CEO ARTICLE

BOI กับ FTA

Published on February 25, 2025


Follow Us :

    

ของนำเข้ายกเว้นอากรควรเลือกใช้ BOI หรือ FTA ?

BOI (Board of Investment) หรือคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเป็นสำนักงานอยู่ภายใต้กฎหมายไทย มีเจตนารมณ์เพื่อให้เกิดการสร้างงาน และสร้างเศรษฐกิจของประเทศ
BOI ให้สิทธิประโยชน์หลายด้าน หนึ่งในนั้นคือ การยกเว้นอากร (Duty Exemption) ให้แก่เครื่องจักร อะไหล่ อุปกรณ์ และวัตถุดิบที่นำเข้ามาผลิตตามวัตถุประสงค์ของการส่งเสริม
ในอดีต ก่อนการนำเข้าทุกครั้ง ผู้ได้รับส่งเสริมต้องยื่นหลักฐานให้ BOI เพื่อพิจารณาก่อน หากได้อนุมัติก็นำไปผ่านพิธีการศุลกากรเพื่อยกเว้นอากร แต่ปัจจุบัน การยื่นเรื่องต่าง ๆ สามารถยื่นผ่านออนไลน์ที่ให้ความสะดวก รวดเร็วอย่างมาก แต่ก็ส่งผลให้การตรวจสอบต้องทำย้อนหลัง
กรณีของนำเข้าเป็นวัตถุดิบยังต้องจัดทำบัญชีวัตถุดิบคงเหลือ (Stock)
เมื่อทำการผลิตและส่งออกก็ต้องยื่นหลักฐานเพื่อตัดบัญชีวัตถุดิบ และต้องคอยตรวจสอบวัตถุดิบที่นำเข้าและส่งออกมิให้มีปริมาณเกินกว่ากำหนดที่อาจทำให้ต้องเสียภาษีและอากร
BOI จึงเป็นการยกเว้นอากรสำหรับของนำเข้าที่มีเงื่อนไข และมีขอบเขตเวลา
ยิ่งไปกว่านั้น ของนำเข้าบางรายการก็อาจไม่ได้ยกเว้น และเมื่อถูกตรวจพบย้อนหลังว่าผิดพลาดก็ต้องมายื่นพิธีการศุลกากร เสียอากร เสียภาษีอื่น และเสียค่าปรับที่เกี่ยวข้อง
FTA (Free Trade Agreement) เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อยกเว้นอากร
FTA ไม่ใช่กฎหมายไทย เมื่อนำเข้าจึงไม่ต้องรายงานหน่วยงานใด ไม่มีการควบคุม แม้มีการตรวจสอบย้อนหลัง เช่น ตรวจสอบความถูกต้องของกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิด ตรวจสอบพิกัดสินค้าก็มักเป็นส่วนของผู้ขายต่างประเทศ เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ และเป็นสิ่งป้องกันได้
ในมุมของการยกเว้นอากรสำหรับของนำเข้า BOI และ FTA จึงเหมือนกัน
แต่ในมุมของการควบคุม ของที่นำเข้าภายใต้ FTA จะมีอิสระมากกว่า ไม่ต้องขออนุญาต ไม่ต้องทำบัญชีวัตถุดิบ จะนำเข้าเพื่อผลิต เพื่อจำหน่าย หรือนำเข้าเพื่อส่งออกเมื่อไรก็ได้

ในเมื่อของนำเข้าโดย BOI กับ FTA ได้รับยกเว้นอากรเหมือนกัน
ทำไมผู้ได้รับส่งเสริมจาก BOI จึงเลือกยกเว้นอากรด้วย BOI เพียงอย่างเดียว ?
ทำไมจึงคิดว่า การขอให้ผู้ขายต่างประเทศส่งมอบเอกสาร FTA เช่น ใบรับรองถิ่นกำเนิด หรือ C/O (Certifcation of Origin) ประเภท Form Jtepa, Form AK, Form E หรือ Form ต่าง ๆ เพื่อยกเว้นอากรจึงเป็นความซ้ำซ้อน และเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ?
ประเด็นต่อไปนี้จึงเป็นสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาเพื่อหาคำตอบ
1. หากเครื่องจักร อะไหล่ อุปกรณ์ และวัตถุดิบมีข้อกำหนดว่าต้องนำเข้าภายใต้ BOI เท่านั้น แบบนี้ของที่นำเข้าก็ต้องใช้ BOI อย่างเดียว ต้องอยู่ในการควบคุมของ BOI ทั้งการนำเข้า การส่งออก การรายงาน และการยื่นบัญชีต่าง ๆ การไม่ยุ่งเกี่ยวกับ FTA ให้ซ้ำซ้อนจึงเป็นความถูกต้อง
แต่ประเด็นนี้ควรตรวจสอบก่อนจากสิทธิบัตร BOI หรือสอบถามจาก BOI โดยตรง
2. หากของที่นำเข้าไม่มีข้อกำหนดของ BOI และสามารถใช้ FTA ได้ ผู้นำเข้าก็น่าจะทำลายโซ่ตรวนที่ BOI ใช้ควบคุม และสร้างอิสระให้แก่ตนเองโดยการเลือกใช้ FTA แทน BOI
โซ่ตรวนที่ทำให้ต้องรายงาน และถูกตรวจสอบย้อนหลังที่อาจผิดพลาดอย่างไม่ทันตั้งตัว
3. การขอให้ผู้ขายต่างประเทศจัดทำเอกสาร FTA เพื่อยกเว้นอากร แน่นอนว่าเป็นการซ้ำซ้อนกับ BOI แต่หากวันหนึ่ง BOI เกิดปัญหาก็ยังเปลี่ยนมาเลือกใช้ FTA ได้ทันที
ทั้ง 3 ประเด็นข้างต้นทำให้เห็นว่า การเตรียมพร้อมเพื่อเลือกใช้ประโยชน์ทั้งจาก BOI และ FTA ทุกครั้งที่มีการสั่งซื้อของนำเข้าจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของผู้ที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI
ส่วนจะเลือกใช้ทางไหนก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของ BOI ณ ขณะนำเข้า
การนำเข้า และการส่งออกยังมีกิจกรรมและแนวคิดอื่นที่ทำต้นทุนให้ต่ำ ให้ถูกกฎหมายในหนังสือ “การค้าระหว่างประเทศ” (International Trade) เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
หนังสือมีขนาด 17.6 x 25 cm จำนวน 408 หน้าจะวางจำหน่ายตามแผงหนังสือเร็ว ๆ นี้.

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร

(พื้นที่โฆษณา)
โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน ถูกกฎหมาย
อนุมัติใน 3 วัน ทำสัญญาที่สำนักงานเขตที่ดิน ไม่เช็คบูโร
ติดต่อ https://inno-home.com/loan-lead/

อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/

Date Published : February 25, 2025

Logistics

EU จ่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใหม่สำหรับพัสดุจากผู้ค้าปลีกออนไลน์

ตอนนี้ใครก็ตามที่สั่งซื้อสินค้าราคาถูกหรือ Fast Fashion จากจีนผ่านผู้ค้าปลีกออนไลน์จำพวก Temu, Shein, Amazon หรือ Aliexpress จะต้องจ่ายเงินเพิ่มในอนาคต เพราะหากรัฐบาลของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เห็นพ้องต้องกันต่อข้อเสนอของ EU จากกรุงบรัสเซลส์ โดยคณะกรรมาธิการ EU ต้องการที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพัสดุจากผู้ค้าปลีกออนไลน์เพื่อที่จะสามารถควบคุมสินค้าลอกเลียนแบบ และไม่ปลอดภัยจำนวนมากที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้เป็นระบบดีขึ้น คณะกรรมาธิการ EU ได้ประกาศเรื่องดังกล่าวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสำนักข่าว Handelsblatt เคยรายงานเรื่องนี้ไว้เมื่อก่อนหน้า นอกจากนี้คณะกรรมาธิการ EU กำลังเปิดการไต่สวน Shein ผู้ค้าปลีกออนไลน์ของจีนอีกด้วย โดย EU ได้ออกมากล่าวหาว่า Shein ว่า ไม่ปฏิบัติตามกฎการคุ้มครองผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีการสืบสวนที่คล้ายคลึงกันกับ Temu ผู้ค้าปลีกออนไลน์อีกรายของจีนอีกด้วย โดยหลัก ๆ แล้ว คณะกรรมาธิการ EU ต้องการเสนอการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่อประเทศสมาชิก และรัฐสภา EU ในอนาคต โดยเห็นควรให้มีการเรียกเก็บ “ค่าธรรมเนียมการประมวลผลสำหรับสินค้าอีคอมเมิร์ซ” ที่ถูกนำเข้าพัสดุแบบแยกชิ้น ตามที่ปรากฏในเอกสารที่นำเสนอ ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้จะนำไปชดเชยให้กับหน่วยงานศุลกากรของประเทศสมาชิกฯ ที่ต้องรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น “ในการควบคุมสินค้าเหล่านี้ให้เหมาะสม” อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่า ค่าธรรมเนียมนี้จะสูงขนาดไหน คณะกรรมาธิการ EU ต้องการที่จะตรวจสอบเรื่องค่าธรรมเนียมร่วมกับประเทศสมาชิกต่อไป นอกจากนี้ ในอนาคตผู้ค้าปลีกออนไลน์จะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า ผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาเสนอขายผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ จะต้องถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของ EU นาย Michael McGrath กรรมาธิการ EU ว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับปริมาณสินค้าที่นำเข้าจากจีนมายังสหภาพยุโรปว่า “มีพัสดุจำนวน 12 ล้านชิ้น ถูกส่งมายัง EU แทบทุกวัน โดยเราต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผ่านการนำเข้าสินค้าในปริมาณสูงขนาดนี้” จำนวนพัสดุราคาถูกที่ถูกส่งจากต่างประเทศกำลังทำให้สำนักงานศุลกากรต้องรับภาระเกินความจำเป็น กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภค และหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมเองก็ออกมาแสดงความกังวลใจว่า ไม่สามารถรับรองได้ว่าผลิตภัณฑ์จะตรงตามมาตรฐานความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมของยุโรปหรือไม่ นอกจากนี้ จำนวนพัสดุราคาถูกที่ถูกส่งจากต่างประเทศยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคณะกรรมาธิการฯ รายงานว่า จำนวนพัสดุเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าระหว่างปี 2022 – 2023 เพียงปีเดียว หากเทียบกับปี 2022 จำนวนพัสดุเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า โดยกว่า 91% ของพัสดุทั้งหมดถูกจัดส่งมาจากประเทศจีน ในเวลาเดียวกันสหรัฐอเมริกาก็มีความพยายามดำเนินการต่อต้านจัดส่งพัสดุสินค้าราคาถูกอีกด้วย โดยไปรษณีย์สหรัฐฯ (USPS) ได้ออกมาประกาศว่า จะไม่จัดส่งพัสดุจากจีน และฮ่องกงอีกต่อไป จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม USPS ไม่ได้ให้เหตุผลใด ๆ สำหรับมาตรการดังกล่าว ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ทันที และไม่ได้ระบุว่า การหยุดส่งสินค้าจะกินเวลานานเท่าใด สำหรับการส่งจดหมายจะไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาหลังจากที่ USPS ได้ประกาศดังกล่าวออกไป USPS ก็ถอนประกาศดังกล่าวออกไปก่อน

การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนการจัดส่งพัสดุเป็นผลมาจากรูปแบบธุรกิจของผู้ค้าปลีกออนไลน์ ซึ่งแตกต่างจากผู้ค้าปลีกออนไลน์ และห้างสรรพสินค้าอื่น ๆ โดยปกติแล้วผู้ค้าปลีกจะนำเข้าสินค้าอุปโภค – บริโภคจำนวนมากมากับตู้คอนเทนเนอร์ และจัดเก็บไว้ในยุโรปก่อนที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าเป็นรายบุคคล ซึ่งวิธีการดังกล่าวช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินพิธีการทางศุลกากร และการตรวจสอบ แต่สำหรับ Temu, Shein, Aliexpress และ Amazon ได้เริ่มใช้งานการส่งโดยตรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาก้าวข้ามขั้นตอนที่ต้องมีผู้นำเข้าในยุโรป และเป็นตัวเชื่อมระหว่างลูกค้าในยุโรปกับผู้ขายของจีนโดยตรง จากนั้นพวกเขาจะส่งผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นแบบพัสดุเป็นชิ้น ๆ ไปยังผู้บริโภคปลายทางในยุโรปจากโรงงานโดยตรง ซึ่งพัสดุเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรมีสินค้าที่ต้องทำการตรวจสอบมากเกินพิกัด ซึ่งนี่เป็นอันตรายอย่างยิ่งโดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์ยา หรือเครื่องสำอางที่ไม่ได้รับการรับรองในสหภาพยุโรป หากพบว่า มีการฉ้อโกง และเจ้าหน้าที่ดำเนินการกับตัวแทนจำหน่ายที่น่าสงสัย แต่ผู้ขายรายเดิมก็มักจะกลับมาปรากฏบนแพลตฟอร์มออนไลน์อีกครั้งพร้อมกับตัวตนใหม่ นอกจากนี้ คู่แข่งในยุโรปยังออกมาแสดงความกังวลใจอีกว่า คู่แข่งชาวจีนได้รับสิทธิพิเศษจนทำให้เกิดการบิดเบือนตลาด เพราะปัจจุบันการจัดส่งพัสดุจะได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรหากพัสดุมีมูลค่าต่ำกว่า 150 ยูโร ข้อยกเว้นนี้ได้กำหนดขึ้นเพื่อใช้กับพัสดุถูกส่งระหว่างบุคคล เช่น จากคุณย่าที่อยู่ต่างประเทศส่งพัสดุไปยังหลานสาวของเธอที่ยุโรป แต่ในปัจจุบันพัสดุที่ถูกนำเข้ามากกว่า 97% มาจากผู้ค้าปลีกออนไลน์ ด้วยวิธีนี้ทำให้ Temu และ Shein ได้เข้ามาพิชิตตลาดค้าปลีกออนไลน์ในยุโรปด้วยผลิตภัณฑ์ และบริการของพวกเขา ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตชาวจีนนำเสนอผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า และอาหารเสริมราคาถูก โดยผลิตภัณฑ์หลายชนิดมีราคาต่ำกว่าหนึ่งยูโร แต่สินค้าส่วนใหญ่มักมีคุณภาพต่ำ และมักจะปนเปื้อนด้วยโลหะหนัก หรือสารมลพิษอื่น ๆ Shein กล่าวว่า “On-Demand-Modell (รูปแบบตามความต้องการ)” ของบริษัทมีเป้าหมายเพื่อ ลดการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียของวัสดุ และลดจำนวนสินค้าค้างโกดังให้เหลือน้อยที่สุด Shein กล่าวต่อว่า “ทีมงานของเรากำกับดูแล และปฏิบัติตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป และจะทำงานร่วมกับพันธมิตรในระดับ EU และรัฐบาลกลางของประเทศสมาชิก EU ต่าง ๆ อีกด้วย” คณะกรรมาธิการ EU มีความต้องการมานานแล้วที่จะยกเลิกข้อจำกัดการยกเว้นสำหรับพัสดุดังกล่าว และในเอกสารดังกล่าว ขณะนี้ EU กำลังเร่งรัดให้ประเทศสมาชิก EU ดำเนินการปฏิรูประบบศุลกากรโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้รัฐบาลของประเทศสมาชิก EU ยังคงขัดขวางการปฏิรูปดังกล่าวในสภา EU เหนือสิ่งอื่นใด การปฏิรูปศุลกากรนี้น่าจะช่วยทำให้ให้มีการใช้งงานหน่วยงานศุลกากรของยุโรป เนื่องจากหน่วยงานศุลกากรของประเทศต่าง ๆ มีภาระงานมากเกินไป

ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/196470

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *