CEO ARTICLE

คอนเนกชั่นครองโลก

Published on June 2, 2026


Follow Us :

    

คอนเนกชั่นกำลังจะครองโลกอนาคตหรือไม่ ?

สหรัฐและจีนเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานานชนิดไม่เผาผีกัน
แต่พอมีข่าวประธานาธิบดีทรัมป์เยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ ความเป็นคู่แข่งทุกทางก็มีท่าทีคลี่คลายจนมีการคิดไปต่าง ๆ นานา แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือ การเยือนครั้งนี้เป็นการปูพื้นฐานสู่คอนเนกชั่นในอนาคตอย่างชัดเจน เป็นการเตือนให้โลกรู้ว่า สหรัฐและจีนสามารถร่วมมือกันในทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และอาจไปถึงความร่วมมือเพื่อยุติสงครามในประเทศต่าง ๆ
“คอนเนกชั่น” (Connection) จึงถูกมองว่ากำลังจะมาครองโลกในอนาคต
ไม่แต่เพียงระดับมหาอำนาจโลกเท่านั้น คอนเนกซั่นยังมีอิทธิพลในระดับบุคคล ธุรกิจ และเป็นฟันเฟืองสำคัญที่คนไทยส่วนหนึ่งนิยมใช้คอนเนกชั่นกรุยทางไปสู่ความสำเร็จมานับไม่ถ้วน
ส่วนคนกลุ่มใหญ่ทั้งที่รู้ แต่กลับไม่เริ่มสร้างคอนเนกชั่นจนอาจตกขอบโลกในอนาคตก็ได้
1. มือที่มองไม่เห็น (Invisible Hands)
คอนเนกชั่นคือ มือที่มองไม่เห็น แต่สามารถผลักเซลล์ฝึกงานธรรมดาให้เข้าหาผู้บริหารในระดับสูงจนปิดการขายได้ สามารถทำให้เกิดการจ้างงาน การขึ้นเงินเดือน การรับผลประโยชน์ต่าง ๆ การดีลทางการเมือง และการเจรจาทางธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ง่าย
2. ความน่าเชื่อถือทางสังคม (Social Reliability)
คอนเนกชั่นเป็นใบรับประกันทางสังคมจนสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นได้เร็ว
การมีคนรู้จักช่วยแนะนำจะทำให้คนที่เพิ่งรู้จักกัน คนที่มีความเชื่อใจต่ำระดับ 0 อาจเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 80 ในทันทีที่เห็นหน้า เหตุผลเพราะคนที่แนะนำได้รับรองให้ระดับหนึ่งแล้ว
3. คุณค่าของการแลกเปลี่ยน (Value Exchange)
คอนเนกชั่นเกิดจากคุณค่าที่แต่ละฝ่ายมี และให้ซึ่งกันและกันในลักษณะแลกเปลี่ยน
หากคนผู้หนึ่งให้น้ำใจ คนอีกผู้หนึ่งก็มักให้น้ำใจตอบจนกลายเป็นคอนเนกชั่น แต่หากคนผู้หนึ่งมีความเป็นมืออาชีพสูง แต่อีกคนหนึ่งมีต่ำ หรือไม่มี คอนเนกชั่นก็อาจเกิดได้ แต่ไม่ยั่งยืน
คุณค่าของการแลกเปลี่ยนเป็นคอนเนกชั่นที่ยั่งยืน และมักเกิดจากคุณค่าที่เสมอกัน

การเมืองระดับโลกวิ่งหาคอนเนกชั่นเพื่อปูทางสู่อนาคตเป็นที่ประจักษ์
หากคนทำงานและนักธุรกิจของไทยมีคอนเนกชั่นที่ดีอยู่แล้วก็คงไม่เดือดร้อนอะไร แต่คนที่ไม่มีในวันนี้ก็ควรเริ่มสร้างคอนเนกชั่นของตนขึ้นมาเพื่ออนาคตด้วยวิธีการง่าย ๆ ดังนี้
1. ทำตัวให้เป็นมืออาชีพ (Professionalism)
ไม่ว่าจะทำงานอะไร หน้าที่อะไร หรือทำธุรกิจอะไรก็ต้องรู้ว่า งานนั้นมีความรู้อะไรที่ต้องรู้ให้ลึก มีอะไรที่เกิดก่อนหน้าและเกิดภายหลังก็ต้องเข้าใจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
การรู้ลึกและเข้าใจกว้างเพื่อเป็นมืออาชีพเป็นจุดเริ่มต้นของคุณค่าที่นำไปสู่คอนเนกชั่น
2. พาตัวไปสู่โอกาส (Opportunity)
เมื่อทำตัวเป็นมืออาชีพได้ก็พาตัวไปในสถานที่ต่าง ๆ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนได้
การเข้าอบรมความรู้ต่าง ๆ สัมมนา แสดงความเห็นในอีเวนต์ พบผู้รู้จริง ผู้มีประสบการณ์ตรงเป็นการเพิ่มคุณค่า เป็นจุดเริ่มต้นของการบอกต่อ (Word of Mouth) จนเป็นคอนเนกชั่น
3. ให้มากกว่ารับ (Give More Take Less)
การเร่งเสนอขาย เร่งปิดการขาย การมุ่งแต่รับเป็นการตัดคอนเนกชั่นตั้งแต่แรกพบ
แต่การให้ก่อน ให้มากกว่ารับเป็นจุดเริ่มที่ดี และการให้ที่ดีที่สุด ง่ายที่สุดคือ การใช้คุณค่า (Value) เช่น การให้ความรู้ ให้บทความ ข่าวสาร และให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้รับ
การให้คุณค่าในทางธุรกิจมีค่ามากกว่าการให้ทรัพย์สินเงินทอง
เมื่อให้คุณค่าไปแล้ว ไม่ว่าผู้รับจะได้คุณค่ามากน้อยแค่ไหน จะใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ แต่จะทำให้เกิดการสัมผัส การรับรู้ การระลึกถึง เป็นจุดเริ่มต้นของคอนเนกชั่นที่ง่ายที่สุด รวดเร็วที่สุด และการให้คุณค่าผ่านโซเซียลมีเดียในปัจจุบันก็ส่งถึงผู้รับได้ทั่วโลก
การสร้างคอนเนกชั่นยังมีอีกหลายวิธี แต่ตัวอย่าง 1-3 ข้างต้นเป็นวิธีการที่ง่ายที่ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้ทำโลจิสติกส์ ผู้ประกอบการต่าง ๆ และคนทำงานของไทยสามารถเริ่มได้ทันที
วันนี้ คอนเนกชั่นเป็นประเด็นทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองระดับโลกไปแล้ว การเริ่มต้นสร้างคอนเนกชั่นจึงเป็นการปูทางสู่ความสำเร็จในอนาคตตามที่ต้องการได้ไม่ยาก.

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร

(พื้นที่โฆษณา) โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่ม 0.75% รับเงินใน 3 วัน ไม่เช็คบูโร
ปรึกษา ประเมินฟรี Line: https://lin.ee/DSgPVXK
📞 02-096-4977

อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/

Date Published : June 2, 2026

Logistics

มาเลเซียคุมเข้มการนำเข้าอาหารทะเลสดจากประเทศไทย

ทางการมาเลเซียเตรียมบังคับใช้มาตรการควบคุมการนำเข้าอาหารทะเลจากประเทศไทยอย่างเข้มงวด โดยมุ่งเป้าไปที่ปลากะพงและกุ้ง 5 สายพันธุ์
เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2026 เป็นต้นไป ชี้เป็นมาตรการตอบโต้ทางการค้า พร้อมยกระดับความปลอดภัยด้านอาหารแห่งชาติ

กระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารของมาเลเซีย (KPKM) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ได้ข้อสรุปในการยกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้าผลิตภัณฑ์ประมงจากประเทศไทย โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้:

1. ปลากะพง (Seabass): ผู้ประกอบการจะต้องแนบเอกสาร ใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis – CoA) ทุกครั้งในการนำเข้า เพื่อเป็นการยืนยันว่าสินค้าผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารของกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย

2. กุ้ง (Shrimp): มาเลเซียจะใช้มาตรการระงับการนำเข้าชั่วคราว สำหรับกุ้ง 5 สายพันธุ์ ได้แก่
กุ้งลายเสือ (Brown Tiger Prawn), กุ้งแชบ๊วย (Banana Prawn), กุ้งขาวแวนนาไม (Whiteleg Shrimp), กุ้งกุลาดำ (Giant Tiger Prawn) และกุ้งน้ำเงิน (Blue Shrimp)

สำหรับมาตรการระงับการนำเข้ากุ้งนั้น ทางการมาเลเซียระบุว่าเป็นการดำเนินนโยบายแบบ “ตอบโต้แบบต่างตอบแทน (Reciprocal)” เนื่องจากก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยกำหนดเงื่อนไขการนำเข้ากุ้งจากมาเลเซียในลักษณะเดียวกัน โดยการระงับนำเข้าจะดำเนินต่อไปจนกว่าหน่วยงานของไทยจะส่งคำตอบชี้แจงสำหรับแบบสอบถาม (Questionnaire) ด้านมาตรฐานความปลอดภัยให้ทางการมาเลเซียอย่างครบถ้วน
จึงจะมีการนำมาประเมินมาตรการนี้ใหม่อีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2026 องค์การพัฒนาประมงมาเลเซีย (LKIM) ได้เชิญ
กลุ่มผู้นำเข้าปลากะพงและกุ้งจากไทย รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานยุทธศาสตร์ต่างๆ อาทิ กรมประมง (DOF), กระทรวงสาธารณสุข (KKM) และหน่วยงานด่านตรวจ (MAQIS) เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงแนวปฏิบัติใหม่ (SOP) ให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมก่อนมาตรการจะมีผลบังคับใช้โดยเป้าหมายหลักของการคุมเข้ม
ครั้งนี้ คือการเสริมสร้างความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety) ความมั่นคงทางชีวภาพ (Biosecurity) และรับประกันมาตรฐานคุณภาพของสินค้าประมงนำเข้า เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้บริโภคและอุตสาหกรรมในประเทศ อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ของมาเลเซียได้กล่าวย้ำอย่างหนักแน่นว่า
การบังคับใช้มาตรการตรวจสอบและระงับการนำเข้าทั้งหมด ณ จุดผ่านแดน จะถูกบริหารจัดการอย่างรัดกุม เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณอุปทาน (Supply) ของปลากะพงและกุ้งสำหรับการบริโภคภายในประเทศอย่างแน่นอน

วิเคราะห์ผลกระทบ
การบังคับใช้มาตรการดังกล่าวในวันที่ 1 มิถุนายน 2026 จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานการส่งออก
อาหารทะเลของไทยในหลายมิติ ดังนี้:

* ผลกระทบต่อผู้ส่งออกและเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง (รุนแรงในระยะสั้น):
– การระงับนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์หลักอย่างกะทันหัน จะทำให้สูญเสียรายได้จากตลาดมาเลเซียโดยตรง
– หากไม่สามารถส่งออกได้ อาจทำให้เกิดภาวะอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) ภายในประเทศ ซึ่งอาจกดดันราคากุ้งในไทยให้ตกต่ำลง เกษตรกรและผู้ส่งออกจำเป็นต้องเร่งระบายสินค้าไปยังตลาดทดแทนอื่นอย่างเร่งด่วน

* ผลกระทบต่อผู้ส่งออกปลากะพง (ภาระต้นทุนและเวลา):
– การบังคับใช้ใบรับรอง Certificate of Analysis (CoA) จะสร้างต้นทุนแฝงให้กับผู้ประกอบการไทย ทั้งค่าใช้จ่ายในการส่งตรวจห้องปฏิบัติการ (Lab) และระยะเวลาในการรอผลตรวจ
– อาหารทะเลสดหรือแบบมีชีวิต (Live Seafood) มีข้อจำกัดเรื่องเวลา หากกระบวนการออกเอกสารหรือการตรวจสอบหน้าด่านล่าช้า อาจส่งผลต่ออัตราการรอดชีวิต ความสด และคุณภาพของสินค้าเมื่อถึงปลายทาง

* ผลกระทบด้านโลจิสติกส์และการค้าชายแดน:
– ในช่วงแรกของการบังคับใช้มาตรการ (SOP ใหม่) อาจเกิดความแออัดและความล่าช้าในการตรวจปล่อยสินค้า ณ ด่านพรมแดนเนื่องจากเจ้าหน้าที่มาเลเซีย (MAQIS) ต้องตรวจสอบเอกสารอย่างเข้มงวด

* ผลกระทบเชิงความสัมพันธ์ทางการค้า:
– การที่มาเลเซียระบุชัดเจนว่าเป็น “มาตรการตอบโต้แบบต่างตอบแทน (Reciprocal)” สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดในนโยบายการค้าสินค้าเกษตรระหว่างสองประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่การตั้งกำแพงภาษีหรือมาตรการกีดกันทางการค้า (Non-Tariff Barriers) ในสินค้าชนิดอื่นๆ ในอนาคตหากไม่มีการเจรจา

ความเห็น สคต.
สคต. ประเมินว่ามาตรการดังกล่าวจะกระทบต่อต้นทุนและระยะเวลาโลจิสติกส์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงขอให้ผู้ประกอบการไทยเตรียมความพร้อมและปรับตัวก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 2026 โดย กลุ่มผู้ส่งออก
ปลากะพง ต้องเร่งศึกษาระเบียบด้านความปลอดภัยอาหารของมาเลเซีย และวางแผนเผื่อเวลาสำหรับ
การขอใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA) จากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการยอมรับ เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าตกค้างหรือเน่าเสียจากความล่าช้าในการตรวจปล่อยสินค้าหน้าด่านด่านตรวจ ส่วน กลุ่มผู้ส่งออกกุ้งทั้ง 5 สายพันธุ์ ควรระงับการขนส่งสินค้าสดและแช่แข็งไปยังมาเลเซียชั่วคราวเพื่อป้องกันการถูกตีกลับ และเร่งกระจายสินค้าไปยังตลาดส่งออกทดแทนหรือตลาดในประเทศเพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาสินค้าล้นตลาด ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรทำงานร่วมกับผู้นำเข้าฝั่งมาเลเซียอย่างใกล้ชิดเพื่ออัปเดตแนวปฏิบัติ (SOP) ล่าสุด รวมถึงติดตามความคืบหน้าการชี้แจงแบบสอบถามของกรมประมงไทย เพื่อให้พร้อมกลับมาส่งออกได้ทันทีเมื่อทางการมาเลเซียประกาศยกเลิกมาตรการดังกล่าว

ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/f72e5tqoai5jitaz9ihnlu4a

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *