CEO ARTICLE
พอเพียง
ทำไมคำว่า “พอเพียง” จึงสร้างความขัดแย้งในสังคมไทย ?
“พอเพียง” และ “เศรษฐกิจพอเพียง” มีความหมายในทางเดียวกัน
แต่ไม่ว่าจะเขียนต่างกันอย่างไร คนที่ไม่เข้าใจก็ตีความหมายทั้ง 2 คำอย่างผิด ๆ ว่า คือ “การประหยัด” บางคนนำมาหยอกล้อว่า จนก็อยู่อย่างจน อยู่อย่างเจ่ียมตัว มีแค่ไหนก็กินแค่นั้น ไม่ควรสะเออะกินอยู่อย่างคนมีเงิน ส่วนคนรวยก็ให้อยู่อย่างคนจน เป็นต้น
ในความเป็นจริงชื่อเต็ม ๆ คือ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”
เมื่อมีคำว่า “ปรัชญา” มันจึงหมายถึง การคิดเพื่อมองให้เห็น การเรียนรู้เพื่อให้เข้าใจ และการนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์จริง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงไม่เหมาะกับคนที่มีความสุขดีอยู่แล้ว คนที่ไม่ชอบคิด ไม่ชอบเรียนรู้ หรือคนที่ไม่ต้องการความเปลี่ยนแปลงใด ๆ
ส่วนคนที่ขาดความสุข อยากเปลี่ยนแปลง อยากเปลี่ยนอาชีพ อยากขาย อยากซื้อของหรู อยากกินของแพง หรืออยากจะพูดอะไรเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็ให้ยึด “3 ห่วง 2 เงื่อนไข” ซึ่งรวมแล้วเป็น 5 แนวคิดแบบไม่เรียงลำดับให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้
1. มีความรู้
ต้องศึกษาสิ่งที่จะทำให้รู้จริง รู้ลึก เช่น อยากขายของหนีภาษีก็ต้องรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง อยากทำอาชีพอะไรก็ต้องศึกษาอาชีพนั้นให้รู้ลึก อยากพูดเรื่องพอเพียงก็ต้องรู้ “3 ห่วง 2 เงื่อนไข” รู้ให้จริง ไม่ใช่รู้ผิว ๆ แต่คนส่วนใหญ่ไม่เรียนรู้ให้จริง คิดจะทำก็ทำ คิดจะซื้อก็ซื้อ คิดจะกินก็กิน คิดจะพูดก็พูด โอกาสผิดพลาดจึงมีมาก ผลของการเรียนรู้จะทำให้เกิด “ความถูกต้อง”
2. มีเหตุผล
ต้องมีเหตุ มีผลเพื่ออธิบายได้ว่าเพราะอะไรจึงทำเช่นนี้ เหตุผลต้องให้คนส่วนใหญ่ยอมรับได้ ไม่ใช่เหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ของตนเอง ผลของการมีเหตุผลจะทำให้เกิด “ความมั่นคง”
3. มีภูมิคุ้มกัน
ต้องมีเพื่อนที่ดี มีสมาคม มีชมรม มีพันธมิตร หรือมีประกันสุขภาพเพื่อคุ้มครอง เพื่อช่วยดึงช่วยดัน ช่วยคุ้มกันมิให้เดินหลงทางง่าย ๆ ผลของการมีภูมิคุ้มกันจะทำให้เกิด “ความยั่งยืน”
4. มีความพอประมาณ
ต้องรู้ปริมาณที่เหมาะสม ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ไม่ใช่มากเกินไป แต่หากมีเงินมากอยากจะสิ้นเปลืองก็ตามสบาย ไม่กระทบใคร ผลของความพอประมาณจะทำให้ชีวิตเกิด “ความสมดุล”
5. มีคุณธรรม
ไม่ว่าจะทำอะไรต้องไม่เอาเปรียบคนอื่น ต้องมีคุณธรรม มีจริยธรรม ไม่มุ่งเอาคะแนนนิยมให้ตนเองโดยไม่สนใจความเสียหายต่อส่วนรวม ผลของการมีคุณธรรมจะทำให้เกิด “การยอมรับ”
“3 ห่วง 2 เงื่อนไข” รวมเป็น 5 แนวคิดแค่นี้ ทำได้ครบก็ดี ทำไม่ครบก็ดี มันดีขึ้นทั้งนั้น
คนที่ศึกษาก็จะมีความรู้ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน มีความพอประมาณ และมีคุณธรรม เมื่อทำแล้วก็จะได้ความถูกต้อง ความมั่นคง ความยั่งยืน ความสมดุล และการยอมรับมากขึ้น
ใครค่อย ๆ ทำตาม “3 ห่วง 2 เงื่อนไข” ก็จะค่อย ๆ เข้าสู่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ไม่มีตรงไหนบอกให้คนจนเจียมตัว ห้ามทำงานมาก ห้ามซื้อของหรู ห้ามกินของแพง ไม่มีตรงไหนบอกให้คนรวยทำนา ยกเว้นคนรวยที่อยากสร้าง Content แสร้งทำนาถ่ายภาพลงโซเซียลจนทำให้คนที่ไม่รู้ความหมายตีความผิด ๆ ว่า “พอเพียง” คือการทำนา หรืออยู่อย่างคนจน
ผู้จัดรายการ Comedy Talk Show ย่อมศึกษามาก่อน แต่ที่นำมาสร้างมุขล้อเลียนคนรวย ล้อเลียนดารา และ Influencer ที่ทำตัวเสแสร้งว่าพอเพียงก็เพื่อเรียกเสียงหัวเราะเท่านั้น
มุขก็คือมุข จะมองถูกจะมองผิดอย่างไรก็ทำให้เป็นมุขได้ แต่ผู้ชมกลุ่มหนึ่งเห็นว่าไม่เหมาะสม คล้ายเป็นการด้อยค่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่หลายคนยกย่องจนเป็นความขัดแย้ง
เอาแค่คิดจะขัดแย้งมันก็ไม่ใช่ความรู้ ไม่ใช่เหตุผล ไม่ใช่ภูมิคุ้มกัน ไม่ใช่ความพอประมาณ และไม่ใช่คุณธรรมตาม “3 ห่วง 2 เงื่อนไข” แล้ว แต่ไปเข้าทางการเมืองที่ได้ประโยชน์จากความขัดแย้ง ต่างฝ่ายต่างถือเข้าหางฝ่ายหนึ่ง ความขัดแย้งจึงบานปลายอย่างที่เห็น
ประชาชนที่สนุกก็ร่วมโหมกระหน่ำความขัดแย้งจนเป็นสงครามโซเซียล
ขณะที่สหประชาชาติให้การยกย่อง แบบขอกล่าวย่อ ๆ ว่า “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสอนให้ตระหนักถึงความสุข ไม่ผูกพันกับเงินอย่างเดียว แต่ให้นึกถึงความสามารถและความเหมาะสมในการดำเนินชีวิตซึ่งเป็นรากฐานของความยั่งยืน ความเสมอภาค และความเท่าเทียม” (สเตฟาโนส โฟทีโอ เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2559)
ประเทศไทยเป็นต้นทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่มีคนไทยกี่คนที่รู้ความหมายแท้จริง
มันจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล กระทรวงศึกษา หรือหน่วยงานรัฐที่ควรใช้โอกาสนี้ทำอะไรสักอย่างเพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน เพื่อลดความขัดแย้ง และเพื่อความสงบสุขของสังคม
การเมืองทำให้สังคมไทยขัดแย้งมานาน พอเพียงเป็นน้ำผึ้งหยดหนึ่งเท่านั้น
แต่หากความขัดแย้งสร้างคะแนนนิยม สร้างอำนาจทางการเมือง และสร้างความแตกแยกเพื่อให้การเมืองเข้ามาปกครอง แบบนี้พอเพียงก็จะถูกเลี้ยงให้อยู่ในกระแสขัดแย้งต่อไป.
ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
for Home and Health,
please visit https://www.inno-home.com
อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/
Date Published : May 14, 2024

Logistics
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับคลอง Suez
– คลองสุเอซเป็นคลองที่มีความยาว 192 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินเรือทางทะเลที่เร็วที่สุดที่เชื่อมระหว่างเอเชียและยุโรป คลองสุเอซเชื่อมระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลแดง
– คลองนี้เป็นหนึ่งในเจ็ดจุดทางภูมิศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการค้าน้ำมันโลก และยังเป็นจุดที่มีความเสี่ยงต่อการถูกกีดขวางเนื่องจากคลองมีขนาดที่แคบหรือเสี่ยงจากถูกการโจมตีของโจรสลัดอีกด้วย
– สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลว่าในปี 2023 คลองสุเอซมีการขนส่งน้ำมันประมาณ 9.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นประมาณ 9% ของความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก
– ประมาณ 4% ของการนำเข้า LNG ทั่วโลก (391 ล้านเมตริกตันในปี 2023) ถูกขนส่งผ่านคลองสูเอซ
– รายได้จากค่าผ่านทางที่เจ้าของเรือต้องจ่ายถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของเศรษฐกิจประเทศอียิปต์ และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9,400 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 นี้
– คลองสุเอซสามารถรองรับกองเรือบรรทุกน้ำมันที่บรรทุกมาเต็มลำได้มากกว่า 60% ของโลกเรือบรรทุกน้ำมันทั้งหมดในโลกนี้ และสามารถรองรับกองเรือขนส่งสินค้าเทกองได้มากกว่า 90% อีกทั้งยังสามารถรองรับเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ รถขนส่งสินค้า และเรือขนส่งสินค้าทั่วไปได้ทุกประเภท
– เรือที่บรรทุกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียจากอ่าวตะวันออกกลางสามารถเดินทางไปยังรอตเตอร์ดัมได้ด้วยระยะทางเพียง 6,436 ไมล์ทะเลหากใช้เส้นทางผ่านคลองสุเอซ ต่างกับการเดินทางอ้อมทวีปแอฟริกาที่จะทำให้ระยะทางในการเดินทางเพิ่มขึ้นเป็น 11,169 ไมล์ทะเล ซึ่งจะทำให้เจ้าของเรือต้องใช้เวลาในการขนส่งนานขึ้นและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น
ที่มา: https://marketeeronline.co/archives/335404








Leave a Reply
Want to join the discussion?Feel free to contribute!