CEO ARTICLE
น้ำมันล้มรัฐบาล
รัฐบาลไทยมีโอกาสล้มเพราะน้ำมันหรือไม่ ?
ปี พ.ศ. 2523 รัฐบาล พล.อ. เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ล้มเพราะปัญหาน้ำมัน
ปีนั้นเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ปริมาณน้ำมันลดลง เกิดการขาดแคลน เกิดการกักตุน รัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ต้นทุนขนส่งขึ้น สินค้าขึ้นราคาสร้างความไม่พอใจให้คนไทยจนเป็นแรงกดดันทางการเมืองที่ทำให้รัฐบาลต้องประกาศลาออกในวันที่ 3 มี.ค. 2523
28 ก.พ. 2569 ผ่านมา 46 ปี สหรัฐร่วมมือกับอิสราเอลโจมตีอิหร่าน
29 ก.พ. 2569 เรือขนส่งถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ที่มีส่วนแคบที่สุดราว 33 กม. อยู่ระหว่างประเทศอิหร่านและโอมานจนกระทบต่อการขนส่งน้ำมันทั่วโลก
3 มี.ค. 2569 รัฐบาลออกข่าว ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ จะตรึงราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 29.94 บาทเป็นเวลา 15 วัน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ไม่ตื่นตระหนก
แต่ข่าวนี้ทำให้คนทั่วไปมองว่า 15 วัน คือเวลาที่ต้องกักตุนจนเกิดการต่อคิวแถวยาวทุกปั๊ม และที่ร้ายที่สุดคือ คลังน้ำมันจ่ายน้ำมันน้อยลงเป็นเหตุให้น้ำมันหน้าปั๊มไม่พอจำหน่าย
20 มี.ค. 2569 เกิดข่าวรถบรรทุกน้ำมันต้องรอที่คลัง 3-5 วันกว่าจะได้น้ำมันเพื่อขนส่ง
23 มี.ค. 2569 เกิดข่าวดี เรือขนส่งน้ำมันของไทยได้รับความยินยอมให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ การขนส่งน้ำมันดิบมาไทยมีแนวโน้มเข้าสู่สภาวะปกติ สถานการณ์น่าจะดีขึ้น แต่ผิดคาด
25 มี.ค. 2569 ข่าวดีเกิดได้ 2 วัน เวลาประมาณ 21.00 น. รัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 6 บาทให้มีผลในเวลา 05.00 น. ของวันรุ่งขึ้นทำให้ดีเซลมีราคารวมที่ค่อย ๆ ปรับขึ้นไปแล้วอยู่ที่ลิตรละ 38.94 บาททั้งที่เคยประกาศว่า ไทยเป็นผู้ผลิต มีน้ำมันสำรองเพียงพอ
รัฐบาลขอให้คนไทยไม่ตื่นตระหนก แต่ราคา 6 บาทกลับสร้างความตื่นตระหนกมากขึ้น
26 มี.ค. 2569 เพียง 1 วันที่ขึ้น 6 บาท ราคาน้ำมันดิบก็ร่วงลงกว่า 6% เหลือต่ำกว่า US$ 100 ต่อบาร์เรล หลังมีสัญญาณว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจผ่อนคลาย แต่ 6 บาทที่ขึ้นไปและอาการตื่นตระหนกของคนไทยไม่ลดลง แต่มากขึ้นด้วยข่าวราคาสินค้าอื่นกำลังจะขึ้น
30 มี.ค. 2569 รัฐประกาศขึ้นราคาอีก 1.80 บาทให้มีผลในวันที่ 31 มี. 2569
ไทม์ไลน์ข้างต้นทำให้ฝ่ายวิชาการและการเมืองมีความเห็นคล้ายกัน ดังนี้
1. การขึ้นราคาเป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่ทุกฝ่ายดีรู้อยู่แล้ว การตรึงราคา 15 วันจึงเป็นสัญญาณให้ทุกฝ่ายกักตุนน้ำมัน และเป็นโอกาสให้ผู้ค้ารายใหญ่ร่วมกันกักตุนน้ำมันไปด้วย
2. การประกาศขึ้นราคา 6 บาท เวลา 21.00 น. เพียง 2 วันหลังเรือขนส่งน้ำมันของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้คล้ายเป็นการเปิดทางให้ผู้ค้ารายใหญ่ระบายน้ำมันเก่าที่กักตุนเพื่อทำกำไร
3. อัตราการใช้น้ำมันของไทยในภาพรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 154-158 ล้านลิตรต่อวัน ตั้งแต่เกิดวิกฤติน้ำมัน ปริมาณน้ำมันที่คาดว่าจะถูกกักตุนอาจมีถึงพันล้านลิตร และผู้ค้ารายใหญ่เท่านั้นที่กักตุนได้ หากเป็นจริง ราคา 6 บาทที่ขึ้นกระทันหันในเวลากลางคืนจึงทำกำไรให้มหาศาล
ข่าวคาดการว่าเป็นการตอบแทนผู้อุดหนุนการเมืองช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา
4. รัฐมีวิธีการแก้ปัญหาหลายทาง เช่น ป้องกันการลักลอบส่งออกตามแนวชายแดน เพิ่มการผลิต ลดสต๊อกน้ำมัน ลดภาษีสรรพสามิต นำเข้าสำเร็จรูปจากประเทศที่ถูกกว่า ลดเงินเข้ากองทุนน้ำมัน หรือหากต้องปรับราคาขึ้นจริง ๆ ก็ควรแก้ปัญหาหลายทางไปพร้อมกันและค่อย ๆ ปรับให้มีผลกระทบน้อยที่สุด ทางเลือกมีหลายทาง ไม่ว่ารัฐจะเลือกทางไหน คนไทยจะรู้สึกได้ดีกว่า
แต่รัฐกลับเลือกอ้างอิงราคาน้ำมันต่างประเทศที่สูงกว่าไทย ไม่เลือกประเทศที่ต่ำกว่าไทย และประกาศขึ้นราคาโดยไม่มีทีท่ายืนเคียงข้างประชาชนให้มากกว่าผู้ค้ารายใหญ่
ไม่มีใครตอบได้ว่า สถานการณ์โลกที่คลี่คลายจะจบลง หรือตรึงเครียดมากขึ้น
แต่ทั้งที่ไม่ชัดเจน รัฐกลับเลือกการขึ้นราคาน้ำมันอย่างแรง กระตุ้นค่าครองชีพให้สูงขึ้นจนคนไทยรู้สึกว่า การเข้าคิวรอหน้าปั๊มดูขัดแย้งกับการรอรับผลกำไรในห้องแอร์ของผู้ค้ารายใหญ่
ช่วงวิกฤติสงครามกัมพูชาปลายปี พ.ศ. 2568 เป็นเรื่องชาตินิยมที่คนไทยเทใจให้สีน้ำเงินต่อสู้ พอถึงการเลือกทั่วไปในวันที่ 8 ก.พ. 2569 คนไทยจึงเทใจให้สีน้ำเงินชนะอย่างถล่มทลาย
คนไทยเคยเทใจให้สีฟ้า สีแดง สีส้มมาแล้ว และคนไทยก็เคยล้มสีฟ้า สีแดง สีส้มเช่นกัน
ไม่กี่วันหลังการเลือกตั้ง คนไทยกลับเสียความรู้สึกต่อสีน้ำเงินในการจัดการปัญหาน้ำมันที่ดูมีเบื้องหลัง มีความอยู่รอดของทุกครัวเรือน มีรัฐบาล พล.อ. เกรียงศักดิ์ที่ถูกล้มในปี พ.ศ. 2523 จากการขึ้นราคาน้ำมันเหมือนกันเป็นโมเดล ครั้งนี้ สีน้ำเงินก็อาจถูกล้มได้เช่นกัน
ปี พ.ศ. 2569 คนไทยมีพลังโซเซียลที่แรงกว่าปี พ.ศ. 2523 มาก จึงเป็นบทเรียนราคาแพงให้สีน้ำเงินคิด และเร่งแก้ปัญหาน้ำมันเพื่อเรียกความเชื่อมั่นต่อคนไทยให้กลับมาโดยเร็ว
น้ำมันเคยล้มรัฐบาลได้ แต่จะล้มอีกครั้งได้หรือไม่ก็อยู่ที่รัฐบาลเอง.
ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
================
พื้นที่โฆษณา
โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่ม 0.75% รับเงินใน 3 วัน ไม่เช็คบูโร
ปรึกษา ประเมินฟรี Line: https://lin.ee/DSgPVXK
📞 02-096-4977
อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/
Date Published : March 31, 2026

Logistics
ราชบุรีสุดล้ำ! ขนส่งกุ้งไม่ใช้น้ำ 12 ชม.ฟื้นว่ายได้ ลดต้นทุน-ส่งออกไกลสำเร็จ
นายกสมาคมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยชูนวัตกรรมการขนส่งกุ้งก้ามกรามโดยไม่ใช้น้ำแห่งแรกของโลก ช่วยลดน้ำหนักขนส่งและลดต้นทุน เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและโลจิสติกส์ เพื่อรักษาคุณภาพกุ้งให้คงสภาพเดิม ส่งไกลถึงต่างประเทศสำเร็จแล้ว
วันที่ 17 มี.ค.69 พาไปชมนวัตกรรมที่แปลกใหม่ในการขนส่งกุ้งก้ามกรามที่ยังมีชีวิตอยู่โดยไม่ใช้น้ำ ขณะนี้มีการส่งออกไปจำหน่ายทั้งในเมืองไทยและส่งออกต่างประเทศเป็นผลสำเร็จ มีการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นแห่งแรกของประเทศและของโลกก็ว่าได้ที่มีการประยุกต์การใช้เทคโนโลยีและโลจิสติกส์ เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพกุ้งให้คงสภาพเดิม สดใหม่ ที่สำคัญกุ้งยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นผลงานวิจัยและพัฒนาของ ศาสตราจารย์ ดร. ฐานิตย์ เมธิยานนท์ นักวิชาการอิสระเป็นผู้คิดค้นขึ้น และวันนี้ได้มีการนำกุ้งก้ามกรามมาสาธิตโชว์ที่ฟาร์มกุ้งก้ามกรามของประกอบฟาร์ม ของนายประกอบ ทรัพย์ยอดแก้ว นายกสมาคมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย อ.บางแพ จ.ราชบุรี ที่นี่มีพื้นที่มีการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมากที่สุดในประเทศ กุ้งก้ามกรามบางแพได้ผ่านการเป็นสินค้าขึ้นทะเบียน GI ลำดับที่ 5 ของราชบุรี มีลักษณะเด่นคือ เปลือกสีน้ำเงินมันเงา ก้ามสีน้ำเงินปนทอง เนื้อแน่นเด้ง รสชาติหวานมัน และไม่มีกลิ่นคาว เป็นที่ต้องการของตลาดสูง ส่งไปจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการขนส่งกุ้งแบบไม่ใช้น้ำเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีโลจิสติกส์เพื่อลดน้ำหนักการขนส่ง ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มช่องทางจำหน่ายไปยังตลาดไกลได้ สิ่งสำคัญคือ การควบคุมอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมให้กุ้งอยู่ในภาวะสลบ เพื่อรักษาคุณภาพกุ้งให้มีชีวิตจนถึงปลายทาง โดยเทคโนโลยีการสลบกุ้งแบบค่อยเป็นค่อยไป คือ การลดอุณหภูมิอย่างควบคุมได้ เพื่อให้กุ้งค่อยๆสลบโดยไม่เกิดความเครียด จะมีระบบควบคุมอุณหภูมิอุณหภูมิ การใช้ระบบ PCL ควบคุมการจ่ายน้ำร้อนและน้ำเย็น โดยอุณหภูมิน้ำร้อนประมาณ 45องศา อุณหภูมิน้ำเย็น 5 องศา ระบบจะผสมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่ต้องการ เพื่อให้กุ้งปรับตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป
ส่วนเครื่องสลบกุ้ง จะมีโครงสร้างหลักได้แก่ ถังสลบกุ้ง วาล์วควบคุมน้ำร้อน น้ำเย็น เซนเซอร์อุณหภูมิ ชุดควบคุม PLC ส่วนชุดทำน้ำเย็นสำหรับผลิตน้ำเย็นและน้ำร้อนไปพร้อมกัน ระบบจะค่อยๆปรับอุณหภูมิน้ำจากอุณหภูมิปกติลงสู่ระดับที่ต้องการอุณหภูมิเป้าหมายสำหรับการแพ็กกิ้งประมาณ 16 องศา สิ่งสำคัญคือ อัตราการลดอุณหภูมิต้องไม่เร็วเกินไป และต้องไม่ช้าเกินไป เพราะจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของกุ้งที่ขนส่ง
สำหรับขั้นตอนการเตรียมกุ้งก่อนแพ็กกิ้งคือ ต้องดูคุณภาพกุ้งจะต้องแข็งแรง อุณหภูมิที่เหมาะสม และอุณหภูมิสุดท้ายของกุ้งประมาณ 16 องศา หลังจากสลบแล้วต้องพักกุ้งประมาณ 10 นาที เพื่อให้กุ้งเข้าสู่สภาวะสมดุลก่อนแพ็กกิ้ง โดยการแพ็กกิ้งจะมีการควบคุม 3 ปัจจัย คือ เรื่องออกซิเจน ต้องเพียงพอเพื่อให้กุ้งหายใจระหว่างขนส่ง ต้องรักษาอุณหภูมิสุดท้ายให้ได้ประมาณ 16 องศา เพื่อคงสภาวะสลบของกุ้ง และเรื่องความชื้นต้องรักษาให้เหมาะสมเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำของตัวกุ้งด้วย ซึ่งเทคโนโลยีนี้คือ การใช้ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบอัตโนมัติ ทำให้กุ้งก้ามกรามเข้าสู่สภาวะสลบอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ขนส่งกุ้งเป็นไปยังตลาดไกลได้ โดยังคงคุณภาพและอัตราการรอดมีสูง
นายประกอบ ทรัพย์ยอดแก้ว เจ้าของประกอบฟาร์มกล่าวว่า ไอเดียนี้ได้มาจากศาสตราจารย์ดร.ฐานิตย์ เมธิยานนท์ โดยที่ฟาร์มตนเองทำอยู่เป็นแบบการขนส่งกุ้งแบบมีน้ำ อาจารย์ได้มาปรึกษาว่าจะสามารถทำเรื่องนี้ได้มั๊ย หลังจากนั้นได้มีการทดลองร่วมกันมา จนประสบความสำเร็จ ขนส่งกุ้งโดยไม่ต้องใช้น้ำ คิดว่านวัตกรรมนี้สุดยอดจริงๆ
ศาสตราจารย์ ดร.ฐานิตย์ เมธิยานนท์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ทุนวิจัยนี้ได้มาจากหน่วยงานของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ซึ่งมีงานวิจัยในต่างประเทศที่นำเสนอเรื่องนี้มาแต่ยังอยู่ในระดับสเกลเล็ก ๆ ยังไม่ได้ออกมาในเชิงรูปธรรมในการขนส่งกุ้งก้ามกรามแบบไม่ใช้น้ำ จึงได้นำมาต่อยอดและพัฒนาให้สามารถนำมาใช้ได้ ซึ่งจะมีผลดีมากที่สมัยนั้นต้องแบกน้ำไปด้วย แต่หากใช้เทคโนโลยีนี้จะไม่ต้องแบกน้ำไป มีแต่กุ้งอย่างเดียว ช่วยลดค่าขนส่ง ลดอาการบาดเจ็บความเสียหาย เมื่อกุ้งถึงจุดหมายปลายทางแล้วก็จะเหมือนกุ้งเป็นยังมีคุณภาพดีทุกอย่าง หากเกษตรกรมีความสนใจจะต้องรวมกันเป็นกลุ่ม หรือ ชุมชน สหกรณ์ ที่มีความต้องการที่อยากจะขนส่งกุ้งแบบไม่ใช้น้ำ สามารถมาใช้บริการได้ที่นี่เป็นจุดศูนย์กลางในการให้บริการแก่เกษตรกรที่สนใจ
นายประกอบ ทรัพย์ยอดแก้ว เจ้าของประกอบฟาร์ม กล่าวว่า นวัตกรรมนี้เป็นนวัตกรรมเปิด ทางฟาร์มยินดีที่จะมีเกษตรกรมาใช้เครื่องนี้และจะสาธิตการใช้ให้ชมด้วย เพื่อให้ทุกคนได้บริโภคกุ้งที่อร่อยมีคุณภาพกุ้งที่ดีขึ้น ซึ่งขณะนี้มีการส่งออกกุ้งในประเทศไกลได้ถึงจังหวัดเชียงใหม่ ภาคใต้ ส่วนต่างประเทศส่งไปแล้วที่ไต้หวัน ฮ่องกง และจะมีการพัฒนาต่อถ้าใช้เวลาไปไกลกว่านี้ถึงประเทศจีนได้ในอนาคต
สำหรับบรรยากาศวันนี้ นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง พร้อมด้วยประมงจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้มาเยี่ยมชมการสาธิตการสลบกุ้งให้ชมกันแบบสดๆ จะมีถังน้ำเย็นและน้ำร้อนสำหรับใช้ทำสลบกุ้งก้ามกรามแบบใช้ความเย็น 5 องศา ขนาด 3000 ลิตร จำนวน 2 ถัง ถังเก็บน้ำร้อน ขนาด 3000 ลิตร จำนวน 1 ถัง ยังมีระบบทำความเย็นแบบอัดไอ อุณหภูมิน้ำเย็น 5 องศา อุณหภูมิน้ำร้อน 45 องศา ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง
ใช้เวลาในการทำสลบกุ้งประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที มีการนำกุ้งใส่กล่องตามขั้นตอนที่ขนส่งจริงทุกอย่าง ทั้งการบรรจุกุ้งใส่ภาชนะบรรจุ มีผ้าขาวบางชื้นใส่ปิดตัวกุ้ง เติมออกซิเจนให้กับกุ้งในกล่อง การเติมออกซิเจนลงถุงบรรจุ การมัดปากถุงให้แน่นเพื่อป้องกันการรั่วขณะขนส่ง กรณีที่มีการขนส่งกุ้งก้ามกรามโดยใช้รถห้องเย็น จะต้องดูอุณหภูมิให้อยู่ที่ 16.5-17.5 องศา ใช้เวลาการขนส่งไม่เกิน 14 ชั่วโมง เมื่อถึงปลายทาง ให้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือ น้ำปราศจากคลอรีน ในการปล่อยกุ้งลงไป ขณะที่บ่อกุ้งต้องมีการเติมอากาศ หรือ ออกซิเจนอย่างทั่วถึง หรือ สามารถใช้นำที่มีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิบรรยากาศได้
ที่มา: https://siamrath.co.th/regional/news/135529







Leave a Reply
Want to join the discussion?Feel free to contribute!