CEO ARTICLE
สินค้า DUI
อะไรจะเกิดขึ้นหากประเทศไทยถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ?
คำตอบคือ เศรษฐกิจไทยจะวิกฤตอย่างหนัก สินค้าไทยจะถูกปฏิเสธจากต่างประเทศ การส่งออกจะลดลง การนำเข้าทำไม่ได้แบบปกติ การผลิตลดลง การจ้างงานจะลดตาม คนตกงานจะมีมากขึ้น คนขาดรายได้ และคนไทยทั้งประเทศจะได้รับผลกระทบในวงกว้าง
ประเทศที่ถูกคว่ำบาตรจนเศรษฐกิจตก เช่น เกาหลีเหนือ เมียนมา รัสเซีย คิวบา เป็นต้น
วันนี้ ผู้ส่งออกของไทยอาจทำให้ประเทศเสี่ยงต่อการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างไม่รู้ตัวจากการส่งออกปกติ แต่กลับเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทาง หรือสินค้า DUI (Dual Use Items)
DUI หมายถึง สินค้าที่ใช้ได้ทั่วไป แต่สามารถนำไปดัดแปลง พัฒนา หรือผลิตเป็นอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง หรือ WMD (Weapons of Mass Destruction) ตัวอย่างเช่น
1. อุปกรณ์เซนเซอร์เฉพาะทาง เลเซอร์ กล้องส่องทางไกล ระบบนำทาง (Navigation)
2. เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป แต่สามารถนำแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ไมโครคอนโทรลเลอร์ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ และเซ็นเซอร์ความแม่นยำสูงไปทำอาวุธสงคราม
3. ท่อ ปั๊มสแตนเลสที่ทนต่อสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารหรือนม แต่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการแยกแร่ยูเรเนียมหรือเคมีอาวุธได้
4. เคมีภัณฑ์ สารเคมีบางชนิด สารทำความสะอาดอุตสาหกรรม แต่สามารถนำไปเป็นสารตั้งต้นผลิตอาวุธเคมีได้ สารกัมมันตรังสี อุปกรณ์ และวัสดุพิเศษทางนิวเคลียร์
5. เครื่องมือและเครื่องจักรกลหนักที่สามารถนำไปใช้ในโรงงานนิวเคลียร์
6. อุปกรณ์การบินและอวกาศ ชิ้นส่วนอากาศยาน โดรน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับจรวด
7. อุปกรณ์ทางทะเล: ชิ้นส่วนเรือดำน้ำ, ระบบโซนาร์, และอุปกรณ์ใต้น้ำ
ทั่วโลกในปัจจุบันมีสงคราม อาวุธมีขนาดเล็กลง แต่อำนาจการทำลายล้างสูง
ข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSCR (United Nations Security Council Resolution) จึงกำหนดให้ทุกประเทศต้องมีกฎหมายป้องกันการเคลื่อนย้าย “สินค้า DUI” เพื่อป้องกันมิให้ประเทศส่งออกเป็นช่องทางผ่านไปสู่ประเทศที่มีสงคราม
ประเทศใดที่ไม่มีมาตรการควบคุม ไม่เข้มงวด และเมื่อพบว่าเป็นช่องทางให้ “สินค้า DUI” ผ่านที่ขัดต่อข้อมติข้างต้น ประเทศนั้นจะถูกคว่ำบาตรที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง
วันนี้ ประเทศไทยมี พรบ. การควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2562 และมีการประกาศให้สินค้าใดเป็น DUI ออกมาเรื่อย ๆ
ผู้ส่งออกจึงควรป้องกันตนเองด้วยการปฏิบัติตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
1. ตรวจสอบสินค้า DUI ได้ที่สายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ สายด่วน 1385 หรือกลุ่มงานบริหารสินค้าสองทาง กองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า โทร 02-547-4840
2. ตรวจสอบพิกัดสินค้าส่งออกออนไลน์ทั้งของกรมการค้าต่างประเทศ และกรมศุลกากรได้ที่ e-Self Classification เพื่อค้นหาชื่อสินค้า รหัสสารเคมี และพิกัดศุลกากรที่อยู่ในข่ายสินค้า DUI
3. หากสินค้าอยู่ในข่าย ให้ยื่นขอใบอนุญาตส่งออกล่วงหน้าผ่านระบบ e-Licensing ของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
4. แนบใบอนุญาตส่งออกที่ได้รับจากกรมการค้าต่างประเทศต่อกรมศุลกากรเพื่อผ่านพิธีการระบบอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบและปล่อยสินค้า
สินค้าที่ใช้ได้สองทางในบทความนี้มี 7 ประเภท อาจมีเพิ่ม การตรวจสอบจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อผู้ส่งออก หรืออย่างน้อยควรร่วมกับตัวแทนออกของ (Customs Broker) เพื่อช่วยกันตรวจสอบ
การป้องกันตนเองของผู้ส่งออกมิให้ทำผิดกฎหมาย และทำผิดข้อตกลงระหว่างประเทศถือเป็นการป้องกันมิให้ประเทศไทยถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากสินค้า DUI โดยตรง.
ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/
Date Published : July 27, 2026

Logistics
ไทยเห็นชอบการพัฒนาท่าเรือระนอง ขยายเส้นทางรถไฟชุมพร-ระนอง เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์
นายกรัฐมนตรีไทยเห็นชอบมอบนโยบายให้พัฒนาท่าเรือระนอง โดยขยายเส้นทางรถไฟชุมพร-ระนอง เชื่อมโยงระบบ โลจิสติกส์ทั้งระบบ โดยนายกรัฐมนตรีไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูร กล่าวว่าการปรับปรุงท่าเรือ เชื่อมต่อเส้นทางรถไฟ ถนนที่ขาด สามารถทำในระยะต่อไปได้เลย โดยมอบนโยบายให้เริ่มจากการปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันตกที่ระนองและเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟกับชุมพรก่อน เพื่อให้ท่าเรือระนองรองรับและเชื่อมโยงกับโลจิสติกส์ทั้งระบบ ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ ทางทะเล เชื่อมโยงประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ได้มากขึ้นและสะดวกขึ้นต่อไป
ผลกระทบ/โอกาส การพัฒนาท่าเรือระนองและขยายเส้นทางรถไฟชุมพร-ระนอง (รางต่อเรือ) เป็น “ศักยภาพและโอกาส”เนื่องจากเป็นแผนสำคัญของไทยและจะเกิดขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยง (Connectivity) การค้าการขนส่งไทย-เมียนมา (ท่าเรือระนอง-ท่าเรือย่างกุ้ง) รวมทั้ง เป็น Gateway การค้าผ่านแดนเมียนมาและการค้าผ่านแดนไทย เชื่อมโยงไทย เมียนมา และภูมิภาครอบข้าง เช่น อาเซียน จีน BIMSTEC (บังคลาเทศ อินเดีย ศรีลังกา ภูฏาน เนปาล เมียนมา และไทย)
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ผู้ประกอบการไทยพิจารณาโอกาสธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถใช้เส้นทางดังกล่าว ได้แก่ ท่าเรือระนอง-ท่าเรือย่างกุ้ง โดยเฉพาะเชื่อมโยงท่าเรือระนองกับเส้นทางรถไฟระนอง-ชุมพร ไปยังท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งนอกจากสนับสนุนการค้าการขนส่งไทย-เมียนมาแล้ว สามารถสนับสนุนการค้าการขนส่งผ่านแดนไทยไปจีนหรืออาเซียน และการค้าการขนส่งผ่านแดนเมียนมาไป BIMSTEC เป็นต้น เป็นประโยชน์ร่วมกันของไทย เมียนมา และภูมิภาคต่อไป
ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/q8uruo2ndou21iljvy9ilyc3







Leave a Reply
Want to join the discussion?Feel free to contribute!