หรืออื่น ๆ เป็นต้น แบบนี้ก็ควรเก็บให้มากให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์

แต่นี่แค่ขยับจะกำหนดอัตราใหม่ให้แก่เหล้า เบียร์ ไวน์ รัฐก็รีบออกมาบอกว่า ภาพรวมเท่าเดิม มันเหมือนเอาใจนักดื่ม และเหมือนจะขัด ๆ กับวัตถุประสงค์ของการเก็บ

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ กันแล้ว

รัฐน่าจะถือโอกาสนี้จัดอัตราใหม่ และกำหนดประเภทสินค้าหรือบริการกันใหม่ เอาให้ชัด ๆ อันไหนฟุ่มเฟือย ทำลายสุขภาพ หรือเสื่อมเสียศีลธรรมก็เก็บภาษีสรรพสามิตให้หนักจะดีกว่า

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร

The Logistics

รัสเซียเตรียมทุ่มงบพัฒนาระบบขนส่งทางรางเชื่อมจีน-ยุโรป

รัสเซียเตรียมแผนลงทุนบูรณะและพัฒนาระบบขนส่งทางรางเป็นเวลา 5 ปี ด้วยงบประมาณ 43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้กรอบสหภาพเศรษฐกิจ ยูเรเชีย เพื่อหวังรายได้จากการขนส่งสินค้าที่กําลังเติบโตและมีอัตราการทํากําไรสูงเส้นทางระหว่างจีนไปยังยุโรป ซึ่งรัสเซียมีส่วนแบ่งจากการขนส่งโดย คิดจากน้ําหนักสินค้าร้อยละ 15

จากกระแสนิยมการค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขนส่งไปยังผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งถ้าโครงสร้างระบบขนส่งทางรางแบบความเร็วสูงจากจีนวิ่งผ่าน คาซัคสถาน รัสเซีย และเบลารุส ไปยังศูนย์กระจายสินค้าในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี เสร็จสิ้นสมบูรณ์ คาดว่าจะใช้เวลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ส่วนใน ปัจจุบันมีการขนส่งสินค้าทางรางผ่านเส้นทางนี้ 100,000 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อ ปี และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1 ล้านตู้คอนเทนเนอร์ได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า

การรถไฟของรัสเซียได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับรัฐบาลและผู้แทน การรถไฟของจีนที่จะพัฒนาการขนส่งทางรางความเร็วสูงร่วมกันเป็น ระยะทางทั้งสิ้น 10,000 กิโลเมตร โดยเส้นทางในประเทศจีนที่มีความยาว 4,000 กิโลเมตรได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่สําหรับรัสเซียในช่วงแรก ระหว่างกรุงมอสโกกับเมืองคาซานที่คาดว่าจะใช้งบประมาณก่อสร้างราว 172,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐยังไม่ได้ลงมือ

จากนโยบายเส้นทางสายไหมใหม่ของจีนที่มีเป้าหมายปลายทางไปยังยุโรปที่ ต้องอาศัยเส้นทางขนส่งสินค้าทางรางได้เร่งดําเนินการอย่างจริงจัง โดยมี ประเทศอย่างคาซัคสถานและรัสเซียที่เป็นทางผ่านก็ได้รับประโยชน์จากการขนส่งนี้ด้วย ดังนั้นรัฐบาลของคาซัคสถานและรัสเซียจึงกําหนดนโยบาย พัฒนาเพื่อรองรับการเชื่อมต่อเส้นทางนี้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ในชั้นนี้ ประเภทสินค้ที่เหมาะสมในการขนส่งยังจํากัดอยู่เฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าสูงและ ต้องการความรวดเร็วในการส่งมอบเท่านั้น

สํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมอสโก

http://www.ditp.go.th/ditp_pdf.php?filename=contents_attach/163816/163816.pdf&title=163816