CEO ARTICLE
สมควรแก่ฐานะ
คำว่า ‘สมควรแก่ฐานะ’ สื่อความหมายได้ไกลเพียงใด ?
‘สมควรแก่ฐานะ’ และคำที่คล้ายกันเป็นคำทางกฎหมาย ดังนี้
1. ในกฎหมายศุลกากร
พรก. พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ภาค 4 ประเภทที่ 5 ให้ ‘ของส่วนตัว’ ที่นำเข้ามาพร้อมกับตนเพื่อใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพ และมีจำนวน ‘พอสมควรแก่ฐานะ’ ได้ยกเว้นอากรขาเข้า
แต่ไม่รวมรถยนต์ อาวุธปืน กระสุนปืน เสบียง บุหรี่ที่เกิน 200 มวน และสุราที่เกิน 1 ลิตร
ความหมายนี้ให้ประโยชน์แก่คนเดินทางระหว่างประเทศ แต่เมื่อมีคนนำเข้าในเชิงพาณิชย์ และเกินกว่าคำว่า ‘สมควรแก่ฐานะ’ กรมศุลกากรจึงกำหนดมูลค่านำเข้าให้ไม่เกิน 20,000 บาท
พรก. พิกัดฯ ภาค 4 ประเภทที่ 6 ให้ ‘ของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้ว’ หากนำเข้ามาพร้อมกับตนเนื่องจากการย้ายภูมิลำเนา และมีจำนวน ‘พอสมควรแก่ฐานะ’ ก็ได้ยกเว้นอากรเช่นกัน
เมื่อใช้ฐานะเป็นเกณฑ์ คนมีฐานะมากจึงนำเข้ามาก คนมีฐานะน้อยนำเข้าน้อย
กรมศุลกากรจึงกำหนดให้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะยกเว้นอากรให้นำเข้าได้อย่างละ 1 หน่วยเช่น ตู้เย็น 1 ตู้ แต่หากเป็นการย้ายภูมิลำเนาทั้งครอบครัวก็ให้ยกเว้นอากรได้ครอบครัวละ 2 หน่วย
2. ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1471 สินส่วนตัว หมายถึง เครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับกาย เครื่องมือ หรือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการประกอบอาชีพของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ‘ตามควรแก่ฐานะ’
แต่หากคู่สมรสซื้อเกินกว่าคำว่า ‘ควรแก่ฐานะ’ ให้ถือเป็นสินสมรส
กฎหมายแพ่งฯ ยังมีอีกหลายมาตราที่ใช้คำคล้ายกัน เช่น มาตรา 1564 ให้บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษา ‘ตามสมควร’ แก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์
3. ในกฎหมายอาญาแผ่นดิน
มาตรา 68 ผู้ใดป้องกันตัวด้วยการกระทำ ‘พอสมควรแก่เหตุ’ ผู้นั้นไม่มีความผิด
กฎหมายที่เกี่ยวกับ ‘สมควรแก่ฐานะ’ และคำที่คล้ายกันยังมีอีกมาก
คนที่ไม่รู้ ไม่เข้าใจก็อาจทำผิดกฎหมายง่าย ยิ่งไปกว่านั้น ‘สมควรแก่ฐานะ’ ยังสื่อถึงการใช้ชีวิตของคนที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล และวางตัวเกินฐานะอันสมควรให้ต้องสูญเสีย ดังนี้
(1) สูญเสียสภาพคล่อง
การใช้จ่ายเกินฐานะอันสมควรไม่ว่าจะเพื่อบริโภค หรือการสร้างภาพลักษณ์จะนำไปสู่การขาดสภาพคล่อง ขาดเงินสำรอง ขาดเงินกตัญญู และไปสู่หนี้สินล้นพ้นตัวได้ง่าย
(2) สูญเสียโอกาสการลงทุน
ขาดเงินที่จะนำไปลงทุน ขาดความมั่นคงในชีวิต และทำให้วัยเกษียณขาดความสุข
(3) สูญเสียความน่าเชื่อถือ
คนที่ใช้เงิน หรือใช้ทรัพยากรเกินกว่าฐานะอันสมควรจะถูกมองเป็นคนขาดเหตุผล วางตัวไม่เหมาะสม หากเป็นผู้นำจะยิ่งถูกมองว่าไม่เหมาะสมกับตำแหน่งจนสูญเสียความน่าเชื่อถือ
(4) สูญเสียการตระหนักรู้ในตนเอง
คนที่ไม่ตระหนักรู้ในตนเองจะทำให้ศักยภาพที่แท้จริงลดลง การวางแผนชีวิตผิดพลาด
(5) สูญเสียวินัยทางการเงิน
ไม่มีเงินเก็บ เงินออม ได้มาก็ใช้ไป จัดสรรการเงินไม่ได้ จดบันทึกไม่ได้จนขาดวินัยการเงิน
(6) ได้ความเครียดเรื้อรัง
คนที่ไม่อยู่บนพื้นฐานของความจริงย่อมถูกกดดัน วิตกกังวล และได้ความเครียดเรื้อรัง
ไม่ว่าจะใช้คำว่า ‘สมควรแก่ฐานะ’ หรือคำใดก็ตาม คำเหล่านี้นอกจากมีกฎหมายรองรับแล้วยังเป็นคำที่สะท้อนการวางตัว และการใช้ชีวิตของคน ๆ หนึ่งได้เป็นอย่างดี
ผู้ใดระลึกถึงคำว่า ‘สมควรแก่ฐานะ’ ให้มาก ผู้นั้นจะใช้ชีวิตเสี่ยงต่อความผิดทางกฎหมายได้น้อย แต่จะมีเส้นทางเดินไปสู่ความสำเร็จและความสุขได้มากกว่า.
ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
(พื้นที่โฆษณา) โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่ม 0.75% รับเงินใน 3 วัน ไม่เช็คบูโร
ปรึกษา ประเมินฟรี Line: https://lin.ee/DSgPVXK
📞 02-096-4977
อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/
Date Published : September 8, 2026

Logistics
การพัฒนาท่าเรือแห่งใหม่ของบังกลาเทศ Laldia
Laldia จะนำไปสู่การยกระดับจิตตะกองในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อามีร์ โคสรู กล่าวว่า โครงการนี้จะเป็นก้าวสำคัญในความมุ่งมั่นของรัฐบาล ที่จะสร้างเศรษฐกิจมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2034
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อามีร์ โคสรู มาห์มุด โชว์ดูรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเชค ราบิอุล อาลัม พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการ APM Terminals Laldia ที่ ปาเต็งกา เมืองจิตตะกอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 ณ ท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ ลัลเดีย จะเปิดโลกทัศน์ใหม่ สำหรับการขนส่งสินค้า การอำนวยความสะดวกทางการค้า และการพัฒนาเศรษฐกิจในบังกลาเทศ โดยวางรากฐานให้เมืองจิตตะกองกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค
“ความสำคัญของท่าเรือลัลเดีย คือ จะเปิดมิติใหม่ด้านโลจิสติกส์ การอำนวยความสะดวกทางการค้า และการพัฒนาภูมิภาคนี้และประเทศบังกลาเทศ”
เขากล่าวว่า มีแผนจะสร้างท่าเรือและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์เพิ่มเติมอีกหลายแห่งในเมืองจิตตะกอง รวมถึงเขตการค้าเสรีและเขตแปรรูปเพื่อการส่งออกเพิ่มเติมด้วย
“เมืองชิตตากองถูกคาดหวังมานานแล้วว่า จะกลายเป็นเมืองหลวงทางการค้า ซึ่งเมืองหลวงทางการค้า ไม่สามารถประกาศได้ง่ายๆ มันต้องเกิดขึ้นจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ” เขากล่าว
ในงานดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการขนส่งทางทะเล เชค ราบิอุล อาลัม กล่าวว่า โครงการนี้จะนำพาบังกลาเทศเข้าสู่ยุคใหม่ของการลงทุน เทคโนโลยี และการดำเนินงานท่าเรือที่ทันสมัย
“การขยายตัวของการนำเข้าและส่งออกจะมีความเป็นไปตามมาตรฐานสากลมากขึ้น และ ท่าเรือลัลเดีย จะช่วยให้บังกลาเทศสร้างความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงานท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ที่ทันสมัยและเทคโนโลยีท่าเรือขั้นสูงได้อีกด้วยท่าเรือแห่งนี้กำลังได้รับการพัฒนาภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยมีบริษัท APM Terminals จากเดนมาร์ก ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่ม AP Moller-Maersk เข้าร่วมด้วย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า การลงทุนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของบริษัท ระหว่างประเทศรายใหญ่ที่มีต่อเศรษฐกิจของบังกลาเทศ
ท่าเรือจิตตากองรองรับการค้าส่งออกและนำเข้าของบังกลาเทศประมาณ 92% ดังนั้น การปรับปรุงท่าเรือ ให้ทันสมัยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขยายการค้าของประเทศท่าเรือแห่งนี้สามารถรองรับตู้คอนเทนเนอร์ ได้เกือบ 1 ล้านตู้ต่อปี
นายโรเมช เดวิด ซีอีโอของ APM Terminals Laldia กล่าวว่า คาดว่าท่าเทียบเรือแห่งนี้จะกลายเป็นหนึ่งในท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ที่ทันสมัยที่สุดในโลกภายในสามปี
และท่าเรือแห่งนี้จะมีท่าเทียบเรือยาวประมาณ 600 เมตร เครนยกสินค้าขึ้นฝั่ง 7 ตัว เครนยกสินค้าควบคุมระยะไกล 30 ตัว และรถบรรทุกไฟฟ้าประมาณ 45 คัน
ดังนั้น เมื่อเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะสามารถรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้ประมาณ 1 ล้านตู้ต่อปี ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ของบังกลาเทศขึ้นประมาณ 30% โครงการนี้มีมูลค่าเกือบ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในภาคท่าเรือของบังกลาเทศจนถึงปัจจุบัน เดวิดกล่าว
