SNP eJournal

ฉบับที่ 450

Follow Us :     เพิ่มเพื่อน  

CEO ARTICLE

“รับหรือล้ม”

รับมั๊ยรับ … ล้มมั๊ยล้ม

รถเอ็นจีวี 489 คัน

ถอดรหัสกฎอาเซียน ไขปัญหารถเอ็นจีวี กรมศุลกากรตั้งข้อสงสัยว่า …

จึงกล่าวหาว่า …

รถเอ็นจีวีที่ว่านั้น สัญชาติจีนหรือมาเลเซีย … กันแน่

คอลัมน์สกู๊ปหน้า 1 ไทยรัฐฉบับวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 ให้หัวข้อข่าวข้างต้นแล้วตามมาด้วยคำถามที่ว่า รถเอ็นจีวีที่ว่านั้นสัญชาติจีนหรือมาเลเซีย … กันแน่

ขณะที่บริษัทผู้ชนะการประมูลก็ให้เหตุผลว่า ความล่าช้าที่ส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวีให้ ขสมก. ไม่ได้นั้นอยู่เหนือความควบคุมของบริษัท

ต้องถือเป็นเหตุสุดวิสัย

ในข่าวระบุว่า บริษัทพร้อมส่งรถให้ ขสมก. ตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้ว แต่ที่ส่งมอบไม่ได้เพราะทุกฝ่ายในบ้านเมืองตั้งแต่นายกฯ อัยการฯ มาถึงผู้อำนวยการ ขสมก. ต่างพูดเป็นเสียงเดียวตลอดมาว่า

“ต้องรอความชัดเจนจากกรมศุลกากรก่อนว่าจะให้รถเอ็นจีวีลอตนี้ถือสัญชาติใดแน่”

ข่าวยังบอกอีกว่า บริษัทได้ทำหนังสือขอวางประกันเฉพาะค่าภาษีเพื่อขอรับรถไปก่อนแต่ไม่ขอวางประกันค่าปรับที่กรมศุลกากรกล่าวหาว่า

“บริษัทสำแดงเท็จด้วยการนำรถจากจีนมาสวมสิทธิ์ให้เป็นรถมาเลเซียเพื่อขอยกเว้นอากรตามข้อตกลง FTA”

เนื้อหาข่าวยังอ้างประกาศกรมศุลกากรที่ 240/2559 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการว่า

“เมื่อมีเหตุอันควรสงสัย หรือจำเป็นต้องสอบถามไปยังหน่วยงานที่ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิด ให้ผู้นำเข้าดำเนินการวางประกันให้คุ้มค่าภาษีอากรตามอัตราปกติโดยไม่ต้องวางประกันค่าปรับ แต่ในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่กลับมีคำสั่งให้บริษัทต้องวางประกันค่าปรับในอัตรา 2 เท่าของภาษีอากรอาจเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติของกรมศุลกากร”

ในตอนท้ายของข่าวสรุปว่า ไม่อยากนึกภาพเลยว่า ถ้าหาก “ขสมก. กับ “กรมศุลกากรไทย” เพลี่ยงพล้ำพลาดท่าแพ้คดี

“ค่าเสียหาย” ที่เกิดขึ้นคงหนีไม่พ้น “เงินภาษี” ของประชาชนคนไทยทั้งประเทศอีกตามเคย

ไม่มีใครยืนยันว่า รถ NGV ที่ ขสมก. สั่งซื้อให้เป็นของขวัญปีใหม่ 2560 แก่ประชาชนชาว กทม. จะเป็นมหากาพย์ยาวนานเพียงใด

แต่หากพิจารณาจากเนื้อหาข่าวข้างต้น อาจเชื่อได้ว่า ไม่จบง่าย ๆ

บางท่านอาจมองว่า มันเป็นเรื่องมีเบื้องหลัง มีผลประโยชน์ มีใบสั่ง แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้นอกจากการคาดเดา

ในข่าวบอกถึงคำสั่งกรมศุลกากรที่ 240/2559 ที่กำหนดให้ไม่ต้องวางประกันค่าปรับ

แต่ในข่าวไม่ได้บอกมุมมองกรมศุลกากรที่ว่า หากการสำแดงนั้นเป็นเท็จ ความผิดที่สำเร็จก็เกิดขึ้นแล้ว

มันต้องตามมาด้วยค่าปรับ หรือการวางประกันค่าปรับเพื่อขอรับสินค้าไปก่อนแล้วมาต่อสู้

ต่างคนต่างมุมมอง

เรื่องอึมครึมไม่น่าปล่อยไว้นาน วันนี้ไม่มีใครรู้ว่า การพิสูจน์ของกรมศุลกากรไปถึงไหน รถ NGV ผลิตในมาเลเซีย หรือในจีนกันแน่ ???

ง่าย ๆ แต่กระบวนการพิสูจน์ยังไม่ออกสู่สาธารณะสักที

หากเอาตามข้อเสนอแนะในข่าว การทำหนังสือสอบถามไปยังประเทศมาเลเซียหน่วยงานที่ออกหนังสือรับรองเมืองกำเนิดก็น่าจะตรงประเด็นที่สุด

ไม่รู้ว่า กรมศุลกากรไทยทำไปแล้วหรือยัง ???

แต่หากมองว่า ราชการไทยใช้ระบบกล่าวหา จำเลยมีหน้าที่พิสูจน์ อย่างนี้ผู้นำเข้าก็น่าจะรีบพิสูจน์เพราะตนเองเสียหายอยู่

แต่ดู ๆ เหมือนว่าทุกอย่างเงียบ ผู้นำเข้านิ่ง มันแปลก ๆ อย่างที่เขาวิเคราะห์กัน

รับมั๊ยรับ … ล้มมั๊ยล้ม แค่นี้ยังหาคำตอบไม่ได้

หรือรายการนี้จะมีเลศนัยอย่างที่คนพูดถึงจริง ๆ แล้วข้อสรุปสุดท้ายในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐก็ผลุดขึ้นมา

กลัวแต่ว่า “ค่าเสียหาย” ที่เกิดขึ้นคงหนีไม่พ้น “เงินภาษี” ของประชาชนคนไทยทั้งประเทศจริง ๆ

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร

The Logistics

ส่งออกสินค้า 2560 เงินชดเชยค่าภาษีอากรอาจได้ช้า ต้นเหตุว่า HS code มีการปรับปรุงใหม่

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ประกอบการรายหนึ่งซึ่งมีการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศและใช้สิทธิขอชดเชยภาษีอากรเป็นประจำ ผู้ประกอบการท่านนี้เกิดความสงสัยว่า เหตุใดจึงยังไม่ได้รับบัตรภาษี (เงินชดเชยค่าภาษีอากร) สำหรับใบขนสินค้าส่งออกตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 จากกรมศุลกากรอีก ทำไมล่าช้ากว่าปกติ? หลังจากพยายามหาคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ได้รับการแจ้งแถลงไขในเบื้องต้นว่า เนื่องจากกรมศุลกากรได้ทำการปรับปรุงแก้ไขพิกัดศุลกากรใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ ฉบับปี 2017 (HS 2017) ของ World Customs Organization (WCO) หรือ องค์การศุลกากรโลก ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกอยู่นั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พิกัดศุลกากรของสินค้ามีความทันสมัย ชัดเจน สอดคล้องกับรูปแบบทางการค้าระหว่างประเทศ และการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี รวมทั้งเป็นกลไกในการติดตามข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงด้านอาหารของโลก การคุ้มครองสังคมและสิ่งแวดล้อม เมื่อมีการปรับปรุงแก้ไขพิกัดศุลกากร HS code จึงทำให้มีการปรับปรุงแก้ไขอัตราเงินชดเชยค่าภาษีอากรด้วยเช่นกัน และการปรับปรุงแก้ไขอัตราเงินชดเชยค่าภาษีอากรนี้ ยังไม่เสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ จึงทำให้ผู้ประกอบการที่ใช้สิทธิขอชดเชยภาษีอากรสำหรับการส่งออกสินค้าตั้งแต่ต้นปี 2560 ยังไม่ได้รับเงินคืนนั่นเอง

หลายท่านที่เป็นผู้ส่งออกมือใหม่อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว อาจมีข้อสงสัยว่า การขอชดเชยค่าภาษีอากรคืออะไร และมีระเบียบเงื่อนไขอย่างไร ท่านสามารถเข้าไปหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  http://www.customscarecenter.com ค่ะ แต่ในโอกาสนี้ก็จะขอเล่าอย่างย่อๆว่า การชดเชยค่าภาษีอากร เป็นมาตรการช่วยเหลือทางภาษีอากรของรัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการลดต้นทุนการผลิต ทำให้สามารถส่งสินค้าไปขายแข่งขันกับสินค้าของต่างประเทศ ทั้งในตลาดโลกและตลาดภายในประเทศได้ (ในกรณีที่การขายนั้นถือเป็นการส่งออกตามกฎหมาย ทั้งนี้ การจ่ายเงินดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักร พ.ศ. 2524) ซึ่งผู้ที่มีสิทธิขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากร ได้แก่ ผู้ผลิตสินค้าในราชอาณาจักร, ตัวแทนซื้อขายสินค้าที่ผลิตภายในประเทศแล้วนำสินค้าส่งออก

หากผู้ประกอบการท่านไหนมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องใด สามารถส่งคำถามหรือติดต่อทางบริษัทฯได้ ที่อีเมล์ logistics@snp.co.th หรือโทร 02-333-1199 ได้เลยนะคะ SNP ยินดีให้บริการค่ะ ^ ^