CEO ARTICLE

อุทธรณ์มอร์ริส

Published on June 7, 2022


Follow Us :

    

วันที่ 1 มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์มีคำตัดสินคดี ‘บุหรี่มอร์ริส’ ให้ลดค่าปรับของศาลชั้นต้นจาก 1.2 พันล้านบาทเหลือ 121 ล้านบาท (ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 2 มิ.ย. 65)
คำตัดสินของศาลอุทธรณ์ต่างจากศาลชั้นต้นมาก แต่ให้ประโยชน์อะไรกับประเทศไทย ?

คดี ‘บุหรี่มอร์ริส’ เป็นกรณีพิพาทระหว่างกรมศุลกากรของไทยกับ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ‘มอร์ริส’ ของฟิลิปปินส์ในฐานะผู้นำเข้าบุหรี่ยี่ห้อ ‘Marlboro’ และยี่ห้อ ‘L & M’ ระหว่างปี 2546 – 2550 จำนวนรวม 272 ครั้ง
กรมศุลกากรมีการจับกุมย้อนหลัง ตรวจสอบ และตั้งข้อหา ‘มอร์ริส’ ว่าสำแดงราคาบุหรี่ต่ำมากโดยใช้ ‘ราคาซื้อขายของที่เหมือนกัน’ ของผู้อื่นเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบเพื่อคำนวณจนเป็นเหตุให้ภาษีอากรขาดราว 307 ล้านบาท (ดูบทความย้อนหลังที่ 722)
‘มอร์ริส’ ไม่ยอมรับ กลายเป็นคดีขึ้นสู่ศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นก็ยึดกฎหมายศุลกากรโดยมีคำตัดสินให้ ‘มอร์ริส’ ต้องจ่ายภาษีอากรที่ขาดและค่าปรับอีกราว 1.2 พันล้านบาท
‘มอร์ริส’ เป็นกิจการข้ามชาติขนาดใหญ่ และมีอิทธิพลต่อการค้าทั่วโลกจึงไปร้อง WTO (World Trade Organization) และ WTO มีคำวินิจฉัยให้ไทยยึด ‘ราคาซื้อขายของที่นำเข้า’ ตามกฎที่สมาชิกของ WTO ทั่วโลกยอมรับซึ่งก็คือราคาที่ ‘มอร์ริส’ สำแดงขณะนำเข้า
คำวินิจฉัยของ WTO และคำตัดสินของศาลชั้นต้นของไทยขัดแย้งกัน ประเทศไทยจึงไม่ยอมรับ และ ‘มอร์ริส’ ก็ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ของไทยเพื่อต่อสู้จนกลายเป็นมหากาพย์
ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ อยู่ ๆ รัฐบาลฟิลิปปินส์ก็เข้ามาตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษีของสินค้าไทยที่ส่งออกไปฟิลิปปินส์ เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน ยางล้อและผลิตภัณฑ์ พลาสติกและเคมีภัณฑ์ ยาและเครื่องสำอาง เป็นต้น ส่งผลให้สินค้าไทยส่งออกไปฟิลิปปินส์ยากขึ้น ผู้ส่งออกและเศรษฐกิจของไทยทั้งระบบที่กำลังย่ำแย่ได้รับผลกระทบมากขึ้น
จากตัวเลขการค้าปี 2563 ไทยมีมูลค่าการส่งออกไปยังฟิลิปปินส์มากถึง 5,051.70 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีการนำเข้า 3,032.50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมีมูลค่าการค้ารวมถึง 8,084.20 ล้านเหรียญสหรัฐ (กรมการค้าระหว่างประเทศ เผยแพร่ 26 ม.ค. 64) ไทยจึงเตรียมการโต้แย้ง
ในวงการค้ามองว่า การตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษีของฟิลิปปินส์เป็นการตอบโต้ไทยที่ไปจับกุม ‘บุหรี่มอร์ริส’ จนเลยเถิดเป็นข้อพิพาทระหว่างประเทศ
แต่เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2565 ครม. ของไทยก็มีมติลับมากให้ยุติการฟ้อง ในวงการค้าก็มองว่าเป็นการผ่อนคลายผลกระทบที่การส่งออกได้รับและความพยายามยุติข้อพิพาทดังกล่าว และสุดท้าย ศาลอุทธรณ์ก็มีคำตัดสินข้างต้นที่เป็นการคลีคลายข้อพิพาทระหว่างประเทศไปในตัว

