CEO ARTICLE

ลุงตู่ไม่รีเทิร์น

Published on September 8, 2025


Follow Us :

    

ทำไมลุงตู่ไม่รีเทิร์นในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ?

“การเมืองเป็นเรื่องของการชิงอำนาจและผลประโยชน์”
คำกล่าวข้างต้นมีในตำราเรียน แต่พลันที่ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าผิดจริยธรรมร้ายแรง ต้องพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 29 ส.ค. 2568 การแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ของนักการเมืองกลับหนักยิ่งกว่าตำราเรียนหลายเท่า
บางคนแย่งชิงเปิดเผย ตรงไปตรงมา แต่บางคนแย่งชิงด้วยเล่ห์เหลี่ยม หักกันไปมา
ตัวอย่างเช่น ศาลรัฐธรรมนูญบางท่านถูกด้อยค่าว่ามาจากการแต่งตั้งของ ส.ว. ซึ่งปัจจุบัน ส.ว. มาจากการเลือกไขว้จนเป็นที่น่ากังขา และยังถูกมองว่า ส.ว. โน้มเอียงไปทางพรรคการเมือง
แต่ก็มีการโตแย้งว่า ส.ว. เลือกไขว้มาจากรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ผ่านประชามติแล้ว ไม่ต่างจากการเลือกตั้ง ส.ส. ที่มีระบบอุปถัมภ์และมีการจัดตั้ง ดังนั้น ทั้ง ส.ว. ส.ส. และศาลรัฐธรรมนูญต่างมาจากประชามติเหมือนกัน มีข้อดี มีข้อเสีย และมีความน่ากังขาเหมือนกัน
หากจะวิจารณ์ก็ควรมองทั้งข้อดีและข้อเสีย ตรงไปตรงมาบนพื้นฐานเดียวกัน
ต่อมาก็เป็นเกมการยุบสภาผู้แทนราษฎร มีการถกเถียงกันด้วยกฎหมายว่า นายกรัฐมนตรีรักษาการสามารถถวายคำแนะนำต่อในหลวงเพื่อขอให้ทรงยุบสภาฯ ได้หรือไม่ ?
กฎหมายมีหลายข้อ เข้าใจยาก แต่หากมองอย่างคนไม่รู้กฎหมายก็พอจะเข้าใจง่ายขึ้น
อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยที่เป็นผู้เลือก ส.ส. 500 คนให้เป็นสภาฯ เมื่อ ส.ส. ส่วนใหญ่เลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงก็หมายถึงประชาชนเป็นผู้ใช้อำนาจเลือก
นายกฯ ตัวจริงจึงเกี่ยวพันกับประชาชนทั้งประเทศผ่านทาง ส.ส. ให้ทำหน้าที่แทน
หากนายกฯ ตัวจริงขัดแย้งกับสภาฯ ทำงานร่วมกันไม่ได้ นายกฯ ตัวจริงซึ่งได้อำนาจจากประชาชนก็สามารถใช้อำนาจนั้นถวายคำแนะนำต่อในหลวงให้ทรงยุบสภาฯ ได้
แต่นายกฯ รักษาการไม่มีอะไรเกี่ยวพันสภาฯ และไม่ได้อำนาจจากประชาชนจึงไม่สามารถทำได้ และทันทีที่เกมยุบสภาฯ เริ่มต้น คณะองคมนตรีก็คืนเรื่องเพื่อให้หาข้อกฎหมายรองรับก่อน
การยุบสภาฯ จึงยังไม่เกิดขึ้นจนนำไปสู่เกมการแย่งชิงนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ลุงตู่มีภาพของการรัฐประหาร ไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนรุ่นใหม่จนแพ้การเลือกตั้งปี 2566
การเลือกนายกฯ คนใหม่อยู่ในภาวะสงครามกับกัมพูชา นิด้าโพล ไทยรัฐ และเพจอีจันชี้ตรงกันว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ลุงตู่รีเทิร์นในตำแหน่งนายกฯ บางโพลมากถึง 80%
แต่ประชาชนในโพลกับ ส.ส. ที่เป็นตัวแทนประชาชนทั้งประเทศคิดไม่เหมือนกัน หากลุงตู่จะรีเทิร์นเป็นนายกฯ ต้องได้รับเสียงจาก ส.ส. เกินกึ่งหนึ่งซึ่งปัจจุบันต้องได้มากกว่า 247 เสียง
การชิงตำแหน่งนายกฯ เป็นการชิงอำนาจขั้นสูงสุดของประเทศ
พรรคที่มีสิทธิ์ชิงต้องมี ส.ส. มากพอที่จะรวมเสียงจากพรรคอื่นได้ พรรคส้มเป็นสัญลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ มี ส.ส. มากที่สุด มีความชัดเจนว่า ไม่เอารัฐประหาร ไม่เอาลุงตู่แน่นอน แต่พรรคส้มไม่มีสิทธิ์เข้าชิงจึงเหลือเพียงพรรคแดงและพรรคน้ำเงินที่มีโอกาสชิงอำนาจกัน
พรรคแดงเป็นรัฐบาลรักษา มีเสียง ส.ส. เกิน 247 อยู่แล้วจึงมีโอกาสชิงมาก
แต่พรรคแดงเพลี่ยงพล้ำในสงครามช่วงที่ผ่านมา มีทหารและประชาชนบาดเจ็บ ล้มตาย มีบ้านเรือนพัง และมีความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล ส.ส. พรรคร่วมส่วนหนึ่งจึงไม่สนับสนุน
หากพรรคแดงต้องการเอาชนะทั้งสงครามและตำแหน่งนายกฯ ก็ต้องดึงลุงตู่ให้รีเทิร์น
หากลุงตู่ยอมรีเทิร์นจริงจากการสนับสนุนของพรรคแดง ไม่ว่าลุงตู่จะขออิสระการบริหารอย่างไร แต่ลุงตู่มีเสียง ส.ส. สนับสนุนไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะออกกฎหมายอะไร หรือจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร ลุงตู่มีโอกาสแพ้ เว้นแต่ลุงตู่จะยอมเป็นหุ่นเชิดให้พรรคแดง
ปัจจุบัน ลุงตู่เป็นองคมนตรี และไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
ประชาชนฝ่ายเชียร์ลุงตู่จึงมองว่า หากต้องเป็นหุ่นเชิด ลุงตู่ก็ไม่ควรรีเทิร์นทำให้เกมการชิงอำนาจเข้าสู่รูปแบบปกติ ในที่สุด พรรคส้มก็สนับสนุนให้พรรคน้ำเงินชนะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย
วันนี้ สภาฯ เลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว แต่นักการเมืองหลายคนยังติดบ่วงคดีความ มีคนชอบ มีคนไม่ชอบ มีเสียงข้างน้อย มีเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญ มีการยุบสภาฯ ใน 4 เดือน มีสงคราม มีวิกฤติที่มองไม่เห็นรออยู่เบื้องหน้า มีเรื่องที่ทำได้และทำไม่ได้มากมาย และทำให้การชิงอำนาจและผลประโยชน์ยังไม่สิ้นสุดง่าย ๆ เกมการดึงลุงตู่ให้รีเทิร์นจึงอาจเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ก็ได้
ทั้งหมดนี้จึงอยู่ที่ปวงชนชาวไทยที่เป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง เมื่อเลือกนักการเมืองให้ใช้อำนาจไปแล้ว นักการเมืองทำอย่างไร ประเทศก็ไปทางนั้น ได้เศรษฐกิจดี ได้ความสงบ ได้สงคราม ได้บาดเจ็บ ได้ล้มตาย และได้ความเสียหายทางเศรษฐกิจหลากหลายอารมณ์อย่างที่ผ่านมา
ปวงชนชาวไทยเป็นเจ้าของอำนาจจึงควรคิดให้ดีก่อนการหย่อนบัตรทางการเมืองทุกครั้ง.

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร

(พื้นที่โฆษณา)
โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน ถูกกฎหมาย
อนุมัติใน 3 วัน ทำสัญญาที่สำนักงานเขตที่ดิน ไม่เช็คบูโร
ติดต่อ https://inno-home.com/loan-lead/

อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/

Date Published : September 8, 2025

Logistics

ตุรกีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งโลจิสติกส์และการค้าระหว่างประเทศ

ตุรกีกำลังจะเริ่มทำการก่อสร้างทางรถไฟระยะทาง 224 กิโลเมตร ทางฝั่งตะวันออกของประเทศ ซึ่งจะเป็นการเชื่อมตุรกีเข้ากับเส้นทางบกที่จะเป็นทางเลือกใหม่ระหว่างเอเชียและยุโรปโดยไม่ต้องผ่านรัสเซีย ตามรายงานของสำนักข่าวกรองต่างประเทศของยูเครน (FISU) ที่อ้างอิงโดยสื่อยูเครน RBC-Ukraine โดยทางรถไฟสายใหม่นี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของระเบียงซานเกซูร์ (Zangezur Corridor) ซึ่งเป็นโครงการเชื่อมต่อทางรถไฟและถนนที่วางแผนไว้แล้วเพื่อเชื่อมอาเซอร์ไบจานกับเขตปกครองพิเศษนัคชิแวนที่อยู่ทางตอนใต้ของอาร์เมเนีย โดยโครงการนี้มีมูลค่าสูงถึง 2.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2029

