Logistics Corner 574 ผูกขาดทางอ้อม

SNP NEWS

Follow Us :

    

CEO ARTICLE

ผูกขาดทางอ้อม

“ขับแกร็บถูกกฎหมาย”

วันที่ 4 ก.ค. 62 ที่ผ่านมา MGR Online เผยแพร่ผลสำรวจของกรมการขนส่งทางบกดังกล่าวโดยให้ข้อมูลว่า คนหนุนล้นหลามถึง 97% เพื่อเป็นข้อมูลให้ รมว. คมนาคมคนใหม่
ก่อนหน้านั้นเพียง 2 วัน ไทยรัฐฉบับวันที่ 2 ก.ค. 62 คอลัมน์ ‘ลม เปลี่ยนทิศ’ ก็ขึ้นหัวข้อข่าวว่า ‘แกร็บถูกกฎหมายมาแน่’ โดยหมายรวมถึง Grab และ Uber ที่กำลังเป็นข้อถกเถียงในสังคม
การผูกขาดในทางธุรกิจเกิดขึ้นประเทศไทยมาช้านาน คนไทยส่วนใหญ่ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้และไม่ว่าจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตาม ธุรกิจผูกขาดก็เกิดขึ้นได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม
การผูกขาดอาจเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เช่น ธุรกิจกลุ่มหนึ่งสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ต่ำกว่าผู้อื่นโดยอาจใช้เทคโนโลยีที่ต้องลงทุนสูง หรืออาจควบคุมร้านสะดวกซื้อซึ่งเป็นช่องทางจำหน่ายได้ทั่วประเทศจนสินค้าอื่นอาจจำหน่ายไม่ได้ เป็นต้น
การผูกขาดโดยธรรมชาติจะทำให้ผู้ลงทุนมีน้อยรายเข้าแข่งขัน
การผูกขาดอีกประเภทหนึ่งเกิดขึ้นโดยกฎหมาย เช่น ธุรกิจการให้บริการแท็กซี่ซึ่งผู้ที่ทำธุรกิจนี้ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่มีการควบคุมเพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้บริการ
เมื่อกฎหมายเข้ามาควบคุม ความยุ่งยากและต้นทุนที่สูงขึ้นทำให้เกิดการผูกขาด
ธุรกิจที่มีการผูกขาด ประชาชนผู้บริโภคจะทางเลือกน้อยลง ราคาสินค้าหรือค่าบริการก็ขาดการแข่งขันที่ทำให้คุณภาพไม่มีการพัฒนาตามไปด้วย
ธุรกิจการให้บริการแท็กซี่เกือบทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยก็ถูกผูกขาดโดยกฎหมาย
กรณีของแท็กซี่ในประเทศไทย เมื่อประชาชนไม่ได้รับความสะดวกและมีความระแวงในความปลอดภัย ประชาชนส่วนใหญ่ที่พอจะหาเงินผ่อนรถยนต์ได้ก็จะหันมาซื้อรถยนต์ขับเอง
รถยนต์ที่วิ่งจำนวนมากในเมืองเศรษฐกิจ สาเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากประชาชนปฏิเสธการใช้บริการรถยนต์สาธารณะจนก่อให้เกิดปัญหามลภาวะ การจราจรติดขัด การนำเข้าชิ้นรถยนต์ ปัญหาเศรษฐกิจ และลุกกลามไปถึงต้นทุนทางอ้อมของ Logistics สูงขึ้นที่ผู้ประกอบการ Logistics ไม่อาจควบคุมได้ง่าย ๆ
ในที่สุด ธุรกิจ Grab และ Uber ก็เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ให้เป็นทางเลือกแก่ประชาชนภายใต้แนวคิด ‘การแบ่งปัน’ โดยประชาชนที่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถเข้าร่วมในธุรกิจใหม่นี้
เมื่อ Grab และ Uber เข้ามาประเทศไทย การต่อต้านจากแท็กซี่ที่มีกฎหมายรองรับ และเป็นธุรกิจผูกขาดโดยกฎหมายก็เกิดขึ้น
การต่อต้านลุกลามไปถึงการปิดล้อม การทำร้ายคนขับ Grab และ Uber จนทำให้ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวต้องตกใจ ในที่สุดก็กระทบต่อการท่องเที่ยว ชื่อเสียง และภาพลักษณ์ของประเทศไทย
เมื่อแท็กซี่เป็นธุรกิจผูกขาดโดยกฎหมาย เป็นการผูกขาดทางอ้อม ประเทศต่าง ๆ ก็แก้ไขหรือออกกฎหมายให้เกิดการรองรับยกเว้นประเทศไทยที่ล่าช้าทั้งที่ในยุค คสช. การออกกฎหมายสามารถทำได้ด้วยความรวดเร็ว
จากบทความในไทยรัฐดังกล่าวทำให้ทราบว่า ประเทศสิงคโปร์ได้ออกกฎหมายชื่อ The Road Traffic 2017 ตั้งแต่เดือน ก.พ. 60 เพื่อนำ Grab and Uber เข้าสู่ระบบให้ถูกต้องเพื่อเป็นหลักประกันว่า ผู้ขับขี่สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย
ผู้ขับขี่ Grab และ Uber ต้องสอบใบอนุญาตขับขี่สำหรับรถรับจ้างส่วนบุคคล ต้องอบรมหลักสูตรเป็นเวลา 10 ชั่วโมง ต้องต่อใบอนุญาตทุก 6 ปี ต้องติดสติกเกอร์ที่กระจกรถเพื่อยืนยันสถานะ และไม่อนุญาตให้รับผู้โดยสารที่จุดจอดหรือจากการโบกริมถนน แต่ให้รับผู้โดยสารจาก Applicaion ที่บริษัทผู้ให้บริการต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเช่นกัน
นี่คือความปลอดภัยที่กฎหมายมอบให้กับประชาชน
ขณะที่มาเลเซียก็ออกกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ตั้งแต่เดือน ส.ค. 59 โดยต้องทำประกันภัยให้ครอบคลุมผู้โดยสาร และอื่น ๆ
ธุรกิจผูกขาดไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมก็สามารถแก้ไขได้โดยกฎหมายซึ่งวันนี้ Grab และ Uber กำลังรอรัฐบาลใหม่ที่มีนักการเมืองมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในการแก้ไข

การผูกขาด ภาษาอังกฤษเรียกว่า Monopoly เป็นลักษณะธุรกิจที่ทำให้การแข่งขันเกิดขึ้นอย่างไม่สมบูรณ์ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ผู้ให้บริการมีรายเดียว แต่หมายความว่า ผู้ให้บริการมีน้อยรายจนทำให้ขาดการแข่งขัน
ในบางกรณี การผูกขาดก็เกิดจากการร่วมมือของผู้ให้บริการที่มีน้อยราย
การให้บริการแท็กซี่แม้จะมีกฎหมายควบคุม แต่เพราะกฎหมายทำให้ Grab และ Uber กลายเป็นธุรกิจผิดกฎหมาย และทำให้แท็กซี่เป็นธุรกิจผูกขาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งที่กฎหมายไม่ได้มีเจตนารมณ์ให้เกิดการผูกขาด
ประเทศไทยยังมีสินค้าและการบริการในลักษณะผูกขาดแม้ไม่ชัดเจนอีกมาก เช่น การให้บริการคลื่นโทรศัพท์ที่มีเพียงไม่กี่ราย ร้านสะดวกซื้อที่สามารถควบคุมช่องทางจำหน่ายสินค้าได้ทั่วประเทศ และอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การผูกขาดให้เห็นกันตรง ๆ
การผูกขาดที่เกิดขึ้นทางอ้อมเหล่านี้ไม่สามารถมองเห็นกันง่าย ๆ แต่ทำให้กลไกทางการตลาดถูกผูกขาด การแข่งขันเกิดขึ้นไม่เสรี ผู้ผลิตสินค้าและผู้ประกอบการรายย่อยขาดโอกาส ถูกกดราคา หรือไม่สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ง่าย ๆ และทำให้เศรษฐกิจของประเทศไม่เติบโตเท่าที่ควร
ทั้งที่ประเทศไทยมีกฎหมายเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นกฎหมายป้องกันมิให้ผู้ให้บริการรายใหญ่ควบรวมธุรกิจ ป้องกันการผูกขาด มิให้กีดขวางการค้าเสรี ฯลฯ แต่สินค้าและการบริการหลายด้านก็ยังถูกผูกขาดทางอ้อม
หากรัฐบาลจะนำ Grab และ Uber ขึ้นมาพิจารณาให้มีกฎหมายรองรับ รัฐบาลที่มาจากประชาชนน่าจะนำสินค้าและการบริการที่มีลักษณะผูกขาดทางอ้อมขึ้นอีกมากมาพิจารณาแก้ไข
หากแก้ไขปัญหาการผูกขาดทางอ้อมได้ก็เชื่อว่า การพัฒนาสินค้าและบริการของไทยน่าจะก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับก็จะเพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่งตามไปด้วย

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร

 

LOGISTICS

TangerMed และ A.P. Moller – Maersk เปิดท่าเทียบเรือมูลค่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐในโมร็อกโก

ท่าเทียบเรือ APM Terminals Medport Tangier คือความร่วมมือครั้งที่สองระหว่างท่าเรือ TangerMed ในโมร็อกโก และบริษัท A.P. Moller – Maersk หลังจากท่าเทียบเรือ APM Terminals MedPort Tangier ซึ่งสามารถรองรับปริมาณสินค้าได้มากกว่า 5,000,000 ทีอียูได้เปิดให้บริการ ประเทศโมร็อกโกได้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการถ่ายลำสินค้าที่สำคัญที่สุดในโลก ปัจจุบันท่าเรือ TangerMed นับเป็นหนึ่งในท่าเรือชั้นนำของทวีปแอฟริกา และเป็นหนึ่งใน 50 ท่าเทียบเรือตู้สินค้าที่สำคัญของโลกจากที่ตั้งซึ่งอยู่บนเส้นทางการค้าหลัก และมีส่วนสำคัญในการเพิ่มปริมาณสินค้าเข้าและออกจากทวีปแอฟริกา

ท่าเทียบเรือ APM Terminals MedPort Tangier ใช้เวลาก่อสร้างสองปี และเงินทุน 800 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสถานีเปลี่ยนถ่ายสินค้าดังกล่าวได้รับการออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารจัดการโดยบริษัท APM Terminals และจะให้บริการแก่สายการเดินเรือ Maersk รวมทั้งบริษัทคู่ค้าอื่นๆ ซึ่งภายในท่าเทียบเรือมีการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยระดับสูงสุด

โดย Mr. Morten H. Engelstoft ประธานบริหาร APM Terminals กล่าวว่า “บริษัท APM Terminals ของเรามีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลโมร็อกโกมาอย่างยาวนาน และพวกเราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะได้บริหารงานท่าเทียบเรือตู้สินค้าแห่งที่สองในท่าเรือ TangerMed เราเชื่อว่าท่าเทียบเรือตู้สินค้า APM Terminals MedPort Tangier จะกลายเป็นส่วนสำคัญในเครือข่ายระดับโลกของเรา และจะทำให้เราดูแลลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมการค้าทั่วโลกด้วย”

ท่าเทียบเรือแห่งใหม่นี้จะช่วยเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือ TangerMed ได้มากถึง 9,000,000 ทีอียูต่อปี ซึ่งจะช่วยโมร็อกโกในการเชื่อมต่อกับทั่วโลก

ค่า GDP ของประเทศโมร็อกโกเติบโตขึ้นถึง 4.1 เปอร์เซ็นต์ และมีแนวโน้มทางด้านบวกในการนำเข้าและส่งออกตู้สินค้า ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ปัจจุบันมีเรือขนส่งสินค้าประมาณ 200 ลำเดินทางผ่านช่องแคบยิบรอลตาร์ด้วยจุดประสงค์ในการเชื่อมต่อทวีปเอเชีย ยุโรป อเมริกา และแอฟริกาเข้าด้วยกัน ด้วยท่าเรือที่มีความกว้าง 1,200 เมตร ความลึกหน้าท่า 16-18 เมตร ทำให้ท่าเทียบเรือ APM Terminals MedPort Tangier สามารถรองรับเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดได้

ที่มา: http://thai.logistics-manager.com/2019/07/03/ap-moller-maersk-morocco/

Logistics Corner 573 ศูนย์กลางภัยพิบัติ

SNP NEWS

Follow Us :

    

CEO ARTICLE

ศูนย์กลางภัยพิบัติ

“ศูนย์กลางภัยพิบัติ” เป็นคำที่เกิดขึ้นจากการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 34 ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 23 มิถุนายน 2562

“ศูนย์กลางภัยพิบัติ” คือ การจัดตั้งคลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียน​ ภายใต้โครงการจัดตั้งระบบโลจิสติกส์ฉุกเฉินสำหรับใช้ในกรณีเกิดภัยพิบัติของอาเซียน ซึ่งรวมถึงการยกระดับศูนย์แพทย์ทหารอาเซียนเป็นองค์กรของอาเซียนอีกด้วย
“ศูนย์กลางภัยพิบัติ” จึงเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพของอาเซียนในการบริหารจัดการผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ในอดีต สมาชิกในกลุ่มประเทศอาเซียนต่างก็ประสบปัญหาที่เกิดจากภัยพิบัติธรรมชาติกันเกือบทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว คลื่นสึนามิ พายุไซโคลน หรือแม้แต่วิกฤติการเงิน
ย้อนหลังไปปี 2561 ในวันที่ 23 มิถุนายน 61 วันเดียวกับการประชุมสุดยอดอาเซียนในปี 2562 ข่าวการติดถ้ำขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ของ 13 หมูป่าเริ่มแพร่กระจาย
การระดมกำลังความช่วยเหลือเริ่มขึ้นในวันนั้น
เครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรจำนวนมากถูกระดมเข้ามาเพื่อให้ความช่วยเหลือ แต่เวลาที่ผ่านไปแต่ละนาทีแต่ละวันเกี่ยวพันธ์กับความเป็นความตายของเด็ก ๆ ทั้ง 13 คน กว่าจะรวบรวมจากภายในและต่างประเทศ และเคลื่อนย้ายไปยังจุดเกิดเหตุได้ก็กินเวลาไปหลายวัน
สุดท้าย ความช่วยเหลือก็บรรรลุผลที่ต้องใช้เวลาไปถึง 18 วัน พร้อมรายจ่ายมหาศาลที่เอกชนและรัฐบาลต่างแบกรับด้วยความเต็มใจ
ในเวลา 18 วันนั้น ความรู้สึก ความห่วงใย และการร่วมใจกันภาวนาของคนในชาติและทั่วโลกต่างเกิดขึ้นพร้อมเพรียงกัน
วันนั้นทำให้รู้ว่า คนไทยและชาวโลกต่างรักกันมากเพียงใด
แม้จะช่วย 13 หมูป่าออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่ประเทศไทยก็ต้องสูญเสียจ่าเอกสมาน กุนัน นักทำลายใต้น้ำ หรือหน่วยซีลซึ่งเป็นบุคลกรอันมีค่าไป
หากเวลานั้น อาเซียนมีคลังเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อความช่วยเหลือ ระยะเวลา 18 วันก็น่าน้อยกว่านั้น รายจ่ายก็น่าจะลดลง และการสูญเสียบุคลากรอันมีค่าก็อาจจะไม่เกิดขึ้น
นี่คือตัวอย่างภัยพิบัติที่ใกล้ที่สุดที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในปี 2561
ภายใต้แนวคิดหลัก ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืนทำให้แนวคิดการจัดตั้งคลังเก็บสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในอาเซียนเกิดขึ้นจากการประชุมครั้งนี้
คลังสินค้าเพื่อการสนับสนุนสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกที่และทุกเมื่อได้อย่างทันท่วงที
ข่าวการเตรียมพร้อมเพื่อการช่วยเหลือนี้จึงเป็นข่าวดีของสมาชิกอาเซียน และข่าวนี้ก็ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทยที่คลังสินค้านี้ในแนวคิดนี้จะจัดตั้งที่จังหวัดชัยนาท
คลังเก็บสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิกัดจะจัดตั้งพร้อมระบบโลจิสติกส์ฉุกเฉิน

ประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ฉุกเฉินด้านภัยพิบัติ
ขณะจัดตั้งคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ฉุกเฉินจะเกิดการจ้างงาน การก่อสร้าง การกระตุ้นเศรษฐกิจ และการกระจายชื่อเสียงของประเทศ
เมื่อการจัดตั้งและการติดตั้งระบบโลจิสติกส์ฉุกเฉินในจังหวัดชัยนาทเสร็จสิ้น ไม่มีใครฟันธงได้ชัดเจนว่า ผลด้านต่าง ๆ จะมีอย่างไรบ้าง ???
แต่หากจะประเมินกิจกรรมโลจิสติกส์เพื่อการรวบรวม การจัดเก็บ การเคลื่อนย้าย และการกระจายเครื่องมือ อุปกรณ์ที่มีมากมายและมีขนาดใหญ่ย่อมเกิดขึ้นจากประเทศไทยไปยังทั่วโลกและกลับคืนประเทศไทย
กิจกรรมโลจิสติกส์ของไทยจะเกิดมากขึ้น เศรษฐกิจจะถูกกระตุ้นขึ้นไม่มากก็น้อยจึงเป็นประโยชน์ที่ไทยจะได้รับข้อแรก
ประโยชน์ต่อมาคือ การฝึกฝนบุคลากรของไทยให้มีความรู้ความสามารถในการใช้เครื่องมือ การควบคุม หรือการมีส่วนร่วมในเครื่องมือและอุปกรณ์เหล่านั้นก็จะได้รับการพัฒนาตามไปด้วย
หากในอนาคตภัยพิบัติเกิดขึ้นในประเทศไทย ระยะเวลาการรวบรวมและการเคลื่อนย้ายเครื่องมือและอุปกรณ์เพื่อการช่วยเหลือก็จะสั้นลง
ความสูญเสียและความเสียหายจากภัยพิบัติก็จะลดลงตามไปด้วย นี่คือประโยชน์ที่ไทยจะได้รับโดยตรงจากการจัดตั้งคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ฉุกเฉินที่จัดตั้งในประเทศไทย
ประโยชน์อีกข้อคือ การยกระดับศูนย์แพทย์ทหารอาเซียน แม้แพทย์สาขาต่าง ๆ ของทุกประเทศในอาเซียนจะได้รับการฝึกฝน แต่เพราะศูนย์กลางอยู่ในประเทศไทย โอกาศที่แพทย์ไทยจะได้รับการยกระดับตามไปด้วยก็ย่อมมีมากกว่า
ประการสุดท้ายคือ ชื่อเสียงของจังหวัดชัยนาท
การจดจำชื่อจังหวัดชัยนาทของคนในอาเซียนจะเกิดขึ้น ประเทศไทยสามารถใช้โอกาสนี้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดชัยนาทควบคู่ขนานตั้งแต่บัดนี้
การประชุมสุดยอดอาเซียนในครั้งนี้ ทำให้ประเทศไทยกำลังจะมีชื่อเสียงด้านการจัดตั้งคลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียน​ การจัดตั้งระบบโลจิสติกส์ฉุกเฉินสำหรับใช้ในกรณีเกิดภัยพิบัติของอาเซียน และการยกระดับศูนย์แพทย์ทหารอาเซียน
ทั้งหมดนี้คือ “ศูนย์กลางภัยพิบัติ” ที่กำลังจะเกิดขึ้นและเป็นผลดีส่วนหนึ่งที่ประเทศไทยกำลังจะได้รับจากการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ในครั้งนี้

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร

 

LOGISTICS

Yang Ming เปิดบริการเส้นทางตรงเชื่อมต่อจีน-ไทย

เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาวะการค้าโลก สายการเดินเรือ Yang Ming Marine Transport Corp ได้เพิ่มความแข็งแกร่งของเครือข่ายการบริการในทวีปเอเชีย รวมถึงปรับปรุงเส้นทางการเดินเรือให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบัน สายการเดินเรือฯ ได้เปิดตัวบริการใหม่ในเส้นทางการค้า Intra-Asia ภายใต้ชื่อ China-Thailand Service (CTX service) และมีกำหนดการเดินเรือเที่ยวแรก โดยออกจากท่าเรือ Shanghai ในวันที่ 12 กรกฎาคม ปี 2019

สำหรับบริการ CTX Service จะปฏิบัติการด้วยเรือขนส่งตู้สินค้าขนาดพื้นที่ระวาง 1,200 ทีอียู จำนวนสามลำ ซึ่งหนึ่งในนั้นจะปฏิบัติการโดยสายการเดินเรือ Yang Ming โดยมีรอบการวนเรือออกจากท่าเรือ Shanghai ไปยัง Ningbo, Xiamen, Laem Chabang, Bangkok, Laem Chabang, Hong Kong และกลับเข้าท่าเรือ Shanghai โดยจะใช้ระยะเวลาการเดินทางทั้งหมด 21 วัน

ปัจจุบัน สายการเดินเรือ Yang Ming มีบริการในประเทศไทยรวมทั้งหมดเจ็ดบริการ ซึ่งนอกจากบริการ CTX Service แล้ว ยังมีบริการอื่นๆ อาทิ China-Vietnam/Thailand Service (CTS service), Japan-Thailand Service (JTC service), South East Asia V (SE5 service), Thailand-Indonesia Express (ITS service), Japan-Thailand Express service (JTX Service) และ North China-Thailand Service (NCT service)

ที่มา: http://thai.logistics-manager.com/2019/06/25/yang-ming-ctx-service/

Logistics Corner 572

ฟุตบอลโลก 2034 / เขตเศรษฐกิจ Van Don, Vietnam จัดสรรงบลงทุนเพื่อการพัฒนา 357.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Logistics Corner 571

ไหว้ครูการเมือง / “T-Pod” รถบรรทุกไร้คนขับออกวิ่งจริง

Logistics Corner 570

หลังเลือกตั้ง

Logistics Corner 569

รัฐบาลอ่อนแอ / การท่าเรือ Rotterdam เสริมความสามารถในฐานะท่าเรือขนถ่ายสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมเกษตร

Logistics Corner 568

ผู้นำร่ำรวย / สหไทยเทอร์มินอลคว้าลูกค้าใหม่ VASI สายเรือสิงคโปร์ คาดดันผลประกอบการเติบโตแรง

Logistics Corner 567

จุดเสี่ยง ปชป. / สาธารณรัฐเช็กประเทศที่ค่าขนส่งถูกที่สุดในยุโรป

Logistics Corner 566

วิกฤติเวเนซุเอลา ! / กทท. ลงนามความร่วมมือกับท่าเรืออินเดีย เชื่อม BIMSTEC

Logistics Corner 565

สลายหุ้น / สนามบิน Vaclav Havel มุ่งมั่นก้าวสู่การเป็นสนามบินที่ดีที่สุดในยุโรปกลาง