CEO ARTICLE
RVC ภาษีทรัมป์
RVC เข้ามาเกี่ยวพันกับภาษีทรัมป์ได้อย่างไร ?
ภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) หรือ “ภาษีทรัมป์” ที่สหรัฐจะเรียกเก็บจากสินค้านำเข้าของประเทศต่าง ๆ นั้น การเจรจาล่าสุดประเทศไทยได้ลดจาก 36% เหลือ 19%
แต่เงื่อนไขมีหลายข้อ เช่น ไทยต้องสั่งซื้อพลังงานและอากาศยานจากบริษัทในสหรัฐ ไทยต้องลดดุลการค้าที่สหรัฐเสียเปรียบลงภายใน 5 ปี และไทยต้องรับกติกา RVC ใหม่ เป็นต้น
RVC มาจากคำว่า “Regional Value Content” แปลตามศัพท์หมายถึง มูลค่าของสินค้ามีส่วนผสมจากประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน การแปลตามศัพท์อาจเข้าใจยาก
หากแปลให้เข้าใจง่าย ๆ หมายถึง สินค้าไทยที่ส่งออกไปสหรัฐไม่ใช่ส่วนประกอบของไทยทั้ง 100% แต่มีของประเทศอื่นที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันผสมตามสัดส่วนที่กำหนด
ตัวอย่างเช่น RVC กำหนดให้มีส่วนประกอบของไทย หรือ LC (Local Content) ในมูลค่า 40% และมีส่วนประกอบของประเทศอื่นในกลุ่มภูมิภาคอาเซียนผสมในมูลค่า 60% เป็นต้น
RVC เป็นกติกาในกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิด (Rule of Origin) ที่กำหนดโดยองค์การการค้าโลก
เมื่อมีกติกา RVC ประเทศผู้ส่งออกจะถูกกำหนดให้ใช้วัตถุดิบ ทรัพยากร และแรงงานของตนในสัดส่วนเท่าไร และให้ใช้สัดส่วนที่นำเข้าจากประเทศในภูมิภาคมาผสมในสัดส่วนอีกเท่าไร
หากประเทศไทยปฏิบัติตามกติกานี้ได้ สินค้าที่ส่งออกก็จะได้ชื่อว่า “Made in Thailand” สามารถส่งไปยังสหรัฐ และเสียภาษีนำเข้าในสหรัฐตามอัตราใหม่ได้
ภาษีทรัมป์เป็นอุปสรรคการค้าที่เป็นภาษี (Tariff Barrier) ส่วน RVC เป็นเรื่องของสัดส่วนการผลิต เป็นอุปสรรคการค้าเหมือนกัน แต่เป็นอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (Non Tariff Barrier)
สหรัฐใช้ 2 อุปสรรคมาทุ่มใส่ไทยพร้อมกันน่าจะด้วยเหตุผล ดังนี้
1. ไทยปล่อยให้สินค้าจีนมาสวมสิทธิ์
สหรัฐทำสงครามการค้ากับจีนมานาน มีการห้ามนำเข้าสินค้าบางประเภทจากจีน
สหรัฐอาจพบว่า สินค้าจากจีนมาแวะที่ไทยก่อน มาใช้ไทยเป็นทางผ่านแล้วสวมสิทธิ์เป็นสินค้าไทยก่อนที่จะนำเข้าสหรัฐโดยไม่มีการผลิตเพิ่ม ทำให้สหรัฐเสียดุลการค้าไทยกับจีนมากขึ้น
2. สินค้าจีนภาษีต่ำกว่าที่ถูกกำหนด
สหรัฐตั้งกำแพงภาษีสินค้าบางประเภทจากจีนสูงในสงครามการค้า
แต่เพราะไทยละเลยการตรวจสินค้าให้มีการผลิตเพิ่ม ทำให้สินค้าจีนสวมสิทธิ์เป็นสินค้าไทย เสียภาษีต่ำกว่า และสหรัฐไม่สามารถเรียกเก็บภาษีจากสินค้าจีนในอัตราที่สูงกว่าได้
3. RVC เป็นเพียงข้ออ้าง
สหรัฐให้ไทยรับกติกา RVC ใหม่ คำว่า “ใหม่” ย่อมหมายถึง “มีของเก่า”
RVC เป็นกติกาที่กำหนดขึ้นโดยองค์การการค้าโลกเพื่อใช้ในข้อตกลงการค้าเสรี หรือ FTA (Free Trade Agreement) ให้ประเทศที่มีข้อตกลงใช้ร่วมกัน แต่สหรัฐและไทยไม่เคยมี FTA สหรัฐจึงไม่มีสัดส่วนเก่า ทำให้ไทยต้องวุ่นวายหาข้อยุติให้ได้ว่า สัดส่วนมูลค่าในกติกาใหม่ควรเป็นเท่าไร
สหรัฐน่าจะพบข้อ 1 และ 2 ข้างต้น ทำให้สหรัฐเสียหายจึงอ้าง RVC ใหม่ซึ่งเป็นสิ่งที่หน่วยราชการของไทยเข้าใจ แต่สุดท้ายก็ทำให้ไทยต้องวุ่นวายหาสัดส่วนมูลค่าสินค้าเพื่อเสนอโดยไม่รู้ว่า สัดส่วนมูลค่าเท่าไรจะทำให้สหรัฐพอใจ
เหตุผลทั้ง 3 ข้อข้างต้นเป็นการคาดเดาที่ทำให้สหรัฐอ้างการใช้ RVC กติกาใหม่
ส่วนผลที่ตามมาคือ นอกจากไทยจะต้องวุ่นวายแล้ว ภาษีทรัมป์ยังทำให้สินค้าที่นำเข้าไปสหรัฐมีราคาขายสูงขึ้น กระทบต่อค่าครองชีพ และทำให้คนอเมริกันเดือดร้อน
สหรัฐมีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มแข็ง เมื่อมีผลกระทบก็เกิดการร้องเรียนไปยังศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ (US Court of International Trade) ในทำนองที่ว่า ภาษีทรัมป์อาจขัดต่อกฎหมาย
ไม่มีใครรู้ว่า ศาลฯ ในสหรัฐจะตัดสินอย่างไร และจะให้ภาษีทรัมป์เป็นโมฆะหรือไม่ ?
แต่ที่พอจะมองเห็นความวุ่นวายครั้งนี้ก็น่าจะมาจากไทยที่ใช้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย หน่วยราชการไทยไม่ตรวจสอบถิ่นกำเนิดของสินค้าอย่างจริงจัง ไทยมีการทุจริต และมีการละเลยให้สินค้าชาติอื่นมาสวมสิทธิ์เป็นสินค้าไทยจนทำให้ไทยได้เปรียบดุลการค้ามากเกินจริง
RVC ในภาษีทรัมป์กำลังจะเป็นกติกาใหม่ที่ยังไม่มีใครรู้รายละเอียด เป็นเรื่องที่กระทบต่อผู้ส่งออกไทยโดยตรง และเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อประโยชน์ต่อตนเอง.
ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
(พื้นที่โฆษณา)
โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน ถูกกฎหมาย
อนุมัติใน 3 วัน ทำสัญญาที่สำนักงานเขตที่ดิน ไม่เช็คบูโร
ติดต่อ https://inno-home.com/loan-lead/
อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/
Date Published : August 11, 2025

Logistics
Daiwa Can เปิดตัวกระป๋องอุ่นไมโครเวฟได้ครั้งแรกในญี่ปุ่น
บริษัท Daiwa Can Co., Ltd. ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ของญี่ปุ่นเปิดตัวกระป๋องบรรจุอาหารที่สามารถอุ่นในไมโครเวฟได้เป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น นับเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน
บรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เร่งรีบของผู้บริโภคยุคใหม่นี้ ใช้ Non-Spark Cap ซึ่งคือฝาพลาสติกเสริมติดบริเวณก้นกระป๋องทำหน้าที่ลดการสะท้อนของคลื่นไมโครเวฟ และป้องกันการเกิดประกายไฟ (Sparking) ของโลหะ ขณะที่ให้ความร้อนสม่ำเสมอทั่วทั้งกระป๋อง นวัตกรรมนี้ทำให้ไม่ต้องถ่ายอาหารใส่ภาชนะอื่นก่อนนำเข้าอุ่น ซึ่งเป็นข้อจำกัดหลักของกระป๋องโลหะในอดีต
บริษัทฯ ใช้เวลาในการวิจัย และพัฒนานานกว่า 4 ปี ตั้งแต่ปี 2021 จนได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย และประสิทธิภาพสูงในการใช้งาน โดยสามารถลดระยะเวลาในการอุ่นอาหารในไมโครเวฟขนาด 500 วัตต์ เหลือเพียง 60 วินาที และมีความปลอดภัย ไม่เกิดประกายไฟใดๆ หากทำตามคำแนะนำในการใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ “พร้อมอุ่นและพร้อมรับประทาน” นี้ จะวางตลาดในปี 2026 ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค ทั้งในแง่ของความสะดวก ปลอดภัย และการลดปริมาณขยะภาชนะ ใช้แล้วทิ้ง โดยบริษัทฯ จะนำเสนอให้กับผู้ผลิตอาหารหลากหลายประเภท ทั้งอาหารกระป๋องสำเร็จรูป ซุป และเมนูอาหารพร้อมรับประทาน
การเปิดตัวนวัตกรรมนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการผสานความคิดสร้างสรรค์ทางวิศวกรรมกับความเข้าใจผู้บริโภค ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของ “ยุคใหม่แห่งกระป๋องอาหาร” ที่สะดวก ปลอดภัย และสอดคล้องกับวิถีชีวิตสมัยใหม่อย่างแท้จริง โดยบริษัทฯ จะผลักดันให้เทคโนโลยีนี้เป็นมาตรฐานใหม่ ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ของญี่ปุ่น และต่อยอดไปยังตลาดต่างประเทศต่อไป
ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/rz173cardqc83w4ffty0w75p








Leave a Reply
Want to join the discussion?Feel free to contribute!