CEO ARTICLE
โฮลอินวันครั้งที่ 3
กอล์ฟ ธุรกิจ การทำงาน และครอบครัวคล้ายกันอย่างไร ?
ราวปี พ.ศ. 2565 ผมปวดที่ข้อเท้าซ้าย แขนและศอกขวาจนตีกอล์ฟไม่ได้
คุณหมอโรงพยาบาลแจ้งว่าเป็น Tennis Elbow และเอ็นร้อยหวายอักเสบ ให้ยาได้ไม่แรงเพราะผมผ่าตัดหัวใจมาแล้ว 2 ครั้ง ทำกายภาพ และไปทำ Shortwave รักษาราว 4 เดือน
อาการดีขึ้นบ้าง แต่ไม่หาย เรื้อรัง คุณหมอบอกว่าไม่อันตราย หากจะตีกอล์ฟและทนเจ็บได้ก็ไปตี ในชีวิตผมผ่านการอดทนมามากจากการผ่าตัดหัวใจ เจ็บป่วยอีกนับไม่ถ้วน เข้าใจดีจึงยุติการรักษา ยอมอดทนแล้วออกไปตีกอล์ฟเพื่อออกกำลังกายและพบปะเพื่อน ๆ
ผมทนเจ็บตีกอล์ฟได้ราว 2 ปี อาการปวดก็ทุเลาลง มันดีขึ้นเองอย่างไม่น่าเชื่อ แต่กลับมาปวดที่แขนและศอกซ้ายแทนที่ ปวดมากซึ่งน่าจะเกิดจากกอล์ฟที่ต้องใช้แขนซ้ายเป็นหลัก
เมื่อกลับไปพบหมอ ทุกอย่างเหมือนเดิม เรื้อรัง รักษาไม่หาย ไม่อันตราย และหมอให้ไปตีกอล์ฟ แต่ครั้งนี้ ผมไม่สามารถยกหัวไม้ที่ยาวและหนักได้ด้วยแขนซ้าย มันเจ็บ ปวดมาก ตีได้แต่หัวเหล็กที่สั้นกว่าหัวไม้ คุณหมอจึงแนะนำให้ใช้อุปกรณ์รัดศอกซ้ายเพื่อบรรเทาอาการปวด
เมื่อผสมกับความอ่อนแอจากโรคหัวใจ ป่วยง่าย และอาการปวด ผมกลายเป็นนักกอล์ฟที่ไร้ฝีมือทันที แต่ก็ทน ก้มหน้าตีไปเพื่อออกกำลังกาย ไม่ใส่ใจใคร พบเพื่อน ๆ และหัวเราะ
แล้วสายรัดข้อก็ทำสิ่งไม่คาดฝันขึ้น วันศุกร์ 16 พ.ค. 2568 ที่ RSU Vista Golf หลุม 6 พาร์ 3 ระยะ 120 หลา ผมใช้เหล็ก 9 ตีลูกกอล์ฟเท่าที่แรงมี ลูกวิ่งกลางอากาศไปทางขวาดรอว์ (Draw) มาทางซ้าย ตกพื้นกระแทกผิวกรีน ลูกกระโดด วิ่งเข้าหาธง และลงหลุมไปต่อหน้าต่อตาเพื่อน ๆ
แน่นอน ผมตื่นเต้น มันคือ Hole in One ครั้งที่ 3 ที่ผมทำได้ ครั้งแรกทำได้วันที่ 7 ก.ย. 2537 ที่ Muang Ake Golf และครั้งที่ 2 ทำได้วันที่ 19 ม.ค. 2559 ที่ Chuan Chuen Golf
Hole in One ครั้งนี้ทำให้ผมฉุกคิด กอล์ฟ ธุรกิจ การทำงาน และครอบครัวก็คล้ายกัน
ผมเริ่มธุรกิจจากที่ไม่มีเงิน ไม่มีลูกค้า มีความรู้ผิว ๆ แต่มีความจริงใจให้ทีมงานและลูกค้า
ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้น ผมค่อย ๆ เรียนรู้ว่า อะไรบ้างที่ควรทำ ผมจะทำ แม้ว่าใจไม่อยากทำ และแม้ว่าจะไม่มีความสำเร็จใด ๆ ให้เห็นก็ตาม ผมจะก้มหน้าก้มตาทำโดยไม่เงยหน้ามองคนอื่น
อะไรบ้างที่ไม่ควรทำ ผมจะไม่ทำ แม้ใจอยากทำก็ตาม และอะไรบ้างที่ไม่ควรรู้ ไม่ควรไปพิสูจน์ ผมจะทำเป็นไม่รู้ ไม่สนใจ ไม่พิสูจน์ ปล่อยเรื่องให้เป็นไปตามทางของมัน
ผมทำผิดบ้าง ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำบ้าง แต่จะรีบแก้ไข และกลับมา ณ จุดเดิมโดยเร็ว
ธุรกิจของผมเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ล้มลุกคลุกคลานตามสภาพเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่ไม่ล้มตามคือ สิ่งที่ควรเรียนรู้ สิ่งที่ควรทำ และสิ่งที่ไม่ควรทำที่ผมยึดมั่นไม่ต่างจากกอล์ฟที่ร่างกายผมเจ็บปวด
มาถึง พ.ศ. นี้ ใครอยากเรียนรู้อะไรก็ง่ายแค่คลิกปลายนิ้ว อยากรู้ทฤษฎีการตลาดอะไร วิธีการพูด การคิด การวางแผน การจัดการ และการบริหารแบบไหนก็มีมากมายให้เลือกหลายทฤษฎี
เมื่อเลือกทฤษฎีใดก็ต้องทุ่มเท ต้องพยายามทำให้ครบทุกขั้นตอนตามทฤษฎีนั้น ไม่สนใจความสำเร็จเพราะความสำเร็จเป็นเรื่องของฟ้า แต่ความพยายามไม่หยุดหย่อนเป็นเรื่องของคน
ในทำนองเดียวกัน คนทำงาน คนมีร่างกายไม่สมบูรณ์ คนเจ็บ คนป่วย คนมีรายได้ไม่พอรายจ่าย หรือมีปัญหาครอบครัว หากต้องการชีวิตยืนยาว สดชื่น แจ่มใส หากต้องการทำงานให้ดี มีเงินเพิ่ม ให้ครอบครัวมีความสุขก็ต้องรู้ว่า อะไรบ้างที่ควรเรียนรู้ อะไรที่ควรทำก็ต้องทำสิ่งนั้น ต้องพยายามทำให้ได้ และอะไรบ้างที่ไม่ควรทำก็ต้องรู้ ต้องฝืนใจที่จะไม่ทำ ง่าย ๆ แค่นั้นเอง
ไม่มีใครสมบูรณ์ 100% ทุกคนมีขาด มีเกิน มีทำผิด ทำพลาดกันทุกคน
แต่คนที่พลาดต้องเรียนรู้ ต้องกลับมาจุดเดิมให้เร็ว ต้องทุ่มเทพยายามไม่หยุดหย่อน ต้องไม่ฝืนให้ได้ความสำเร็จ ต้องปล่อยความสำเร็จให้เป็นเรื่องของฟ้า และยึดมั่นความพยายามไว้ที่ตน
หากต้องทำ 100 เรื่อง หากวางแผนที่ดี ทุ่มเทแล้วล้มเหลวทั้ง 100 เรื่อง อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่า อะไรคือความล้มเหลว มันจึงเป็นไปได้ว่าเรื่องที่ 101 จะมีโอกาสสำเร็จตามแผนได้มากขึ้น
โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ผมพาธุรกิจจากไม่มีอะไร พาสังขารจากที่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่เกิด พาครอบครัวขาด ๆ เกิน ๆ จนถึงวัยชราในวันที่ผมทำ Hole in One ครั้งที่ 3 ผมจึงเข้าใจ
ทุกเรื่องมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้ มีสิ่งที่ควรทำ มีสิ่งที่ไม่ควรทำ และต้องพยายามทำไม่หยุดหย่อน ทั้งกอล์ฟ ธุรกิจ การทำงาน และครอบครัวจึงมีสิ่งที่ผิดพลาด แต่ต้องอดทนและพยายามคล้ายกัน.
ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
(พื้นที่โฆษณา)
โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน ถูกกฎหมาย
อนุมัติใน 3 วัน ทำสัญญาที่สำนักงานเขตที่ดิน ไม่เช็คบูโร
ติดต่อ https://inno-home.com/loan-lead/
อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/
Date Published : May 27, 2025

Logistics
จีนและเวียดนามเปิดเส้นทางการขนส่งทางถนนระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการขนส่งข้ามพรมแดน
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมากิจกรรมเปิดเส้นทางขนส่งทางถนนระหว่างประเทศจากจีนถึงกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ได้จัดขึ้นพร้อมกันที่เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน ขบวนรถขนส่งที่บรรทุกสินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผักสด และสินค้าทั่วไป ได้ออกเดินทางพร้อมกันจากหนานหนิงและคุนหมิง มุ่งหน้าสู่กรุงฮานอย ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารถบรรทุกขนส่งสินค้าของจีนที่ใช้เอกสาร CBTA (ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกการขนส่งข้ามพรมแดนสำหรับสินค้าและบุคคลในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง) ได้เข้าสู่เขตใจกลางของเวียดนามเป็นครั้งแรก ซึ่งได้เชื่อมโยงเส้นทางขนส่งสองสายจากจีนผ่านด่านเหอโข่ว และด่านโหย่วอี้กวนไปยังกรุงฮานอย เป็นการยกระดับความสะดวกในการขนส่งทางถนนระหว่างจีน-เวียดนาม
ขบวนรถประกอบด้วยรถบรรทุก 18 คันและรถโดยสาร 2 คัน จากกว่างซี และยูนนาน แบ่งออกเป็นสองเส้นทางมุ่งสู่กรุงฮานอย
เส้นทางแรก
ออกจากเขตสินค้าทัณฑ์บนเมืองหนานหนิง ผ่านด่านโหย่วอี้กวนเข้าสู่เวียดนามที่ด่านหูหงิ ผ่านจังหวัดหลั่งเซิน จังหวัดบั๊กซาง จังหวัดบั๊กนิญ ถึงฮานอย ระยะทางประมาณ 400 กม. ถึงในวันเดียว
เส้นทางที่สอง
ออกจากเขตสินค้าทัณฑ์บนนครคุนหมิง ผ่านด่านเหอโข่ว เข้าสู่เวียดนามที่ด่านลาวไก ผ่านจังหวัดเอียนบ๊าย และเมืองเหวียตจี่ของจังหวัดฟู้เถาะ ถึงฮานอย ระยะทางประมาณ 700 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 วัน
ระหว่างทาง ผู้แทนจากหน่วยงานขนส่ง ศุลกากร และตรวจคนเข้าเมือง ของทั้งสองประเทศได้ร่วมเดินทางเพื่อตรวจสอบสภาพถนนและการขนส่งของรถบรรทุก ตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานตามเส้นทาง และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้กิจกรรมเปิดเส้นทางดำเนินไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย การขนส่งครั้งนี้สามารถส่งจากจุดเริ่มต้นถึงที่อยู่ผู้รับโดยตรงในรูปแบบ “ประตูถึงประตู” และ “จุดถึงจุด” การขนส่งโดยตรงในครั้งนี้ใช้โมเดล “ตู้เดียวกันตลอดทาง” และ “รถคันเดียวกันตลอดทาง” ซึ่งใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของการขนส่งทางถนนที่ตรงจุด มีประสิทธิภาพสูง และหมุนเวียนต่ำ
บริษัท Sinotrans ซึ่งได้รับมอบหมายจากสำนักงานขนส่งชิงเต่าให้เป็นผู้จัดหาสินค้าและ ผู้ให้บริการขนส่งเต็มรูปแบบสำหรับการเปิดเส้นทางครั้งแรก ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานเวียดนามและกรมขนส่งกว่างซี เพื่อดำเนินความร่วมมือการขนส่งข้ามพรมแดน GMS นี้ ในกระบวนการเปิดเส้นทาง บริษัท Sinotrans ได้เตรียมการรับรองมาตรฐานการขนส่ง GMS เอกสาร CBTA และวางแผนเส้นทางข้ามประเทศล่วงหน้า รวมทั้งจัดรถและสินค้า รถบรรทุกทั้งหมดใช้ระบบ “คนขับคู่ + การควบคุมอัจฉริยะ” และใช้ระบบระบุตำแหน่งดาวเทียม Beidou เพื่อให้เห็นเส้นทางขนส่งแบบเรียลไทม์ตลอดกระบวนการ
การขนส่งทางถนนระหว่างประเทศจีน-เวียดนามครั้งนี้ใช้โมเดล “ตู้เดียวกันตลอดทาง” และ “รถคันเดียวกันตลอดทาง” ซึ่งช่วยลดเวลาขนส่งประมาณ 1 วัน และลดต้นทุนเฉลี่ย 800-1,000 หยวนต่อคัน เมื่อเทียบกับรูปแบบเดิมที่ต้องเปลี่ยนตู้ เปลี่ยนรถ และเปลี่ยนภาชนะขนส่งที่ด่าน สามารถบรรลุ “ออกวันนี้ ถึงวันรุ่งขึ้น” ได้ ความสำเร็จของโครงการนี้แสดงให้เห็นถึงการขนส่งแบบ “ประตูถึงประตู” ระหว่างจีน-เวียดนาม ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวก ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผ่านด่าน สร้างเส้นทางโลจิสติกส์ระหว่างประเทศสู่อาเซียน และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
GMS (Greater Mekong Subregion) อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครอบคลุม 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม เอกสาร CBTA คือ ใบอนุญาตขนส่งทางถนนในกรอบความร่วมมือ GMS โดยถ้ารถบรรทุกที่มีใบเอกสาร CBTA จะขับตามเส้นทางที่กำหนด ไม่ต้องจ่ายภาษีและเงินประกันให้กับสำนักงานศุลกากรระหว่างข้ามประเทศ GMS ซึ่งช่วยลดเวลาและต้นทุนการขนส่งอย่างมาก
ต่อไป จีนจะทำงานร่วมกับเวียดนามเพื่อเร่งการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ลดค่าธรรมเนียม วีซ่าคนขับ เพิ่มประสิทธิภาพการผ่านด่าน และส่งเสริมความร่วมมือการขนส่งกับเวียดนาม ลาว ไทย กัมพูชา ผ่านเครือข่าย GMS เพื่อสร้างเส้นทางโลจิสติกส์ระหว่างประเทศสู่อาเซียน
ปัจจุบัน เขตฯ กว่างซีจ้าง มีบริษัทขนส่งทางถนนระหว่างประเทศในภูมิภาค 85 แห่ง ในปี 2567 ปริมาณการขนส่งสินค้าและยานพาหนะที่ด่านตงซิงและด่านโหย่วอี้กวนเพิ่มขึ้น 68% และ 225% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2562 ในช่วง ม.ค.-เม.ย. 2568 ปริมาณการขนส่งสินค้าทางถนนระหว่างประเทศที่ด่านทั้งสองอยู่ที่ 1.8662 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 9.32% และยานพาหนะขาเข้า-ออก 240,200 คัน เพิ่มขึ้น 33%
ก่อนหน้านี้ จีน-ไทยเคยเปิดเส้นทาง GMS มาก่อน กล่าวคือ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567ขบวนรถขนส่งทางถนนระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เส้นทาง “ชิงเต่า (จีน) – กรุงเทพฯ (ไทย)” ได้ออกเดินทางจากท่าเรือชิงเต่า โดยกขนส่งสินค้าเกษตรสด ออกจากชิงเต่า โดยผ่านด่านโม่ฮานในมณฑลยูนนานออกจากประเทศจีน ผ่านประเทศลาว และเดินทางถึงกรุงเทพฯ ของไทย ระยะทางรวมประมาณ 4,400 กิโลเมตร ระยะเวลาการขนส่ง 14 วัน ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเวลาการขนอย่างมีประสิทธิภาพ
ความคิดเห็นของ สคต. ณ เมืองหนานหนิง การประสบความสำเร็จในการเปิดเส้นทางการขนส่งทางถนนระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ถือว่าเป็นการครั้งแรกในการดำเนินการของเขตฯ กว่างซีจ้าง อันจะเป็นโอกาสที่ยกระดับประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน ระหว่างประเทศจีนกับ เมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ต่อไปอาจจะมีการขยายเส้นทางไปถึงประเทศไทยในอนาคตด้วย ซึ่งจะเป็นโอกาสสำหรับการขนส่งที่มีประสิทธิภาพและการลดต้นทุนได้ในอนาคต
ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/204601








Leave a Reply
Want to join the discussion?Feel free to contribute!