นอกจากนี้ โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในภาคท่าเรือแห่งแรกของบังกลาเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และเป็นโครงการท่าเรือใหม่แห่งแรกในลักษณะนี้ด้วย
นายเดวิดกล่าวว่า ท่าเรือแห่งนี้จะสร้างโอกาสสำหรับบริการขนส่งสินค้าทางเรือรูปแบบใหม่ และรองรับ เรือขนาดใหญ่ ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นการส่งออกและสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ ที่มากกว่า การลงทุนอย่าง มีนัยสำคัญ ดังนั้นนี่จะไม่ใช่แค่ท่าเรือที่ดีที่สุดในเอเชียใต้เท่านั้น แต่ยังจะเป็นท่าเรือที่ดีที่สุดในระดับเดียว กันของโลกอีกด้วย”
ทั้งนี้ คาดว่าโครงการนี้จะสร้างงานโดยตรงมากกว่า 500 ตำแหน่ง และงานทางอ้อมอีกอย่างน้อย 500 ตำแหน่ง ในขณะที่การเพิ่มกำลังการผลิตอาจสร้างงานเพิ่มขึ้นได้อีก
โดย นายเดวิดกล่าวเพิ่มเติมว่า AMP Terminals จะฝึกอบรมแรงงานชาวบังกลาเทศในด้านเทคโนโลยีท่าเรือขั้นสูง และสร้างโอกาสให้ผู้หญิงได้ใช้งานเครนควบคุมระยะไกล “เราจะสร้างผู้ควบคุมรถไฟที่เป็นผู้หญิง ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในประเทศนี้” เขากล่าวเสริมว่า APM Terminals วางแผนที่จะมีส่วนร่วมกับชุมชนรอบ ๆ พื้นที่โครงการอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 30 ปีที่บริษัทเข้ามามีส่วนร่วมในท่าเรือแห่งนี้
สรุป :
ท่าเรือ ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ ลัลเดีย ในเมืองจิตตากอง ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท APM Terminals ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน คาดว่าจะพลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และการค้า ของบังกลาเทศ ด้วยการลงทุนเกือบ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่าเรือแห่งนี้จะมีเครนที่ทันสมัย รถบรรทุกไฟฟ้า และท่าเทียบเรือยาวประมาณ 600 เมตร รองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้เกือบ 1 ล้านตู้ต่อปี ซึ่งอาจเพิ่ม ขีดความสามารถในการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ของบังกลาเทศได้ประมาณ 30% และรองรับเรือขนาดใหญ่ บริการขนส่งทางเรือรูปแบบใหม่ และการส่งออกที่สูงขึ้น โครงการนี้ยังคาดว่าจะสร้างงานทางตรงและทางอ้อมกว่า 1,000 ตำแหน่ง เสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีท่าเรือ และส่งเสริมการเติบโตของจิตตากองในฐานะ ศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค
นัยสำคัญเชิงนโยบายสำหรับประเทศ :
ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากการลงทุนในท่าเรือลัลเดีย ของบังกลาเทศ เนื่องจากศักยภาพของท่าเรือ ที่เพิ่มขึ้นและระบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัยจะช่วยอำนวยความสะดวกในการค้า ทวิภาคีที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การเชื่อมต่อที่ดียิ่งขึ้นผ่านเมืองจิตตากองจะช่วยสนับสนุนการส่งออก สินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องจักร เครื่องสำอาง และวัตถุดิบอุตสาหกรรมของไทย ไปยังบังกลาเทศได้มากขึ้น ความสามารถของท่าเรือในการรองรับเรือขนาดใหญ่และบริการขนส่งทางเรือใหม่ ๆ อาจช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และเพิ่มความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทานได้ ในขณะที่บังกลาเทศกำลัง ก้าวไปสู่เศรษฐกิจมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ประเทศไทยควรพิจารณา ท่าเรือลัลเดีย เป็นโอกาส ในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า ส่งเสริมการลงทุนของไทย และเสริมสร้างตำแหน่งของประเทศไทย ในฐานะพันธมิตรทางการค้าเชิงยุทธศาสตร์ในบังกลาเทศ
ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/pebdsympzv36h1km6x02zap7







Leave a Reply
Want to join the discussion?Feel free to contribute!