CEO ARTICLE

BOI กับเงินชดเชย

Published on March 4, 2025


Follow Us :

    

ทำอย่างไรผู้ส่งออกภายใต้ BOI จะขอรับเงินชดเชยได้ ?

เงินชดเชย หรือเงินชดเชยภาษีคือ เงินให้เปล่าที่รัฐต้องการลดต้นทุนให้ผู้ส่งออกเพื่อให้ส่งสินค้าไทยออกไปขายยังต่างประเทศได้มากขึ้น และนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาได้มากขึ้น
ในอดีต ระบบภาษีของไทยซ้ำซ้อน ทุกกระบวนการผลิตจะมีภาษีแอบแฝง เช่น ภาษีค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ภาษีวัตถุดิบ การว่าจ้าง และภาษีอื่นที่ทำให้สินค้าส่งออกมีราคาสูงขึ้นสู้ประเทศคู่แข่งไม่ได้ทั้งที่โดยหลักการแล้ว สินค้าส่งออกต้องปลอดจากภาษีภายในประเทศทุกชนิด
สินค้าส่งออกได้น้อย การจ้างงานในประเทศย่อมน้อย และส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวม
รัฐจึงปลดเปลื้องภาระภาษีซ้ำซ้อนออกจากสินค้าส่งออกโดยการให้เงินชดเชย พอถึงปี พ.ศ. 2524 ก็เกิด พรบ. ชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักร พ.ศ. 2524 ทำให้สินค้าส่งออกเกือบทั้งหมดได้รับเงินชดเชยง่ายขึ้น ส่วนใหญ่ได้รับในอัตราร้อยละของมูลค่า FOB
เงื่อนไขการขอรับเงินชดเชยก็ง่าย ๆ ประกอบด้วย
1. สินค้าส่งออกต้องผลิตในประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
2. สินค้าส่งออกมีกฎหมายกำหนดให้รับเงินชดเชยได้
3. มีหลักฐานการรับเงินค่าสินค้าจากต่างประเทศที่ถูกต้อง
4. สินค้าส่งออกต้องไม่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอื่นใด
5. ต้องยื่นคำขอรับเงินชดเชยภายในเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ส่งออก
ต่อมาในวันที่ 1 ม.ค. 2535 ประเทศไทยเปลี่ยนระบบภาษีเป็น “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” ในทางทฤษฏีทำให้ภาษีในทุกกระบวนการผลิตขอคืนได้ในระบบบัญชี และทำให้สินค้าส่งออกปลอดภาษี
แต่ในทางปฏิบัติ ผู้ขายและผู้ผลิตจำนวนมากไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีจึงขอคืนได้ไม่ทั้งหมด สินค้าส่งออกจึงยังมีภาษีแอบแฝง และซ้ำซ้อนอยู่ในสินค้าส่งออกบ้าง แต่ก็ไม่มาก และทำให้เงินชดเชยยังต้องมีอยู่ แต่จะได้รับในอัตราร้อยละที่ลดลง
ผู้ส่งออกบางรายเห็นว่า เงินชดเชยเหลือน้อยจึงไม่ขอรับ แต่บางรายเห็นว่า แม้จะน้อย แต่หากสินค้าส่งออกมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เงินน้อยก็จะสะสมมากขึ้น และยังใช้การขอรับเงินชดเชยฝึกฝนทีมงานให้เรียนรู้ระบบราชการ และปกป้องผลประโยชน์ของผู้ส่งออกเพื่อให้สามารถทำการใหญ่ขึ้น
“เงินชดเชย” จึงยังจำเป็น และยังมีประโยชน์ต่อผู้ส่งออก

“สินค้าส่งออกต้องไม่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอื่นใด” คือเงื่อนไขหนึ่ง
เหตุผลเพราะรัฐต้องการให้เลือกรับสิทธิประโยชน์เพียงอย่างเดียว ผู้ได้รับการส่งเสริมจาก BOI นำวัตถุดิบเข้า ได้รับยกเว้นอากรจาก BOI เมื่อผลิตและส่งออกจึงไม่มีสิทธิได้รับเงินชดเชย
เงื่อนไขข้างต้นเป็นกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติปัจจุบัน วัตถุดิบที่นำเข้าอยู่ในพิกัดสินค้าที่มีอัตรอากรร้อยละ 0 จำนวนมาก และยังได้รับการยกเว้นอากรด้วย FTA (บทความที่ 868)
ขณะที่ BOI ก็ไม่มีข้อบังคับให้การนำเข้าวัตถุดิบต้องยกเว้นอากรด้วย BOI ทุกครั้ง
ผู้ส่งออกที่อยู่ภายใต้ BOI จึงควรตรวจสอบสิทธิบัตรให้ชัดเจน หรือสอบถามจาก BOI เพื่อให้มั่นใจก่อน หากพบว่าไม่มีข้อบังคับจริงก็ควรนำเข้าวัตถุดิบโดยไม่ขอยกเว้นอากรจาก BOI แต่ไปขอยกเว้นอากรจากพิกัดสินค้าที่มีอัตราอากรร้อยละ 0 หรือจาก FTA แทน
เมื่อนำเข้าวัตถุดิบโดยไม่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอื่นใด ผู้ส่งออกภายใต้ BOI ก็สามารถขอรับเงินชดเชยได้ ปลดเปลื้องภาษีที่ซ้ำซ้อนได้ ทำให้ต้นสินค้าสินค้าต่ำ และถูกกฎหมายได้
การนำเข้า และการส่งออกยังมีกิจกรรมและแนวคิดอื่นที่ทำต้นทุนให้ต่ำ ให้ถูกกฎหมายในหนังสือ “การค้าระหว่างประเทศ” (International Trade) เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
หนังสือมีขนาด 17.6 x 25 cm จำนวน 408 หน้าจะวางจำหน่ายตามแผงหนังสือเร็ว ๆ นี้.

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร

(พื้นที่โฆษณา)
โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน ถูกกฎหมาย
อนุมัติใน 3 วัน ทำสัญญาที่สำนักงานเขตที่ดิน ไม่เช็คบูโร
ติดต่อ https://inno-home.com/loan-lead/

อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/

Date Published : March 4, 2025

Logistics

รัฐบาลอาร์เจนตินายกเลิกกฎระเบียบการนำเข้าและส่งออกอาหาร

รัฐบาลอาร์เจนตินายกเลิกกฎระเบียบการนำเข้า และส่งออกสินค้าอาหารระหว่างประเทศ โดยมี เป้าหมายเพื่อลดราคาสินค้าอาหาร ส่งเสริมการค้า และส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหาร ตามมาตรการ แก้ไขของประมวลกฎหมายด้านอาหารของ อาร์เจนตินา (CAA – Código Alimentario Argentino) วิธีนี้จะช่วยให้การนำเข้า และส่งออกสินค้าอาหารของอาร์เจนตินามีความคล่องตัวมากขึ้น

นาย Federico Sturzenegger รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกำกับดูแลและการเปลี่ยนแปลงรัฐแห่งอาร์เจนตินา กล่าวว่ากำลังมีการดำเนินการยกเลิกกฎระเบียบครั้งใหญ่ในด้านการส่งออก-นำเข้าสินค้าอาหารของอาร์เจนตินา เพื่อให้ผู้บริโภคในอาร์เจนตินาได้ซื้อสินค้าอาหารในราคาที่ถูกลง และเพื่อให้ทั่วโลกมีสินค้าอาหารจากอาร์เจนตินา เพิ่มมากขึ้น มีการกำหนดให้สินค้าอาหารที่มีใบรับรองในประเทศที่มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดสามารถเข้าสู่ อาร์เจนตินาได้โดยไม่มีข้อจำกัด และจะถูกรวมเข้าในประมวลกฎหมายด้านอาหารของอาร์เจนตินาโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ข้อบังคับในการลงทะเบียนและการอนุญาตสำหรับผลิตภัณฑ์จากออสเตรเลีย แคนาดา สมาพันธรัฐสวิส สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ รัฐอิสราเอล ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์เหนือ อาทิ กลุ่มตัวอย่าง สินค้า ผลิตภัณฑ์ สถานประกอบการ คลังสินค้า เครื่องมือ และบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น จะถูกยกเลิก ในกรณีการ ส่งออกผลิตภัณฑ์สินค้าจากอาร์เจนตินา รัฐบาลอาร์เจนตินาจะอำนวยความสะดวกเฉพาะการออกใบรับรองที่ ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกอาร์เจนตินาต้องการเท่านั้น เนื่องจากใบรับรองดังกล่าวเป็นข้อกำหนดของประเทศผู้นำเข้า

บทวิเคราะห์ผลกระทบต่อประเทศไทย

อาร์เจนตินานำเข้าสินค้าอาหารจากไทยรวม 1,580 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2567 (มกราคม-ธันวาคม)
โดยทูน่ากระป๋องเป็นอาหารที่เกี่ยวข้องมากที่สุด ดังนี้
1) ทูน่ากระป๋อง ร้อยละ -50.4 มูลค่ารวม 13.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีภาษีนำเข้าร้อยละ 16
2) ผลไม้กระป๋อง ร้อยละ -40.7 มูลค่ารวม 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีภาษีนำเข้าร้อยละ 14
3) ผักกระป๋อง ร้อยละ -6.5 มูลค่ารวม 190,000 เหรียญสหรัฐฯ มีภาษีนำเข้าร้อยละ 14
4) เครื่องปรุงรส ร้อยละ +93.1 มูลค่ารวม 180,000 เหรียญสหรัฐฯ มีภาษีนำเข้าร้อยละ 16-18
5) ข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว ร้อยละ -15.1 มูลค่ารวม 90,000 เหรียญสหรัฐฯ มีภาษีนำเข้าร้อยละ 9-16

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
ในอาร์เจนตินา ราคาผลิตภัณฑ์สินค้าและอัตราเงินเฟ้อสะสมเป็นปัญหาใหญ่มานานหลายปีแล้ว นับตั้งแต่เริ่ม บริหารงาน นาย Javier Milei ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา ได้ดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมการเพิ่มขึ้นของอัตรา เงินเฟ้อและแม้ว่าจะประสบความสำเร็จในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบัน แต่สินค้าประเภทอาหารกลับมี ราคาพุ่งสูงมากขึ้นในช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้รัฐบาลอาร์เจนตินาจึงต้องการเปิดกว้างสำหรับการนำเข้า ผลิตภัณฑ์อาหารจากประเทศอื่นๆ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สินค้าในท้องถิ่นสามารถแข่งขันได้ และผู้บริโภคก็สามารถ เข้าถึงผลิตภัณฑ์สินค้าที่หลากหลายมากขึ้นในราคาที่ดีกว่า ดังนั้นมาตรการอย่างหนึ่งที่รัฐบาลอาร์เจนตินาได้ ดำเนินการเมื่อปี 2567 ก็คือการทำให้เงื่อนไขการชำระเงินมีความยืดหยุ่นมากขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์หลักบาง รายการในตะกร้าพื้นฐาน เช่น อาหารและสินค้าสุขอนามัย เป็นต้น

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับใบรับรองจากประเทศที่มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดสามารถเข้าสู่อาร์เจนตินา ได้โดยอัตโนมัติ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สมาชิกสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร ซึ่งไม่จำเป็น ต้องมีการลงทะเบียนหรือการขอใบอนุญาตใดๆ อีกต่อไป นอกจากนี้รัฐบาลอาร์เจนตินาพยายามที่จะลดราคา สินค้าในท้องถิ่น เนื่องจากในขณะนี้ผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิดมีราคาแพงขึ้นถึงร้อยละ 50 เมื่อเทียบเป็นเงิน เหรียญสหรัฐฯ

การที่รัฐบาลอาร์เจนตินาชุดปัจจุบันภายใต้การบริหารของ นาย Javier Milei ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา กำลัง พยายามอำนวยความสะดวกในการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารและทำให้การนำเข้าสินค้ามีความยืดหยุ่นมากขึ้นโดยยกเลิกการลงทะเบียนและการขอใบอนุญาตใดๆ ที่ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้นและทำให้เกิดความล่าช้าในการ นำเข้าสินค้านานขึ้น ถือเป็นข่าวที่สำคัญมากสำหรับผลิตภัณฑ์สินค้าอาหารไทย แม้ว่ามาตรการนี้จะไม่ส่งผล กระทบต่อประเทศไทยโดยตรง แต่รัฐบาลอาร์เจนตินาก็พยายามที่จะอำนวยความสะดวกในการนำสินค้าอาหาร เข้าสู่ตลาดอาร์เจนตินามากขึ้น สิ่งสำคัญคือบริษัทผู้ผลิต/ผู้ส่งออก เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินค้าอาหารของไทยต้อง พยายามมีใบรับรองคุณภาพและความปลอดภัยด้านสุขภาพระดับ สากลซึ่งเป็นยอมรับในตลาด เช่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป เนื่องจากสามารถเพิ่มความสนใจในผลิตภัณฑ์สินค้า ไทยต่อผู้นำเข้าอาร์เจนตินาได้

ในส่วนของผลิตภัณฑ์อาหารไทยโดยรวมในอาร์เจนตินา ปี 2567 ที่ผ่านมาไม่มีการเติบโต เนื่องมาจากบริบท ทางเศรษฐกิจอาร์เจนตินา แต่เครื่องปรุงรสยังสามารถเติบโตได้ นอกจากนี้ทูน่ากระป๋องและผลไม้กระป๋อง ผู้นำเข้าอาร์เจนตินาก็มีความต้องการนำเข้า ดังนั้นคาดว่าการนำเข้าผลิตภัณฑ์สินค้าอาหารไทยสามารถเติบโต ได้ในปี 2568 เพราะเครื่องปรุงรสและผลิตภัณฑ์จากข้าวส่วนใหญ่ใช้ในร้านอาหารเอเชียในอาร์เจนตินา ส่วน อาหารไทยมีร้านอาหารที่ชื่อว่า Khao San Thai Restaurant ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 2 สาขาในจังหวัด Cordoba และจังหวัด Mendoza แต่วางแผนที่จะเปิดสาขาอื่นๆ ทั่วประเทศอาร์เจนตินา

ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/196963

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *