มองอย่างหงส์
“วาทกรรม”
การมองหา “ความรัก” กับการส่องหาตัว “โปเกมอน”
อย่างไหนจะหาง่ายกว่ากัน ???
ใครจะไปรู้ว่า “ความรัก” กับ “โปเกมอน” จะเข้ามาเกี่ยวกันได้ แต่เมื่อมีผังเมืองเป็นตัวนำให้เดินตาม และมีวาทกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง
แม้จะไม่เกี่ยว มันก็ถูกดึงให้มาเกี่ยวกันจนได้
ผังเมืองกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ ๆ เป็นอย่างไร คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จัก ยิ่งไปกว่านั้น เส้นทางที่ไม่คุ้นเคย คนส่วนใหญ่ก็จะไม่รู้ว่าเส้นทางนั้นมีหน้าตาอย่างไร ทั้ง ๆ ที่เส้นทางเหล่านี้มีผลต่อการเดินทางและการขนส่ง
แล้ววันหนึ่ง True Corp ก็ได้ลิขสิทธ์นำเกมโปเกมอนเข้ามาในประเทศไทย
ภาพของคนเดินไล่จับตัวโปเกมอนในสถานที่ต่าง ๆ ก็เกิดขึ้น
มันเป็นเรื่องของเกมชัด ๆ แต่ก็มีคนนำ “ความรัก” มาเชื่อมโยงกับ “โปเกมอน” ให้เป็นคำถามเชิงวาทกรรมอย่างข้างต้น
ระหว่างความรักและโปเกมอน อะไรจะหาง่ายกว่ากัน
โปเกมอนคืออะไร ???
โปเกมอนมีชื่อเต็มในภาษาอังกฤษว่า พ็อกเก็ตมอนสเตอร์ (Pocket Monsters) ซึ่งหมายถึงสิ่งมีชีวิตในนิยาย 720 สปีชีส์ โดยโตะชิ ทะจิริ เป็นผู้สร้าง เกมนี้เริ่มออกจำหน่ายเป็นวิดีโอเกมในปี ค.ศ. 1996 (http://th.m.wikipedia.org/wiki/โปเกมอน)
เมื่อสอบถามเพื่อนของลูกชาวญี่ปุ่นก็ได้ความว่า เกมนี้พัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ เป้าหมายเพื่อให้คนที่จับเจ่าอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ออกเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ ไล่จับเจ้าตัวสัตว์ประหลาดหลากหลายสปีชีส์มาใส่ไว้ในกระเป๋าให้ได้มาก ๆ
Pocket ก็คือกระเป๋า
Monsters ก็คือสัตว์ประหลาด
คนเขียนโปรแกรมไม่ได้ทำประชามติ และไม่รู้ว่าจะเป็นคนของ True Corp หรือไม่ แต่น่าจะมีการทำสำรวจความคิดเห็นแล้วก็พบว่า
ศาลพระภูมิเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยรู้จักดี
ตัวโปเกมอนจึงถูกเขียนขึ้นมาในโปรแกรมให้อยู่บริเวณศาลพระภูมิเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็เป็นศาลพระภูมิจริง และอยู่ในสถานที่จริงตามแผนผังการเดินทาง
เมื่อเป็นดังนี้ คนที่ต้องการสืบหาตัวโปเกมอนก็ต้องเสาะหาศาลพระภูมิตามไปด้วย ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเส้นทาง และมีผลต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของไทยอย่างคาดไม่ถึง
ยิ่งไปกว่านั้น มันก็เป็นโอกาสให้หญิงกับชายที่มีใจสืบหาโปเกมอนได้มาพบกันง่ายขึ้น
“ความรัก” กับ “โปเกมอน” จึงถูกนำมาจับคู่ให้เป็นวาทกรรม
การสืบหา “ความรัก” กับ “โปเกมอน” ในโลกปัจจุบันจึงไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนใครจะพบรักแท้ตามศาลพระภูมิหรือไม่นั้น มันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
วาทกรรมในโลกปัจจุบันถูกสร้างขึ้นมาง่าย ๆ ตามวิวัฒนาการ
เมื่อใดที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น วาทกรรมก็มักถูกสร้างขึ้นตามมา ยิ่งสังคม on line ในปัจจุบันเชื่อมต่อกันง่าย วาทกรรมก็กระจายง่ายตามไปด้วย
“รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่น่าจะแก้ปัญหาของประเทศได้”
“มันเป็นสงครามที่ไม่มีวันชนะ”
“ผม/ดิฉันจะไม่ลงรับสมัครรับเลือกตั้ง” หรือ “กูจะเลิกเล่นการเมือง”
วาทกรรมในลักษณะนี้เกิดขึ้นทั้งก่อนและหลังวันลงประชามติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา
มันเกิดขึ้นตามเหตุการณ์สำคัญอย่างว่า แล้วผลก็ออกมา
คนไทยมาลงประชามติ ประเด็นแรกเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ เห็นชอบ 61.4% ไม่เห็นชอบ 38.6% และประเด็นที่สองคำถามพ่วงเกี่ยวกับการให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี เห็นชอบ 58.1% ไม่เห็นชอบ 41.8%
คำถามพ่วงที่ว่านี้ ส่งผลให้ประเทศไทยมีโอกาสได้นายกรัฐมนตรีจากคนนอกสูงมาก
ทำไมหรือ ???
สมมุติว่ารัฐธรรมนูญกำหนดให้มี ส.ส. 500 คน เมื่อรวมกับ ส.ว. 250 คน จำนวนผู้ที่มีสิทธิ์เลือกนายกรัฐมนตรีจะมีถึง 750 คน โดยนายกรัฐมนตรีต้องได้เสียงมากกว่า 375 คน เกินกึ่งหนึ่งขึ้นไป
หาก ส.ว. มาจากการแต่งตั้งหรือจากการสรรหาโดยคนกลุ่มเดียวกัน แล้ว ส.ว. ทั้งหมดนี้เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน พอเลือกตั้ง ส.ส. เสร็จ พรรคการเมืองรวมตัวกันไม่ได้ 375 คน อะไรจะเกิดขึ้น ???
พรรคการเมืองก็ไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมืองได้
สุดท้าย มันก็ต้องมีพรรคการเมืองจำนวนหนึ่งที่รวมตัวกันได้เพียง 125 เพื่อมาขอรวมกับ ส.ว. 250 คน ให้มีจำนวนกึ่งหนึ่งและเพื่อให้ตนเองได้มีส่วนเป็นรัฐบาล
มันดีกว่าอดอยากปากแห้งไปเป็นฝ่ายค้านเป็นไหน ๆ จากนั้นก็ไปเชิญคนนอก คนที่ไม่ได้เป็น ส.ส. มาเป็นนายกรัฐมนตรี
“มันเป็นการสืบทอดอำนาจชัด ๆ” แล้ววาทกรรมนี้ก็ตามมาอีก
การเมืองเป็นเรื่องผลประโยชน์
ส่วนจะเป็นผลประโยชน์ของตนเอง พวกพร้อง หรือประเทศชาติก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องใช้เวลายาว ๆ ในการพิสูจน์
ใครจะชิงผลประโยชน์ คนนั้นก็ต้องชิงอำนาจมาอยู่ในมือให้ได้ก่อน
ผู้ใดมีเงินแล้วใช้เงินชิงอำนาจได้ ผู้นั้นก็ย่อมใช้เงินเป็นธรรมดา ผู้ใดมีจำนวน ส.ส. ในมือเป็นกรอบเป็นกำแล้วใช้ ส.ส. ชิงอำนาจได้ ผู้นั้นก็ย่อมใช้ ส.ส. เช่นกัน
แล้วหากผู้ใดมีจำนวน ส.ว. ในมือ แล้วใช้ ส.ว. ชิงอำนาจได้ ผู้นั้นก็คงใช้ ส.ว. ไม่แตกต่างกัน มันเป็นเกมการชิงอำนาจเหมือนการสืบหาโปเกมอนแม้จะยากกว่ากันมากก็ตาม
แต่บัดนี้ ความชัดเจนได้เกิดขึ้นแล้วหลังการลงประชามติ
นอกจากประชาชน 61.4% จะยอมรับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ประชาชน 58.1% ยังเห็นชอบให้ ส.ว. มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีได้อีกด้วย
ประเทศไทยจะเดินไปทางไหนก็ได้ข้อยุติแล้ว
ประชาชนยินยอมให้ ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรี ใครมี ส.ว. ในมือมากก็มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีมากตามไปด้วย
วันนี้ ประชาชนตัดสินอนาคตของประเทศไทยแล้ว
อังกฤษต้องออกจาก EU แม้เสียงประชามติจะไม่ขาดลอยเหมือนไทย ชาวอังกฤษยอมรับและมุ่งมั่นตามเสียงประชามติ จากนั้นผู้นำของเขาก็เริ่มสร้างแนวทางให้อังกฤษออกจาก EU อย่างสง่างามที่สุด
ไม่มีการขอทำประชามติใหม่ ไม่มีวาทกรรมแบ่งพรรคแบ่งพวกและนำมาพูดตีกินไปวัน ๆ
แล้ววาทกรรมคืออะไร ???
วาทกรรมคือการนำความจริงส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาผสมกับ “ระบบความคิดและเหตุผล” ของคนพูดอีกส่วนหนึ่ง
หลาย ๆ เหตุการณ์ก็เรื่องเดียวกันแท้ ๆ แต่คน 2 คนกลับมี “ระบบความคิดและเหตุผล” ที่ต่างกัน
วาทกรรมที่ออกมาจึงไม่เหมือนกัน
“คนไทยไม่ได้โง่” นี่ก็เป็นวาทกรรมหนึ่ง
วาทกรรมต่างกันจากนักการเมืองที่หวังผลประโยชน์ต่างกัน แต่วาทกรรมนี้กลับชักนำคนที่ไม่โง่มากมายให้หลงเชื่อและมุ่งไปคนละทางที่ต่างกันเกือบค่อนประเทศ
ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้โง่ แต่คนไทยก็หลงเชื่อวาทกรรมจนเป็นต้นเหตุให้อดีตของไทยต้องพบกับความวุ่นวายอย่างแสนสาหัส
วันนี้ คนไทยไม่ได้โง่จริง ๆ และประเทศไทยได้ข้อยุติแล้ว ทุกคนควรเดินไปตามข้อยุติที่ได้จากประชามติ นักการเมืองควรหยุดสร้างวาทกรรม
หากหยุดสร้างวาทกรรมแล้วไม่รู้จะทำอะไร ก็ควรเอาเวลานี้ไปสืบหาตัวโปเกมอนตามศาลพระภูมิจะดีกว่า
ไม่แน่ว่าอาจมีส่วนพัฒนาระบบโลจิสติกส์และได้พบกับ “รักแท้” ตามศาลพระภูมิด้วยก็ได้
หรือจะใช้เวลามาเสนอความคิดเห็นให้แก่ True Corp เพื่อบรรจุสถานที่ท่องเที่ยวลงไปในเกมโปเกมอนให้ชาวต่างประเทศได้รู้จักผ่านเกมนี้ก็เก๋เช่นกัน
สิทธิชัย ชวรางกูร
The Logistics
เมื่อสุนัขขึ้นเครื่องฯ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
กลายเป็นข่าวดังเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา กับการจากไปของน้องพอใจ สุนัขสายพันธ์ไซบีเรียนฮัสกี้วูลลี่ ที่ถูกนำตัวขึ้นเครื่องบินเดินทางจากกรุงเทพฯไปจ.ตรังเพื่อพบกับผู้อุปการะคนใหม่ แต่ยังไม่ทันจะได้เลี้ยงดูปูเสื่อกันเลยน้องพอใจก็เสียชีวิตอย่างไม่ทันตั้งตัว สาเหตุคาดว่าเกิดจากการที่น้องพอใจถูกนำไปอยู่ในบริเวณที่อากาศไม่ถ่ายเท และสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงที่รอขึ้นเครื่อง ประกอบกับช่วงที่ถูกโหลดอยู่ใต้เครื่องบิน น้องพอใจอาจต้องเจอกับแรงกดอากาศและขาดอากาศหายใจจนทำให้น้องพอใจช็อคตาย ผู้คนที่รักสุนัขต่างก็รู้สึกสลดหดหู่และเสียใจกับการสูญเสียในครั้งนี้ จากเหตุการณ์นี้ก็ให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมากมาย และทำให้ผู้บริหารสายการบินนกแอร์ ประกาศยกเลิกการรับขนส่งสุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่น (ยกเว้นกรณีผู้โดยสารที่จำเป็นต้องเดินทางด้วยสุนัขนำทางหรือสุนัขที่ให้ความช่วยเหลือได้)
อย่างไรก็ตาม มีอีกหนึ่งสายการบินที่ยังคงรับขนส่งสัตว์เลี้ยงทางเครื่องบินภายในประเทศ ก็คือ สายการบินไทย ซึ่งเป็นบริการการนำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง แบบ Check Baggage (AVIH) ผู้โดยสารสามารถนำสัตว์เลี้ยง Check-in ได้ที่ Passenger Terminals จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำสัตว์เลี้ยงของท่านไปโหลดไว้ที่ห้องบรรทุกสัมภาระ พิเศษใต้ท้องเครื่องบินที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงและ มีระบบรักษาความปลอดภัยพิเศษ กฎเหล็กในการขนส่งสัตว์เลี้ยงภายในประเทศโดยทั่วไปคือ สัตว์เลี้ยงต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วยหรือบาดเจ็บ ไม่มีอันตราย สะอาด ไม่มีกลิ่น ไม่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์ และจะดีมากขึ้นไปอีกหากเจ้าของพาสัตว์เลี้ยงไปรับการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์ และฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าก่อนนำขึ้นเครื่อง นอกจากนั้น ต้องงดให้อาหารสัตว์เลี้ยงก่อนเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการอาเจียน
ส่วนขนาดกรงสัตว์เลี้ยงจะต้องมีขนาดตามกฎระเบียบของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA)
ว่าด้วยระเบียบการขนส่งสัตว์มีชีวิต(Live Animal Regulation) หากไม่เป็นไปตามนี้ ทางสายการบินมีสิทธิปฏิเสธไม่รับสัตว์เลี้ยง
1.กรงจะต้องกว้างพอสำหรับสัตว์เลี้ยงสามารถยืน พลิกตัว หรือนอนปกติได้
2.กรงต้องแข็งแรงในการป้องกันสัตว์เลี้ยงของท่านระหว่างเครื่องขึ้นและลงจอด โดยจะต้องมีด้าน 3 ด้านเป็นอย่างต่ำ
3.ประตูกรงจะต้องแน่นหนาเพื่อป้องกันการเปิดออกโดยบังเอิญ และป้องกันสัตว์เลี้ยงของท่านสามารถเปิดออกเองได้
4.ข้างกรงจะต้องติดคำแนะนำในการให้อาหารและน้ำแก่สัตว์เลี้ยงไว้ด้วย
5.กรงที่ได้มาตรฐานสามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายของสำหรับสัตว์เลี้ยงทั่วไป
นอกจากนี้ สายการบินระหว่างประเทศที่มีการขนส่งสัตว์ทางเครื่องบินระหว่างประเทศก็มีให้เลือกใช้บริการ อาทิ สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก, สายการบินแอร์ ไชน่า, สายการบินลุฟท์ฮันซ่า, สายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าการขนส่งสัตว์เลี้ยงระหว่างประเทศจะมีกฎระเบียบมากกว่าภายในประเทศ โดยเฉพาะการขออนุญาตนำสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศ ซึ่งผู้ที่ต้องการขนส่งสัตว์เลี้ยงระหว่างประเทศควรศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์ของสถานทูตประเทศนั้นๆ ก่อนทำการบินทุกครั้ง ตัวอย่างกฎระเบียบเพิ่มเติมจาการขนส่งสัตว์เลี้ยงระหว่างประเทศ เช่น ต้องได้รับการอนุญาตให้นำเข้าและส่งออกสัตว์เลี้ยงจาก Animal Quarantine Officer ที่เกี่ยวข้อง, บางสายการบินจะไม่อนุญาตให้สัตว์ที่มีกะโหลกแบน (จมูกรั้น จมูกสั้นหรือหน้าแบน) รวมทั้งสุนัขและแมวหน้าสั้นขึ้นเครื่อง เนื่องจากอาจเกิดปัญหาเรื่องของระบบการหายใจ, สุนัขและแมวที่จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ต้องแจ้งให้กับ The Animal Quarantine Bureau of Japan ซึ่งจะออกเอกสาร Approval of Inspection of Animal ให้ โดยจะต้องแจ้งล่วงหน้า 40 วันก่อนวันที่สัตว์เลี้ยงจะเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น, สุนัขและแมวที่จะนำเข้าสหภาพยุโรปจะต้องได้รับการฝังไมโครชิพแล้ว
ทั้งนี้ หากจำเป็นต้องพาน้องหมาขึ้นเครื่องบินจริงๆ ก็ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของสายการบิน เพื่อสอบถามรายละเอียดและศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนวางแผนส่งสัตว์เลี้ยงทางเครื่องบินทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยที่สุดสำหรับชีวิตที่คุณรัก
ขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.manager.co.th/FeelGood/ViewNews.aspx?NewsID=9570000128348






