CEO ARTICLE
ของนำกลับยกเว้นอากร
ของส่งออกแต่นำกลับจะได้ยกเว้นอากรขาเข้าหรือไม่ ?
คำตอบคือ “ได้” แต่ไม่ใช่จะได้ทันที มันมีกระบวนการพิสูจน์ที่ใช้เวลา
หลักคิดง่าย ๆ คือ ของที่นำเข้าทั่วไป (General Import) ต้องเสียภาษีอากร หากจะยกเว้น ต้องมีกฎหมายรองรับก่อน มีเอกสาร และมีกระบวนการพิสูจน์จึงจะยกเว้นได้
ไม่ใช่อยู่ ๆ นึกจะยกเว้นภาษีอากรก็ขอยกเว้น แบบนี้ก็อาจมีการแอบอ้างแน่
ในส่วนของส่งออก (Export) ที่นำกลับ (Re-Import) ไม่ว่าจะนำกลับด้วยเหตุใดก็ตาม เช่น สงคราม เส้นทางขนส่งถูกปิด ภัยพิบัติ ผู้ซื้อไม่รับของ เป็นต้น ของนั้นจึงไม่ใช่ของนำเข้าทั่วไป
ในเมื่อไม่ใช่ของนำเข้าทั่วไป แต่เป็นของนำกลับ ของนั้นจึงได้สิทธิ์ยกเว้นภาษีอากร
แต่หากผู้ส่งออก (Exporter) ที่มีของนำกลับละเลยการพิสูจน์ หรือพิสูจน์ตามกระบวนการของกฎหมายไม่ได้ ของนั้นแม้จะผลิตในประเทศไทย แม้จะเป็นของนำกลับก็ต้องเสียภาษีอากร
พรก. พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ภาค 4 ประเภท 1 (หนังสือการค้าระหว่างประเทศ หน้า 115) สรุปเงื่อนไขที่จะได้ยกเว้นภาษีอากรสั้น ๆ มีเพียง 3 ข้อ ดังนี้
- ต้องนำกลับเข้ามาภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ส่งออก
- ต้องไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะหรือรูปแต่ประการใด
- ต้องมีใบสุทธินำกลับ (Re-Import Certificate) แต่ผ่อนผันได้
เงื่อนไข 3 ข้อข้างต้นเข้าใจได้ไม่ยาก แต่กระบวนการพิสูจน์ใช้เวลา
ผู้ส่งออกที่รู้ตัวว่า ของที่ส่งออกกำลังจะถูกส่งกลับจึงควรแจ้งตัวแทนของออก (Customs Broker) แต่เนิ่น ๆ เพื่อเตรียมการ อย่างน้อยเพื่อประหยัดค่าเช่าโรงพักสินค้า (Rent) เมื่อของมาถึง
กระบวนการพิสูจน์ และการเตรียมการล่วงหน้า ดังนี้
- ของนำกลับเข้ามาภาย 1 ปี
ในอดีต พิธีการศุลกากรทำด้วยกระดาษ (Paper) การพิสูจน์จึงง่ายเพียงนำใบขนสินค้าขาเข้าต้นฉบับมายืนยันเท่านั้น แต่ปัจจุบัน พิธีการเปลี่ยนเป็นไร้กระดาษ (Paperless) ใบขนสินค้าฯ จึงอยู่ในระบบศุลกากร การพิสูจน์ระยะเวลา 1 ปีจึงทำเพียงการยื่นคำร้องให้ตรวจสอบเอกสารโดยเร็ว ไม่ใช่ยื่นในวันที่พาหนะขนส่งเทียบท่าแล้วมาเร่งรัดจะรับของที่ทำให้เสียเวลา
แต่ควรยื่นเอกสารต่าง ๆ ให้ตรวจสอบล่วงหน้าตามช่องทางที่กฎหมายบัญญัติให้ยื่นได้
- ไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะหรือรูป
การพิสูจน์แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นเอกสาร และส่วนที่เป็นของจริงที่นำกลับ
เอกสารไม่ว่าจะเป็น Invoice, Packing List หรือเอกสารอื่นสามารถใช้ชุดเดิมที่ส่งออกได้ แต่ไม่ว่าจะใช้ชุดเดิมหรือทำใหม่ ประเด็นที่สำคัญคือ การสำแดงข้อมูล เช่น ชื่อสินค้า รายละเอียด น้ำหนัก Serial No. และอื่น ๆ เกี่ยวกับสินค้านำกลับต้องตรงกับข้อมูลที่สำแดงขณะส่งออกเพื่อสื่อถึงการไม่เปลี่ยนแปลงซึี่งจะทำให้พิธีการศุลกากรเพื่อนำกลับผ่านง่ายขึ้น
ส่วนของจริงที่นำกลับจะพิสูจน์โดยการเปิดตรวจ หากเปิดตรวจแล้วพบของที่นำกลับไม่ตรงกับของที่ส่งออก ของนั้นจะไม่ได้สิทธิยกเว้น ต้องเสียภาษีอากรพร้อมค่าปรับฐานหลีกเลี่ยง
กระบวนการพิสูจน์ทั้งเอกสารและของจริงจึงเป็นส่วนสำคัญที่ต้องสัมพันธ์กัน
- ใบสุทธินำกลับ
ใบสุทธินำกลับจะทำได้ก็ตอนส่งออก หากรู้ล่วงหน้าและทำไว้ ตอนนำกลับก็ง่าย
แต่หากไม่รู้ล่วงหน้า ไม่ได้ทำไว้ กฎหมายยังให้อำนาจอธิบดีในการกำหนดเงื่อนไขเพื่อการผ่อนผัน และให้อำนาจในการขยายเวลาของที่นำกลับเข้ามาเกินกว่า 1 ปีด้วย
ในเมื่อเป็นอำนาจของอธิบดี ผู้ส่งออกก็ต้องรู้เงื่อนไข ณ เวลานั้นมีอะไรบ้าง
ปัจจุบัน เงื่อนไขการผ่อนผันใบสุทธินำกลับก็มีเพียงหลักฐานที่เชื่อถือว่า ของที่นำกลับเป็นของที่ส่งออกไปจริงซึ่งหนีไม่พ้นใบขนสินค้าขาออก หลักฐานการส่งออกทางไปรษณีย์ หรืออื่น ๆ ที่เป็นหลักฐานยืนยัน และเหตุผลที่ต้องส่งกลับโดยมิได้ทำใบสุทธินำกลับขณะส่งออก
วันนี้มีสงครามสหรัฐ-อิหร่าน อ่าวฮอร์มุซถูกปิดที่กระทบทุกเส้นทางขนส่ง ผู้ส่งออกจึงควรติดตามเส้นทางการเดินเรือ และตรวจสอบกับตัวแทนเรือขนส่ง (Shipping Agent) เป็นระยะ
หากพบว่า สินค้าต้องนำกลับก็ควรแจ้งต่อตัวแทนออกของทันทีเพื่อเตรียมการล่วงหน้า.
ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
(พื้นที่โฆษณา) โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่ม 0.75% รับเงินใน 3 วัน ไม่เช็คบูโร
ปรึกษา ประเมินฟรี Line: https://lin.ee/DSgPVXK
📞 02-096-4977
อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/
Date Published : April 28, 2026

Logistics
ห้างฮุนได เปิดมหกรรมผลไม้ไทย ยก “มะม่วงไทย” สู่มาตรฐานพรีเมียมในตลาดเกาหลี







Leave a Reply
Want to join the discussion?Feel free to contribute!