ค่าปรับของศาลอุทธรณ์ต่างจากศาลชั้นต้นมาก เป็นเรื่องปกติที่เกิดได้ ให้ประโยชน์ต่อ ‘มอร์ริส’ และประเทศไทย และเป็นไปในทิศทางเดียวกับมติลับจึงเป็นเรื่องราวที่น่าเรียนรู้
อย่างน้อย มหากาพย์ ‘บุหรี่มอร์ริส’ ก็ให้ข้อคิดต่อผู้นำเข้าและผู้ส่งออกทั่วไป ดังนี้
1. กฎหมายศุลกากรเป็นกฎหมายพิเศษ ให้อำนาจศุลกากรในการพิจารณา จับกุมต่อหน้า จับกุมย้อนหลัง และเปรียบเทียบปรับเพื่อระงับคดีโดยไม่ต้องไปต่อสู้ในชั้นศาล
2. ในกรณีผู้ถูกจับกุมไม่เห็นด้วยกับศุลกากร และมีข้อตกลงระหว่างประเทศกำหนดไว้ เช่น ข้อกำหนดการใช้ราคาประเมินภาษีแบบ GATT (General Agreement on Tariff and Trade) ที่หากเห็นว่าขัดแย้งกัน ผู้ถูกจับกุมก็สามารถไปร้องต่อ WTO ให้ช่วยวินิจฉัยได้
3. ในกรณีผู้ถูกจับกุมไม่เห็นด้วยกับค่าปรับของศุลกากร ผู้ถูกจับกุมก็ควรไปร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อต่อสู้ และหากไม่เห็นด้วยกับศาลชั้นต้นก็ยังมีศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาให้ต่อสู้อีก 2 ศาล
4. ศาลย่อมมีวิธีพิจารณาของศาล มีกฎหมาย มีความยุติธรรมและความสงบสุขของสังคมในภาพรวมเป็นที่ตั้ง ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกจึงควรจัดหาหลักฐานที่เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด
5. การค้าระหว่างประเทศเกี่ยวพันกับกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศมากมาย การป้องกันปัญหาที่ดีที่สุดคือ การมีความรู้ด้านกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับสินค้าและประเทศคู่ค้าเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ หรืออย่างน้อยควรมีผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องที่มีความรู้และเป็นที่ปรึกษาไปในตัว
จำนวนเงินค่าปรับ 121 ล้านบาทของศาลอุทธรณ์นั้นสำหรับ ‘มอร์ริส’ ไม่มาก เชื่อว่าคงไม่ฎีกาต่อ และหากฟิลิปปินส์ยุติการตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษีสินค้าไทย มหากาพย์ ‘บุหรี่มอร์ริส’ และความขัดแย้งระหว่างประเทศก็น่าจะยุติลงด้วยคำตัดสินของศาลอุทธรณ์

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
CEO – SNP Group

อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/

Date Published : June 7, 2022

Logistics

สิ้นสุดการรอคอย สถานีรถไฟใต้ดินสำเร็จรูปครบวงจรแห่งแรกของจีนสร้างเสร็จแล้ว

ด้วยแนวคิดที่พัฒนามาจากการต่อบล็อกของเล่น เมืองชิงต่าวหัวใสผุดไอเดียสร้าง “สถานีรถไฟใต้ดินสำเร็จรูป” แห่งแรกของจีน โดยได้ประกอบสถานีสำเร็จรูปแห่งแรกเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565 สถานีแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “สถานี Keluoshi (可洛石站)” อยู่ในโครงการรถไฟใต้ดินเมืองชิงต่าวสายที่ 6 ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยโครงการระยะแรกมีระยะทาง 30.8 กิโลเมตร ประกอบด้วย 21 สถานี เริ่มจากสถานี Qintunlu (亲屯路站) และสิ้นสุดที่สถานี Shengtaiyuan (生态园站) ในจำนวนสถานีทั้งหมดจะมีสถานีแบบสำเร็จรูป 6 สถานี

สถานี Keluoshi มีลักษณะเป็นสถานีมาตรฐานที่มีชั้นใต้ดิน 2 ชั้น มีส่วนประกอบทั้งหมด 512 ชิ้น น้ำหนักรวม 23,000 ตัน ใช้คนงานเพียง 30 คน และใช้ระยะเวลาในการดำเนินการประกอบ 6 เดือน โดยได้มีการนำเทคโนโลยีชั้นสูงมาใช้ในการวางแผนก่อสร้าง อาทิ เทคโนโลยีการสแกนด้วยเลเซอร์ 3 มิติและเทคโนโลยี BIM
(การสร้างแบบจำลองข้อมูลอาคาร) ทำให้สามารถควบคุมความแม่นยำในการประกอบชิ้นส่วนสำเร็จรูป รวมถึงช่วยให้การออกแบบ การผลิต และการประกอบ
มีความแม่นยำมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับการก่อสร้างสถานีรถไฟแบบเดิมแล้ว สถานีรถไฟสำเร็จรูปสามารถช่วยลดจำนวนแรงงานได้มากถึงร้อยละ 80 ลดระยะเวลาในการก่อสร้างร้อยละ 70 ทั้งยังช่วยในเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายจากวัสดุก่อสร้าง ลดขยะจากการก่อสร้างได้มากถึงร้อยละ 60 รวมไปถึงช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึงร้อยละ 20

นอกจากนี้ ในการดำเนินการก่อสร้างรถไฟไต้ดินสาย 6 นี้ ยังได้มีการพัฒนาเครื่องมือก่อสร้างสำหรับสถานีรถไฟใต้ดินสำเร็จรูป อาทิ เครนขาสูงอัจฉริยะขนาด 160 ตัน พร้อมรถเข็นแบบแยกส่วนมาใช้ในการประกอบ เพื่อทำให้มั่นใจในความแม่นยำของประกอบส่วนประกอบต่าง ๆ และความปลอดภัยในการยกส่วนประกอบขนาดใหญ่ ทั้งนี้ในระหว่างการการวิจัยและพัฒนาสถานีรถไฟใต้ดิน สาย 6 ของเมืองชิงต่าว ได้มีการจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีต่าง ๆ สำหรับการก่อสร้างสถานีสำเร็จรูปแล้วรวม 18 รายการ และได้รับการจัดอันดับจากสมาคมวิศวกรรมโยธาแห่งประเทศจีนให้เป็น “โครงการส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีการขนส่งทางรางในเมือง” โดยโครงการนี้มีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนโฉมการก่อสร้างรถไฟใต้ดินจากอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมากเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเน้นเทคโนโลยีอย่างเข้มข้น

ที่มา: https://thaibizchina.com

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *