CEO ARTICLE
ฮิลตันกาฐมาณฑุ
โรงแรมฮิลตันกาฐมาณฑุถูกเผาให้ข้อคิดอะไรกับการเมืองไทย ?
ฮิลตันกาฐมาณฑุ (Hilton Kathmandu) เป็นโรงแรมหรูระดับโลกที่อยู่ในประเทศเนปาล มีมูลค่าราว 8 พันล้านรูปี หรือราว 1,800 ล้านบาท เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2567
ใครจะไปเชื่อ โรงแรงเปิดได้ปีเดียวก็ถูกเผาจนวอดวายในวันที่ 9 ก.ย. 2568
ต้นเหตุเกิดจากรัฐบาลสั่งปิดสื่อโซเซียลหลาย Platform ที่เด็ก Gen Z ใช้วิจารณ์การทุจริตของนักการเมือง เด็ก Gen Z ไม่พอใจ ประท้วง เรียกร้องให้เปิด แต่รัฐบาลใช้กำลังปราบจนเกิดการจราจลส่งผลให้รัฐสภา สิ่งปลูกสร้างของรัฐ โรงพยาบาล โรงเรียน และคุกถูกเผาทำลาย
โรงแรมฮิลตันกาฐมาณฑุไม่น่าเกี่ยวข้องด้วย แต่ก็ถูกเผาด้วยข้อกล่าวหาที่ว่า หุ้นส่วนใหญ่ของโรงแรมเป็นของนักการเมืองที่พัวพันการทุจริต โรงแรมจึงเป็นสัญลักษณ์ของการทุจริต เป็นผลประโยชน์ของต่างชาติ เป็นการยึดครองของนักการเมืองและของกลุ่มชนชั้นสูงที่มีไม่กี่ตระกูล
การจราจลกระจายไปทั่ว มีคนทุกรุ่นเข้าร่วม มีคนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก
บ้านเรือนของคนในรัฐบาลถูกเผา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่าง ๆ ถูกตามล่า เมื่อพบตัวก็ถูกจับแก้ผ้าประจาน มีการลาออก รัฐบาลคุมไม่ได้ และทำให้เนปาลเป็นรัฐล้มเหลวชั่วข้ามคืน
เสียงเรียกร้องของเด็ก Gen Z ดังกระหึ่มดังมาก ตัวอย่างเช่น “พวกเราอยากเห็นการทุจริตในเนปาลจบลง” และ “พวกผู้นำมักให้สัญญาอย่างหนึ่งตอนเลือกตั้งโดยไม่เคยทำตาม พวกเขาคือต้นตอของปัญหามากมาย” เป็นต้น (MGR Online เผยแพร่ 11 ก.ย. 2568)
ในอดีต เนปาลเคยปกครองโดยระบบกษัตริย์ มีการแย่งชิงอำนาจ มีการทุจริตทุกวงการ มีการฆ่าล้างสถาบันกษัตริย์ และในที่สุดก็เปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นสาธารณรัฐเพื่อให้ดีขึ้น
แต่ก็ยังมีการทุจริตที่มากขึ้น ประชาชนมีแต่ยากจนมากขึ้นจนเด็ก Gen Z ทนไม่ไหว
โรงแรมฮิลตันกาฐมาณฑุในเนปาลถูกเผาเพราะเป็นสัญลักษณ์ของการทุจริต
ในประเทศไทยก็มีสัญลักษณ์ของการทุจริตมากมาย เช่น การถือครองที่ดินโดยมิชอบของผู้มีอำนาจ การถือครองหุ้น การดำเนินธุรกิจ สิ่งปลูกสร้าง เครื่องประดับ หรือแม้แต่บ้านเรือนของผู้มีอำนาจ หรือของนักการเมืองหลายยุคไม่ต่างจากการถือครองหุ้นในโรงแรมฮิลตันกาฐมาณฑุ
ทรัพย์สินหลายอย่างถ่ายโอนให้ทายาทที่มีมูลค่าเกินกว่ารายได้โดยไม่มีการตรวจสอบ
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็มีเด็ก Gen Z มีคนรุ่นใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา เคยมีการจราจลที่เกิดจากการเมือง การแย่งชิงอำนาจ และการทุจริตหลายครั้ง แต่ไม่รุนแรงเท่าเนปาลในครั้งนี้
ปัจจุบัน ประเทศไทยปกครองด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มักถูกเปรียบเท่ียบว่าแตกต่างจากประเทศอื่น มีองค์กรอิสระที่มีอำนาจตัดสินนักการเมืองที่ไม่ซื่อสัตย์ มีพฤติกรรมที่ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรม การทุจริต และมีการตัดสินให้นักการเมืองจากทุกพรรคต้องเว้นวรรค หรือถูกจำคุก
รัฐธรรมนูญ 2560 มีทั้งข้อดี มีทั้งข้อเสีย มีคนชอบ คนไม่ชอบ และเมื่อได้รัฐบาลใหม่ในปี 2568 ก็เกิดสัญญาที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจะยุบสภาฯ ภายใน 4 เดือนเพื่อเลือกตั้งใหม่
ไม่มีใครตอบได้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำได้ง่าย และได้จริงหรือไม่ ?
ไม่มีใครมั่นใจว่า เมื่อแก้ไขแล้ว การเมืองของไทยจะดีขึ้น และใสสะอาดขึ้นหรือไม่ ?
แต่หากแก้ไขแล้ว พฤติกรรมของนักการเมืองไม่ดีขึ้น ยังมัวเมายู่กับการแย่งชิงอำนาจ แย่งชิงผลประโยชน์ ขาดความซื่อสัตย์ ขาดจริยธรรม และเกิดทรัพย์สินที่เป็นสัญลักษณ์ของการทุจริตจนเป็นวิกฤติศรัทธา เชื่อว่า ความวุ่นวายจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยแน่ แต่จะวุ่นวายขนาดไหน ?
คนรุ่นใหม่มีการสื่อสาร มีความคิด มีความเชื่อ มีการลอกเลียนแบบคนรุ่นใหม่ และอาจไม่พอใจต่อการทุจริตที่สะสมมากขึ้นจนเลียนแบบเผาทำลายตามโรงแรมฮิลตันกาฐมาณฑุก็ได้
เนปาลมีรัฐธรรมนูญของเนปาล ไทยก็มีรัฐธรรมนูญของไทย แม้จะต่างกัน แต่ก็มีเด็ก Gen Z เหมือนกัน มีคนรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และอาจเกิดวิกฤติศรัทธาต่อการทุจริตเหมือนกัน
การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะมีตามสัญญาในครั้งนี้ นักการเมืองจึงควรทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ควรทำเพื่อตนเอง อย่างน้อยทำเพื่อป้องกันวิกฤติศรัทธาของคนรุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังเฝ้ามองโดยไม่มีใครรู้ว่า วันหนึ่งอาจเลียนแบบเผาทำลายทรัพย์สินที่เป็นสัญลักษณ์ของการทุจริตก็ได้
การเมืองสร้างสังคมและเศรษฐกิจให้เจริญ แต่การเมืองก็เป็นผู้ทำลายในเวลาเดียวกัน.
ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร
(พื้นที่โฆษณา)
โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน ถูกกฎหมาย
อนุมัติใน 3 วัน ทำสัญญาที่สำนักงานเขตที่ดิน ไม่เช็คบูโร
ติดต่อ https://inno-home.com/loan-lead/
อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/
Date Published : September 15, 2025

Logistics
“กัมพูชาเปิดใช้สนามบินใหม่ แทนที่สนามบินเดิมในกรุงพนมเปญ”
ท่าอากาศยานนานาชาติเตโช (Techo International Airport) มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้เปิดให้บริการแล้วในวันที่ 9 กันยายน 2025 หลายฝ่ายคาดว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับการเชื่อมโยงของกัมพูชากับนานาประเทศ รวมถึงการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ตุลาคม 2025 นี้
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ของกัมพูชา ได้แสดงความเห็นว่า เมื่อสนามบินใหม่นี้เริ่มเปิดใช้งาน จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว นักลงทุน และนักธุรกิจจากต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นสนามบินระดับนานาชาติขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน ดึงดูดความสนใจจากสายการบินชั้นนำ และเสริมสร้างความเชื่อมโยงของกัมพูชากับประเทศต่างๆ ทั่วโลก พร้อมทั้งส่งผลทางอ้อมให้กับกิจกรรมทางการค้าและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บริเวณถนนสมเด็จเตโช ฮุนเซน (Samdech Techo Hun Sen Boulevard) ซึ่งเชื่อมระหว่างกรุงพนมเปญกับสนามบิน ให้มีความคึกคักและเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งในปัจจุบันมีการสร้างอาคารสูง โครงการหมู่บ้านจัดสรร อาคารพาณิชย์ ธนาคาร โชว์รูม และร้านค้าต่างๆ อย่างต่อเนื่องในบริเวณดังกล่าวบ้างแล้ว
ด้านนาย Lim Heng รองประธานหอการค้ากัมพูชา ระบุว่า บริษัทที่พัฒนาสนามบินมีแผนจะจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษใกล้สนามบิน ซึ่งอาจเปลี่ยนบริเวณนั้นให้กลายเป็นศูนย์กลางพาณิชยกรรมแห่งใหม่ แม้ว่าในช่วงหนึ่งถึงสองปีแรก การพัฒนาอาจยังไม่เห็นผลชัดเจนเพราะพื้นที่รอบสนามบินมักเติบโตช้า แต่ในระยะยาว คาดว่าพื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพสูงในการเป็นแนวระเบียงเศรษฐกิจแห่งใหม่ของประเทศ
ทั้งนี้ สนามบินนานาชาติเตโช เข้ามาให้บริการอย่างสมบูรณ์แทนที่ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญนับตั้งแต่คืนวันที่ 8 กันยายน 2025 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดการให้บริการที่ยาวนานเกือบ 70 ปี โดยนายกรัฐมนตรีฮุน มาแนต ยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีแผนจะแปรรูปรัฐวิสาหกิจหรือขายพื้นที่ขนาด 400 เฮกตาร์ของสนามบินเดิม ซึ่งจะยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักเลขาธิการการบินพลเรือน และจะถูกใช้ประโยชน์เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติในระยะยาว
ข้อมูลที่น่าสนใจ
1. สนามบินนานาชาติเตโช ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 2,600 เฮกตาร์ ครอบคลุมหลายพื้นที่ในจังหวัดกันดาล และบางส่วนของจังหวัดตาแก้ว โดยสนามบินแห่งใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญที่ให้บริการมาตั้งแต่ปี 1959
2. สนามบินฯ ตั้งอยู่ห่างจากกรุงพนมเปญไปทางใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร ได้รับการลงทุนโดยบริษัท Cambodia Airport Investment Company (CAIC) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างสำนักเลขาธิการการบินพลเรือน กับบริษัท Overseas Cambodian Investment Corporation (OCIC) โดยสนามบินแห่งนี้ ได้รับการออกแบบตามมาตรฐานสากลระดับ 4F ซึ่งสามารถรองรับเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้ เช่น Airbus A380-800 และ Boeing 747-800
3. ตัวโครงการทั้งหมด กำหนดการก่อสร้างในสามระยะ โดยระยะที่หนึ่ง เปิดให้บริการในปี 2025 ประกอบด้วยรันเวย์ยาว 4 กิโลเมตร และสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 15 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2030 การก่อสร้างรันเวย์ที่สองจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเป็น 30 ล้านคนต่อปี และในระยะที่สามซึ่งจะแล้วเสร็จภายในปี 2050 สนามบินจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 45 ล้านคนต่อปี
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. สนามบินนานาชาติเตโช ถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของกัมพูชา ที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ของประเทศ ด้วยความสามารถในการรองรับเครื่องบินขนส่งขนาดใหญ่ที่สนามบินเดิมไม่อาจรองรับได้ รวมถึงยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว พร้อมทั้งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกัมพูชาในระดับภูมิภาค
2. โครงการนี้มีจีนเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างหลัก และมีแนวโน้มว่าผู้ประกอบการจีนจะมีโอกาสดำเนินธุรกิจบางประการในสนามบิน ซึ่งผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาให้ความร่วมมือด้านการจ้างเหมาช่วงงาน(Subcontract) จากผู้รับเหมาจีนได้ โดยเฉพาะส่วนระบบงานย่อยที่ต้องใช้วัสดุมาตรฐานตามสนามบินในระดับโลก
3. แม้อาคารสนามบินฯ ในระยะแรกนี้ ได้เปิดให้บริการแล้ว แต่พื้นที่โดยรอบยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ซึ่งอาจประสบข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา และระบบถนน ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนดำเนินธุรกิจในระยะเริ่มต้นสูงขึ้น ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมลงทุนจึงควรศึกษากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ และขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความคุ้มค่าในการลงทุนอย่างเหมาะสมต่อไป
ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/gh1xggpc4zt1qk04km1zm5s3








Leave a Reply
Want to join the discussion?Feel free to contribute!