CEO ARTICLE
Work-Life Balance
การทำงานและการใช้ชีวิตอย่างสมดุลทำได้จริงหรือไม่ ?
Work-Life Balance หรือ WLB คือความสมดุล มิใช่ทำงานน้อยลงหรือมากขึ้น
แต่ WLB เป็นแนวคิดให้การทำงาน การใช้ชีวิตส่วนตัว และการใช้ชีวิตครอบครัวมีความสมดุล ไม่มีด้านใดมากหรือน้อยเกินไป เจตนารมณ์ของ WLB คือ
1. เพื่อป้องกันภาวะหมดไฟ ลดความเครียดสะสม และรักษาสุขภาพจิตให้ปกติ
2. เพื่อให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อน ได้คิดสิ่งสร้างสรรค์ และได้ประสิทธิภาพ
3. เพื่อให้มีเวลาออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัว และสร้างคุณค่าชีวิต
แนวคิดเข้าใจง่าย เจตนารมณ์ชัดเจน แต่อาจทำให้บางคนเข้าใจผิด เช่น การตั้งกฎ 8-8-8 เพื่อจัดเวลา 24 ชั่วโมงให้การทำงาน ให้พักผ่อน ให้ครอบครัวอย่างละ 8 ชั่วโมงเท่ากันตายตัว บางคนเลือกเข้างานช้าลง 1 ชั่วโมง เลิกงานช้าลง 1 ชั่วโมงอย่างยุติธรรม และคิดว่านี่คือ WLB
แต่ลืมไปว่า โลกปัจจุบันเป็นทุนนิยมที่มีการแข่งขันรุนแรง มีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ วิ่งเข้าหาคู่แข่งได้ทุกเวลา ทุกมุมโลกไม่เว้นแม้แต่ห้องนอน การยึดกฎ 8-8-8 หรือกำหนดเวลางานที่ตายตัว แม้จะดูสมดุล แต่ในการแข่งขันกลับกระทบต่องานที่ทำให้ความสมดุลลดคุณค่าลง
WLB ของคนที่ยึดติดเพียงจินตนาการจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความหายนะ
WLB เพื่อให้เกิดความสมดุลที่แท้จริงต้องเกิดจากความเข้าใจเป็นลำดับแรก ดังนี้
(1) WLB ไม่ใช่คณิตศาสตร์
การกำหนดเวลาเข้างาน-ออกงานเป๊ะ ๆ ทุกวันทำได้ยากในปัจจุบันเพราะแต่ละวันมีโจทย์ที่ต่างกัน บางวันทุ่มเทเกินเวลา แต่เมื่อผลงานสำเร็จตามเป้าหมาย เราก็สามารถยืดหยุ่นพักผ่อนชดเชย หรือปลีกตัวไปทำธุระส่วนตัว เช่น รับลูก หรือพาพ่อแม่ไปโรงพยาบาลได้
(2) WLB ไม่ใช่การตัดขาดในวันหยุด
การตัดขาดจากงานในวันหยุดเป็นเรื่องดี แต่บางสายงาน เช่น งานบริการหากตัดขาดอาจเกิดความเสียหาย การจัดลำดับความสำคัญ แยกแยะหน้าที่ และพร้อมเปิดเมล หรือรับสายสำคัญในเวลาที่ต่างกัน เช่น การดีลงานต่างประเทศกลับถือเป็นการส่งเสริมความสมดุลมากกว่า
(3) WLB ต้องมีเป้าหมาย (Goal)
คนเรามีเป้าหมายชีวิตต่างกัน เด็กจบใหม่ที่ต้องการสร้างตัวหากยึดเวลางานตายตัวก็ยากจะเติบโต หัวหน้าที่ปิดกั้นการติดต่อในวันหยุดจนทำให้ลูกค้าและทีมงานติดต่อไม่ได้ย่อมเป็นการนำ WLB มาทำลายตัวเอง ในทางกลับกัน คนที่มีงานมั่นคงแล้ว ไม่มีปัจจัยเสี่ยง หากจะเลือกทำงานแบบ WFH (Work from Home) เพื่อเพิ่มเวลาส่วนตัวก็เป็นสิ่งที่ทำได้
WLB ที่สมดุลจริง ๆ จึงต้องเริ่มต้นที่ “เป้าหมาย” ไม่ใช่ “เวลา”
(4) WLB เปลี่ยนเป็น WLI
หากคำว่า Balance ทำให้เข้าใจผิด ลองเปลี่ยนมาเป็น WLI ที่เข้าใจง่ายกว่า
WLI หรือ Work-Life Integration คือ การผสานการทำงานกับชีวิตให้เข้ากัน แนวคิดนี้มุ่งเน้นความยืดหยุ่นตามช่วงวัยและเป้าหมายในแต่ละวัน ไม่มีกฎตายตัว เช่น การตอบเมลสำคัญในวันหยุด สลับกับการแวบไปทำธุระส่วนตัว แล้วกลับมาทำงานต่ออย่างกลมกลืน เป็นต้น
จาก (1) ถึง (4) ไม่ว่าจะเรียก WLB หรือ WLI ล้วนเป็นแนวคิดการสร้างความสมดุลและการผสานที่ทำได้จริง ไม่ใช่สูตรสำเร็จของการทำงานให้น้อยลง หรือมากขึ้นแต่อย่างใด
ทั้ง 2 แบบคือการผสานการทำงานและการใช้ชีวิตให้สมดุลโดยไม่ยึดติดอย่างตายตัว.
ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
(พื้นที่โฆษณา) โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่ม 0.75% รับเงินใน 3 วัน ไม่เช็คบูโร
ปรึกษา ประเมินฟรี Line: https://lin.ee/DSgPVXK
📞 02-096-4977
อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/
Date Published : June 23, 2026

Logistics
กระแส Wellness หนุนโอกาสผลิตภัณฑ์สมุนไพรและสปาไทยในตลาดออสเตรีย
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness) เป็นหนึ่งใน Megatrend สำคัญของยุโรป โดยเฉพาะในออสเตรียซึ่งมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) มากขึ้น ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ และคุณภาพชีวิต
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของออสเตรีย (Wellness Tourism) มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก Grand View Research ระบุว่า ในปี 2568 ตลาด Wellness Tourism ของออสเตรีย มีมูลค่าประมาณ 18.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 31.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.08 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2578 ขณะที่ตลาด Wellness Tourism ของยุโรปมีมูลค่ากว่า 278 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.7 ต่อปีในช่วงปี 2569-2578 นอกจากนี้ ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศยังสะท้อนถึงศักยภาพของตลาดดังกล่าว โดยในปี 2567 ออสเตรียนำเข้าสินค้ากลุ่มน้ำมันหอมระเหย (Essential Oils) มูลค่าประมาณ 70.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจัดอยู่ในกลุ่ม 20 ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันหอมระเหยรายใหญ่ของโลก ขณะที่ตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายในออสเตรียยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความนิยมในผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ (Natural Cosmetics) และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากพืชและสมุนไพร
ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นสำนักงานฯ
การเติบโตของกระแส Wellness ในออสเตรียนับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้ากลุ่มสมุนไพรไทย น้ำมันหอมระเหย ผลิตภัณฑ์สปา เครื่องหอม และผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายจากวัตถุดิบธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุโรปที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ความยั่งยืน และความโปร่งใสของแหล่งที่มาวัตถุดิบ ทั้งนี้ ในปี 2568 ไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ปรุงแต่งสำหรับบำรุงผิวและสปา และน้ำมันหอมระเหยและสารสกัด ในพิกัด 3304 และ 3301 มูลค่าประมาณ 865.38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 21.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดของสหภาพยุโรปอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของเครื่องสำอาง EU Cosmetic Regulation (EC) No 1223/2009 ซึ่งรวมไปถึงการแสดงฉลาก และการรับรองส่วนประกอบต่างๆของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ การสื่อสารจุดเด่นของภูมิปัญญาสมุนไพรไทย ควบคู่กับการนำเสนอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือไปพร้อมกับการสร้างความแตกต่างในตลาดศักยภาพนี้ได้มากขึ้น
ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/wchszpopj6cy7airvozsaosv







Leave a Reply
Want to join the discussion?Feel free to contribute!