เส้นทางนี้ไม่เพียงแต่เป็นโครงการขนส่งทั่วไปเท่านั้น แต่ยังเป็นความคิดริเริ่มเชิงกลยุทธ์ที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนเส้นทางการค้าในภูมิภาค เครือข่ายโลจิสติกส์ และความสมดุลทางภูมิรัฐศาสตร์ ตามที่ Bilgehan Engin หัวหน้าสมาคมการขนส่งและโลจิสติกส์ของตุรกี (UTIKAD) กล่าว โดยนอกจากทางรถไฟที่จะสามารถขนส่งสินค้าได้มากถึง 15 ล้านตัน และผู้โดยสารประมาณ 5.5 ล้านคนต่อปีแล้ว ยังจะมีท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และเครือข่ายใยแก้วนำแสงตามที่วางแผนไว้ตลอดเส้นทาง และทำให้ตุรกีก้าวขึ้นเป็นประตูสู่ภูมิภาคด้านพลังงานและการสื่อสาร ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับกลยุทธ์ด้านโลจิสติกส์และการค้าระดับภูมิภาค “ตุรกีจะกลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกโดยการสร้างสะพานด้านโลจิสติกส์ระหว่างโลกตะวันออกและโลกตะวันตก” เขากล่าว

เมื่อไม่นานก่อนหน้านี้ โครงการนี้ยังดูไม่มีวี่แววว่าจะเกิดขึ้นได้เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างอาเซอร์ไบจานกับอาร์เมเนีย ซึ่งถึงแม้ว่าตุรกีและอาร์เซอร์ไบจานและตุรกีจะพยายามผลักดันอย่างเต็มที่แต่ติดตรงที่อาร์เมเนียซึ่งส่วนหนึ่งของเส้นทางจะต้องตัดผ่านทางตอนใต้พยายามคัดค้านหัวชนฝา จนกระทั่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เข้ามาเป็นเจ้าภาพไกล่เกลี่ยจนเกิดข้อตกลงสันติภาพที่ลงนามในการประชุมสุดยอดไตรภาคีโดยประธานาธิบดีอิลฮัม อาลีเยฟ ของอาเซอร์ไบจาน และนายกรัฐมนตรี นิโคล ปาชินยาน ของอาร์เมเนีย โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ

รายงานระบุว่า โครงการนี้คาดว่าจะสร้างงานได้มากถึง 15,000 ตำแหน่ง และสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของภูมิภาคฝั่งตะวันออกของตุรกีได้ถึงร้อยละ 5-7 นอกจากนี้ ทางรถไฟสายใหม่จะช่วยลดเวลาในการขนส่งสินค้าจากเอเชียไปยังยุโรปได้ 10-15 วัน “ที่สำคัญที่สุดคือ มันจะเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้าจากเดิมที่ต้องผ่านรัสเซียหรืออิหร่าน ซึ่งเป็นการลดทอนความสำคัญด้านโลจิสติกส์ของรัสเซียในภูมิภาค” FISU อธิบายในการประเมิน

ข้อคิดเห็นจากสำนักงานฯ

อาเซอร์ไบจานเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่แต่มีข้อจำกัดด้านการเชื่อมต่อกับโลกตะวันตกโดยเส้นทางบก โครงการก่อสร้างทางรถไฟในระเบียงซานเกซูร์นี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในพลวัตการค้าของยูเรเซียและกลุ่มประเทศคอเคซัส โดยเสนอทางเลือกใหม่ทดแทนเส้นทางดั้งเดิมที่ต้องผ่านรัสเซียและอิหร่าน ซึ่งจะทำให้ตุรกีกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญสำหรับสินค้าที่เดินทางระหว่างเอเชียและยุโรป และอาจเปลี่ยนรูปแบบการค้าในภูมิภาคนี้ไปอีกหลายทศวรรษ

ตุรกีในฐานะประเทศที่ช่วยเจรจาข้อขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน กำลังหาช่องทางที่จะเป็นทางเลือกใหม่ในการเชื่อมโลกตะวันออกกับตะวันตก สิ่งนี้อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อบทบาทของรัสเซียในภูมิภาคนี้ด้วยเช่นกัน และในขณะเดียวกันตุรกีจะได้ประโยชน์โดยตรงจากการสร้างงานและการพัฒนาเศรษฐกิจในเส้นทางดังกล่าว และเป็นการเพิ่มอำนาจทางการค้าของตุรกีในภูมิภาคนี้

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการยังคงมีความกังวลถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เนื่องจากอิทธิพลของสหรัฐฯ ที่มีเหนือโครงการระเบียงเศรษฐกิจนี้อาจคุกคามความมั่นคงทางการค้าของจีนและก่อให้เกิดมาตรการตอบโต้ การลดอิทธิพลของรัสเซียอาจนำไปสู่แรงกดดันทางการเมืองที่จำกัดความเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ของตุรกี ดังนั้น ตุรกีจึงจำเป็นจะต้องจัดการกระบวนการด้วยความละเอียดอ่อนทั้งทางภูมิศาสตร์เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดยรักษาความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ไปพร้อมกับการดำเนินนโยบายที่สมดุลและสอดคล้องกับพลวัตของภูมิภาค

ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/dvrlqd1owe5xmtowhrwgzeaf

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *