CEO ARTICLE

การค้ากับธุรกิจ

Published on September 29, 2026


Follow Us :

    

ทำไมคนส่วนใหญ่จึงทำแค่ “การค้า” แต่ไม่ทำ “ธุรกิจ” ?

คำตอบง่าย ๆ เพราะคนส่วนใหญ่มุ่งแสวงหากำไรเป็นสำคัญ
“การค้า” (Trade or Commerce) มุ่งการซื้อ การขาย และการแลกเปลี่ยนเพื่อหวังสร้างกำไรเร็วในเวลาสั้น
แม้จะมีกิจกรรมย่อยบ้าง เช่น การจัดซื้อ การขาย การบัญชี หรือการส่งมอบ แต่ก็เพื่อกำไรหากไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบจะส่งผ่านสู่รุ่นต่อไปยาก การค้าจึงไม่ยั่งยืน และสิ้นสุดง่าย
“ธุรกิจ” (Business) มุ่งกำไรเช่นกัน แต่ให้ความสำคัญกับ “กระบวนการ” เพื่อสร้างมูลค่าให้เพิ่มในระยะยาว ธุรกิจจึงต้องมีโครงสร้างองค์กร มีระบบ (System) มีสายงาน (Division) มีฝ่ายต่าง ๆ (Department) ที่ทำงานประสานเป็นเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ธุรกิจจึงให้ความสำคัญต่อวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย และวิธีการปฏิบัติอย่างเป็นกระบวนการมากกว่าการค้า ตัวอย่างกระบวนการสำคัญที่ทำให้ “ธุรกิจ” ต่างจาก “การค้า” ได้แก่
1. การพัฒนาบุคลากร
การค้ามี HR ที่เพียงคัดสรรคน ทำทะเบียน และฝึกอบรมขั้นพื้นฐาน
ธุรกิจมี HRD (Human Resources Development) ที่ทำหน้าที่ออกแบบหลักสูตรพัฒนาทักษะเฉพาะทาง เชื่อมโยงคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ และหมุนเวียนคนตามความเหมาะสม (Put the right man on the job)
2. กลยุทธ์การเติบโต
การค้าเน้นเพียงหาลูกค้าใหม่ เสนอผลิตภัณฑ์ เจรจาต่อรอง และดูแลลูกค้า
ธุรกิจมีกลยุทธ์การตลาด สร้างแบรนด์ (Brand) สร้างคุณค่า (Value) วิเคราะห์ มุ่งเน้นการขายคุณค่าไม่ใช่ขายราคา เจาะลึกกลุ่มเป้าหมาย พัฒนาผลิตภัณธ์ไปสู่ธุรกิจใหม่เพื่อสนองลูกค้า
3. ระบบการเงินที่เป็นหัวใจ
การค้ามุ่งดูแลเพียงการรับจ่ายรายวัน ทำรายงานพื้นฐานรายเดือนและประจำปี
ธุรกิจมุ่งบริหารความเสี่ยง รักษาสภาพคล่องระยะยาว วิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุน วางผังบัญชีเพื่อตรวจสอบอย่างเป็นระบบ และวิธีการป้องกันการทุจริตที่รัดกุม
4. มาตรฐานการปฏิบัติ
การค้าพึ่งพาความสามารถและความเคยชินส่วนตัวของพนักงาน
ธุรกิจเน้นการการปฏิบัติงานด้วยมาตรฐาน แผนแม่บท และขั้นตอนการทำงานที่เป็นระบบ หรือ SOP (Standard Operating Procedure)
5. โครงสร้างการจัดการ
การค้ามักใช้ศูนย์กลางอำนาจ (Centralization) ไว้ที่เจ้าของจนเป็นคอขวดในการตัดสินใจ
ธุรกิจเน้นการกระจายอำนาจ (Decentralization) มีโครงสร้างที่ยืดหยุ่น รวดเร็ว และจะนำทฤษฏีการจัดการภายในเชิงระบบเป็นใช้ เช่น POSDCoRB ที่มีครบทั้งการวางแผน การจัดองค์กร การจัดหาบุคลากร การอำนวยการ การประสานงาน การรายงาน และการงบประมาณ เป็นต้น
6. ความรับผิดชอบต่อสังคม
การค้าเน้นกำไรเป็นหลัก อาจมีความรับผิดชอบต่อสังคมบ้าง แต่ไม่เป็นระบบ
ธุรกิจคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ได้กระทำโดยไม่ตั้งใจ และชดเชยคืนสู่สังคมด้วย CSR (Corporate Social Responsibility) อย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอ

“ธุรกิจ” ยังมีกิจกรรมอื่นอีกมากที่ไม่เห็นผลกำไรระยะสั้นเหมือน “การค้า”
ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่หวังเพียงกำไรระยะสั้นจึงเลือกทำเพียง “การค้า” เพราะไม่อยากวุ่นวายกับกิจกรรมเชิงระบบของ “ธุรกิจ” แม้จะส่งผลให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เกิดได้ยาก ขยายบริการช้ากว่าคู่แข่ง และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น (Genernation to Generation) ถดถอยจนการค้าสิ้นสุดง่ายก็ตาม
ทั้ง “การค้า” และ “ธุรกิจ” ต่างเป็นกิจกรรมที่มุ่งกำไรเหมือนกัน
แต่ธุรกิจมุ่งหวังมูลค่าเพิ่มในอนาคตก่อนทำกำไรจึงมีวิธีการที่ต่างจากการค้า มันจึงขึ้นอยู่กับ “วิสัยทัศน์ของผู้ประกอบการ” ว่าจะเลือกเดินในเส้นทางใด.

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร

(พื้นที่ประชาสัมพันธ์)
โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่ม 0.75% รับเงินใน 3 วัน ไม่เช็คบูโร
ปรึกษา ประเมินฟรี Line: https://lin.ee/DSgPVXK
📞 02-096-4977

อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/

Date Published : September 29, 2026

Logistics

BRICS รับรอง New Delhi Declaration ดันการค้า–การเงิน–ระบบชำระเงินข้ามพรมแดน ยกระดับบทบาท Global South

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก BRICS เดินหน้าขยายความร่วมมือด้านการค้า การเงิน และระบบชำระเงินข้ามพรมแดน พร้อมผลักดันให้ประเทศตลาดเกิดใหม่และ Global South มีบทบาทมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก โดยผู้นำ BRICS ได้รับรอง New Delhi Declaration จำนวน 140 ข้อ ในการประชุมสุดยอด BRICS ครั้งที่ 18 ระหว่างวันที่ 12–13 กันยายน 2569 ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ภายใต้การเป็นประธาน BRICS ของอินเดีย

สาระสำคัญด้านเศรษฐกิจครอบคลุมการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่มี WTO เป็นแกนกลาง ความร่วมมือด้านห่วงโซ่มูลค่าโลก (GVCs) และ MSMEs ตลอดจนการศึกษาการเชื่อมโยงระบบชำระเงินข้ามพรมแดนและการหารือเกี่ยวกับการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าและการลงทุน รวมถึงความร่วมมือด้าน Digital Public Infrastructure (DPI), AI, Industry 4.0 เกษตร พลังงาน ศุลกากร และโลจิสติกส์

New Delhi Declaration ครอบคลุมความร่วมมือ 3 เสาหลัก ได้แก่การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจและการเงิน และความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและประชาชน โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้

BRICS ดัน Global South มีบทบาทในระบบโลกมากขึ้น
BRICS ยืนยันการสนับสนุนระบบพหุภาคี กฎหมายระหว่างประเทศ และบทบาทของสหประชาชาติ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนามีส่วนร่วมและมีตัวแทนในกระบวนการตัดสินใจระดับโลกมากขึ้น รวมถึงสนับสนุนการปฏิรูปสหประชาชาติ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อให้สะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมากขึ้น

ย้ำ WTO เป็นแกนกลาง–ต้านมาตรการกีดกันทางการค้า
BRICS ยืนยันสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่มี WTO เป็นแกนกลาง พร้อมเรียกร้องให้เดินหน้าปฏิรูป WTO และฟื้นฟูกลไกระงับข้อพิพาทแบบสองชั้นให้กลับมาทำงานอย่างเต็มรูปแบบ
ที่ประชุมยังแสดงความกังวลต่อการเพิ่มขึ้นของมาตรการภาษี มาตรการที่มิใช่ภาษี และมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่สอดคล้องกับกฎ WTO ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้าโลกและห่วงโซ่อุปทาน

ขยายความร่วมมือ GVC–การลงทุน–MSMEs
BRICS ให้ความสำคัญกับการสร้าง Global Value Chains (GVCs) ที่มีความยืดหยุ่น เชื่อถือได้ และครอบคลุมมากขึ้น พร้อมเดินหน้าความร่วมมือภายใต้ BRICS GVC Action Plan 2026–2030 เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน การพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงประเทศกำลังพัฒนาเข้าสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการสนับสนุน MSMEs ให้เข้าสู่ตลาดต่างประเทศและเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสินเชื่อเพื่อการค้า (trade finance) ได้มากขึ้น

เดินหน้าระบบชำระเงินข้ามพรมแดน–หารือการใช้สกุลเงินท้องถิ่น
หนึ่งในประเด็นสำคัญของ New Delhi Declaration คือความร่วมมือด้านระบบชำระเงินข้ามพรมแดน โดย BRICS Payment Task Force (BPTF) อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงินข้ามพรมแดน รวมถึงการทำงานร่วมกันของระบบชำระเงินและระบบส่งข้อความทางการเงินของประเทศสมาชิก
ที่ประชุมยังหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมการชำระธุรกรรมทางการค้าและการลงทุนโดยใช้สกุลเงินท้องถิ่นของประเทศสมาชิก โดยมีเป้าหมายให้การชำระเงินข้ามพรมแดนรวดเร็ว ต้นทุนต่ำ เข้าถึงได้ มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และปลอดภัย ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกย้ำว่าการดำเนินการต้องคำนึงถึงลำดับความสำคัญของแต่ละประเทศและไม่มีแนวทางเดียวที่เหมาะสมกับทุกประเทศ โดย New Delhi Declaration ไม่ได้ประกาศจัดตั้งสกุลเงินร่วมของ BRICS

เดินหน้าความร่วมมือ DPI–AI–Industry 4.0
BRICS ให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้าน Digital Public Infrastructure (DPI), Artificial Intelligence (AI), Industry 4.0 และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยรับทราบข้อเสนอการจัดทำคลังข้อมูล DPI ของ BRICS และโครงการนำร่องด้าน DPI เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศสมาชิก
ด้าน AI ที่ประชุมมองว่าปัญญาประดิษฐ์มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง ควบคู่กับความปลอดภัย ความมั่นคง ความครอบคลุม และความน่าเชื่อถือ ขณะที่ด้านอุตสาหกรรม ที่ประชุมยินดีต่อการจัดตั้ง India Centre for BRICS Industrial Competenciesเพื่อสนับสนุนภาคการผลิต รวมถึง SMEs ในการนำ Industry 4.0 และเทคโนโลยีการผลิตดิจิทัลขั้นสูงมาใช้

เกษตร–อาหาร–พลังงานเป็นอีกแกนความร่วมมือ
BRICS เดินหน้าศึกษาการจัดตั้ง BRICS Grain Exchangeและการขยายไปสู่สินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นในอนาคต พร้อมจัดตั้ง BRICS AGRIN (Agro-Inputs, Genetic Resources and Information Network)และส่งเสริมความร่วมมือด้านเกษตรดิจิทัล ประมง และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ด้านพลังงาน ที่ประชุมยืนยันความสำคัญของความมั่นคงทางพลังงาน การรักษาการไหลเวียนของพลังงานอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างเป็นธรรมและครอบคลุม

ศุลกากร–โลจิสติกส์–ADR ลดอุปสรรคการค้า
BRICS สนับสนุนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานศุลกากร การแลกเปลี่ยนข้อมูล การเสริมสร้างขีดความสามารถ และการดำเนินงานตาม BRICS AEO Action Plan 2026 ตลอดจนความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง โลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนกลไกระงับข้อพิพาททางเลือก (Alternative Dispute Resolution: ADR) เช่น การไกล่เกลี่ยและอนุญาโตตุลาการ เพื่อเพิ่มความแน่นอนทางกฎหมายและอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

คัดค้านมาตรการสิ่งแวดล้อมที่มีลักษณะกีดกัน–ระบุ CBAM โดยตรง
BRICS ยืนยันการสนับสนุนกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และความตกลงปารีส พร้อมย้ำหลักความรับผิดชอบร่วมกันในระดับที่แตกต่างกันตามขีดความสามารถของแต่ละประเทศ (CBDR-RC)
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคัดค้านมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมฝ่ายเดียวที่มีลักษณะลงโทษ เลือกปฏิบัติ หรือกีดกันทางการค้าและไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ โดย New Delhi Declaration ระบุถึง Carbon Border Adjustment Mechanisms (CBAMs) เป็นตัวอย่างของมาตรการดังกล่าว

จุดยืนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง –ย้ำการเจรจาและการทูต
BRICS แสดงความกังวลต่อความขัดแย้งและความตึงเครียดในภูมิภาค West Asia พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น หลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง และแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจาและการทูต โดยเน้นการคุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการรักษาความต่อเนื่องของการค้า ห่วงโซ่อุปทาน และการไหลเวียนของพลังงาน
สำหรับสถานการณ์ในกาซา BRICS เรียกร้องให้เปิดทางแก่ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม คัดค้านการบังคับโยกย้ายชาวปาเลสไตน์ และยืนยันการสนับสนุนแนวทางสองรัฐ โดยให้มีรัฐปาเลสไตน์ตามแนวพรมแดนปี 2510 และมีเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวง นอกจากนี้ ยังย้ำการเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของเลบานอนและซีเรีย และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี

ข้อคิดเห็นของ สคต. ณ กรุงนิวเดลี
1. BRICS เป็นกรอบความร่วมมือทางการเมืองและเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เนื่องจากมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการผลักดันประเด็นเศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่และ Global South และอาจมีอิทธิพลต่อทิศทางความร่วมมือด้านการค้า การเงิน และการลงทุนระหว่างประเทศในอนาคต

2. ผู้ประกอบการไทยควรติดตามพัฒนาการของ BRICS โดยเฉพาะระบบชำระเงินข้ามพรมแดน การส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นและการศึกษาการเชื่อมโยงระบบชำระเงินระหว่างประเทศสมาชิก หากพัฒนาไปสู่การใช้งานจริง อาจช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ รวมถึงอาจส่งผลต่อรูปแบบการค้าและการชำระเงินกับตลาดสำคัญ เช่น อินเดีย

3. ผู้ประกอบการไทยควรมองตลาด BRICS มากกว่าการส่งออกสินค้าเพียงอย่างเดียว ความร่วมมือด้านห่วงโซ่มูลค่า (GVC) ศุลกากร โลจิสติกส์ และ MSMEs อาจเปิดโอกาสในการจัดหาวัตถุดิบ เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ร่วมผลิต และหาพันธมิตรทางธุรกิจ โดยเฉพาะอินเดียซึ่งเป็นทั้งตลาดขนาดใหญ่และฐานการผลิตที่มีบทบาทเพิ่มขึ้น

4. ผู้ประกอบการไทยควรติดตามทิศทางกฎการค้าและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะท่าทีของ BRICS ต่อมาตรการฝ่ายเดียวและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจมีลักษณะกีดกันทางการค้า เช่น CBAM ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจไทยยังควรเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐาน ข้อมูลคาร์บอน และระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อรองรับกฎระเบียบของตลาดส่งออกและรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/v37rq86adj5q9mnfsjfgc6pf

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *