CEO ARTICLE

Hard Power

Published on July 21, 2025


Follow Us :

    

Hard Power ต่างจาก Soft Power อย่างไร ?

หากจะให้เข้าใจง่าย ๆ ก็ควรเริ่มจาก Soft Power ที่อยู่ตรงข้ามก่อน
ราวปี ค.ศ. 1975 (พ.ศ. 2518) สหรัฐแพ้สงครามเวียดนาม พอปี ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523) ดร. โจเซฟ ไนย์ (Dr. Joseph S. Nye, Jr.) ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเกิดข้อสงสัยว่า สหรัฐทุ่มเทกำลังทหารมากมายในสงครามเวียดนาม แต่กลับแพ้อย่างหมดรูป
ทั้งที่แพ้ แต่ทำไมคนต่างชาติยังนิยม ยังชื่นชมสหรัฐ ยังดูหนัง ฟังเพลง และย้ายไปสหรัฐ ?
ดร. ไนย์ ศึกษา และได้คำตอบว่า มันเกิดจากวัฒนธรรมที่คนอเมริกันร่วมกันสร้าง ร่วมกันแสดงออกจนสังคมมีเสรีภาพ และเกิดค่านิยมทางการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่รัฐบาลสร้าง
ดร. ไนย์ มองว่าความชื่นชมนี้ไม่ได้เกิดจากการชี้นำ ไม่ได้เกิดจากการใช้อำนาจแข็งกร้าวของรัฐ หรือ Hard Power แต่เกิดจากประชาชนที่แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติด้วยอำนาจอ่อน
ดร. ไนย์ จึงใช้คำว่า “Soft Power” เพื่ออธิบายให้รัฐบาลสหรัฐเข้าใจ และให้ปล่อยอำนาจอ่อนนี้ทำหน้าที่ของมันในการสร้างอำนาจทางเศรษฐกิจให้สหรัฐ แต่ไม่สำเร็จ ตลอดเวลาที่ผ่านมา สหรัฐยังใช้กำลังทหารและใช้อำนาจที่แข็งกร้าวในการต่อสู้บนเวทีโลก (ดร. สมเกียรติ อ่อนวิมล)
“Soft Power” แปลตามตัวอักษรหมายถึง “อำนาจอ่อน” หรือ “อำนาจละมุน”
แต่ในความหมายของ ดร. ไนย์ หมายถึง ความสามารถในการโน้มน้าวใจผู้อื่นให้เต็มใจทำตามโดยไม่มีการบังคับ ไม่มีการชี้นำ ไม่ใช้อำนาจทางเศรษฐกิจ ไม่ใช้อำนาจทางทหาร แต่เป็นการสร้างความน่าดึงดูดใจให้เกิดความชื่นชม ผ่านทางวัฒนธรรม (Culture) ค่านิยมทางการเมือง (Political Values) และนโยบายต่างประเทศ (Foreign Policies)
เมื่อคนต่างชาติพบเห็น ถูกดึงดูด นิยม ชมชอบ และทำตามก็จะเป็น Soft Power

Soft Power เกิดจากประชาชนที่ร่วมมือกันโดยธรรมชาติจนคนต่างชาตินิยม ชมชอบ และทำตาม แต่ Hard Power เกิดจากผู้มีอิทธิพลชี้นำ บังคับ หรือใช้อำนาจทางเศรษฐกิจให้ทำตาม
ในด้านวัฒนธรรม ประเทศไทยมีประเพณีและวัฒนธรรมมากมาย เป็นพลังที่ไม่มีการชี้นำ ไม่มีการบังคับจากรัฐ เกิดจากประชาชนโดยธรรมชาติ เช่น อาหารไทย สงกรานต์ไทย การไหว้ การแต่งกายชุดไทย ชุดนักเรียนหญิงของไทย กางเกงมวยไทย กางเกงช้าง ผ้าขาวม้า ยาดม และอื่น ๆ อีกมากที่ชาวต่างชาติพบเห็น นิยม และทำตามมานาน
แต่พอมีรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างออกหน้าก็อาจไม่เป็น Soft Power ได้ง่าย ๆ
ในด้านการเมือง การเลือกตั้งทุกระดับของไทยส่วนใหญ่มีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการชี้นำจากผู้มีอิทธิพล มีผลประโยชน์ต่างตอบแทน การขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีต่าง ๆ ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพียงตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์
ค่านิยมทางการเมืองของไทยในสายตาคนต่างชาติจึงไม่น่าจะใช่ Soft Power
ในด้านนโยบายต่างประเทศเป็นเรื่องของรัฐชัดเจน แม้รัฐจะมีนโยบายต่างประเทศที่ดี แต่การผลักดันให้นโยบายได้รับการปฏิบัติ ให้เป็นที่นิยมชมชอบในต่างประเทศกลับไม่โดดเด่น
ทั้ง 3 ช่องทางคือที่มาของ Soft Power ของไทยตามแนวคิดของ ดร. ไนย์
แต่วันนี้ การเมืองและการต่างประเทศของไทยมีสภาพที่ถอยห่างจาก Soft Power มากขึ้นเรื่อย ๆ ในสายตาคนต่างชาติที่เห็นการชี้นำจึงอาจเป็น Hard Power แทนที่
ประเทศไทยจึงเหลือแต่วัฒนธรรมที่ยังเป็นที่ชื่นชมของต่างชาติจนเป็น Soft Power
แต่พอมีการเมืองเข้ามาผลักดันอย่างออกหน้า มีการใช้เงินเป็นพันล้าน และมีอิทธิพลชี้นำ ในสายตาของต่างชาติ และในความหมายของ ดร. ไนย์ อาจกลายเป็น Hard Power แทนที่
การส่งเสริม Soft Power ที่ดีจึงควรทำอย่างลับ ๆ อาจใช้เงินมากได้ แต่ไม่ประชาสัมพันธ์ว่าเป็น Soft Power เช่น รัฐรณรงค์ให้เคารพกฎจราจร ให้มีความกตัญญูที่ถูกต้องต่อประเทศ ต่อผู้มีพระคุณ การไหว้ที่ถูกต้อง การยิ้ม การใช้เสื้อผ้าไทย อาหารไทย หรือสงกรานต์ที่ถูกต้อง เป็นต้น
รัฐเพียงทำให้เกิดวัฒนธรรมและประเพณีที่ถูกต้อง ทำให้คนไทยมีส่วนร่วมมาก ๆ ร่วมด้วยความสมัครใจ ให้คนต่างชาติเห็น ชื่นชม ทำตาม เพียงเท่านี้ Soft Power ก็เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ
แต่หากใช้เงินชี้นำและประชาสัมพันธ์ว่าเป็น Soft Power จนประชาชนต่อต้าน ไม่เห็นด้วย ทั้งที่เป็น Soft Power ดี ๆ อยู่แล้วก็อาจกลายเป็น Hard Power แทนที่อย่างน่าเสียดาย
Hard Power และ Soft Power เป็นอำนาจเหมือนกัน แต่ Hard Power เป็นอำนาจแข็งที่เข้าไปบงการ ชี้นำ หรือใช้เงินอย่างออกหน้า และไม่เกิดความนิยมชมชอบจากผู้พบเห็น.

ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร

(พื้นที่โฆษณา)
โฉนดแลกเงินด่วน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน ถูกกฎหมาย
อนุมัติใน 3 วัน ทำสัญญาที่สำนักงานเขตที่ดิน ไม่เช็คบูโร
ติดต่อ https://inno-home.com/loan-lead/

อ่านบทความอื่นที่เขียนโดย ดร. สิทธิชัย ชวรางกูร ได้ที่ https://snp.co.th/e-journal/

Date Published : July 21, 2025

Logistics

วูล์ฟเฟีย พืชลอยน้ำโปรตีนสูงจากประเทศไทย

สตาร์ทอัพจากมหาวิทยาลัยฮอกไกโด Float Meal มีแผนจะจัดตั้งฐานการผลิตพืชน้ำ “วูล์ฟเฟีย” (Wolffia) หรือ ไข่ผำ ในประเทศไทยภายในปี 2570 โดยวูล์ฟเฟียเป็นพืชน้ำจืดที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ ซึ่งจากการวิจัยล่าสุดพบว่ามีปริมาณโปรตีนสูง บริษัทจึงพัฒนาวูล์ฟเฟียในรูปแบบผงสำหรับใช้ในอาหาร เพื่อตอบสนองความต้องการโปรตีนทางเลือกที่เพิ่มขึ้นในตลาด และกำลังได้รับความสนใจจากผู้ผลิตอาหารมากขึ้น ล่าสุด ทางบริษัทสามารถหาแหล่งที่ดินสำหรับการผลิตในประเทศไทยได้แล้ว โดยมีแผนจะสร้างบ่อเลี้ยงน้ำจืดหลายบ่อ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกวูล์ฟเฟียอย่างมีประสิทธิภาพ และเนื่องด้วยประเทศไทยมีสภาพภูมิอากาศอบอุ่น จึงเหมาะกับการเพาะปลูกพืชน้ำดังกล่าว โดยตั้งเป้าผลิตในรูปแบบผงให้ได้หลายพันตันต่อปี

Float Meal ก่อตั้งขึ้นในปี 2566 ขณะนี้บริษัทกำลังทำการวิจัยและทดลองที่โรงเรือนในแหล่งปลูกองุ่นบนเกาะฮอกไกโด โดยใช้เทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรซึ่งรวมถึงการควบคุมอุณหภูมิในโรงเรือนให้อยู่ระหว่าง 25–30 องศาเซลเซียส และการเพาะปลูกร่วมกับจุลินทรีย์เฉพาะชนิด เพื่อหาวิธีการผลิตที่ดีที่สุด ทางบริษัทได้เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์วูล์ฟเฟียในรูปแบบผงให้กับผู้ผลิตอาหารภายในประเทศญี่ปุ่นแล้ว และมีคู่ค้ากว่า 40 ราย ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีการนำผงวูล์ฟเฟียไปผสมในอาหารหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น วูล์ฟเฟียที่ผลิตในประเทศไทยจะถูกแปรรูปเป็นผงโดยบริษัทแปรรูปในท้องถิ่น และส่งกลับไปจำหน่ายให้กับผู้ผลิตอาหารในญี่ปุ่น

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
วูล์ฟเฟีย (ไข่ผำ) เป็นพืชอาหารดั้งเดิมของไทย ซึ่งรัฐบาลไทยกำลังผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยได้แนะนำวูล์ฟเฟียให้เป็นซูเปอร์ฟู้ดของประเทศไทยในงาน “International Green Week 2025” ที่กรุงเบอร์ลิน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยได้กำหนดแนวทางการใช้วูล์ฟเฟียเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ สำหรับอาหารมนุษย์ และอาหารสัตว์ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรนำระบบ การปฏิบัติทางเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) มาใช้
จากข่าวนี้แสดงให้เห็นว่า วูล์ฟเฟียเริ่มได้รับความสนใจในประเทศญี่ปุ่นในฐานะวัตถุดิบใหม่ แม้จะยังเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับบริษัทและองค์กรที่เกี่ยวข้องในไทยในการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

ข้อคิดเห็น/เสนอแนะของ สคต. (สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น)
ในฐานะแหล่งโปรตีนทางเลือก ประเทศไทยได้ส่งออกอาหารจากแมลงไปยังญี่ปุ่นแล้วเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น จิ้งหรีดกินได้ ซึ่งเป็นที่นิยมในญี่ปุ่นมากกว่าประเทศอื่น ๆ เหตุผลหลักคือประเทศไทยมีมาตรฐาน GAP สำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีด ทำให้ผู้นำเข้าเชื่อมั่นในความปลอดภัย เช่นเดียวกัน สำหรับวูล์ฟเฟีย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยได้กำหนดมาตรฐานและสนับสนุนให้เกษตรกรขอรับรอง GAP ผู้ส่งออกของไทยควรเตรียมระบบให้สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้ และดำเนินการขอรับรอง GAP ก่อนจะเริ่มทำการตลาดในญี่ปุ่น ซึ่งจะเพิ่มโอกาสความสำเร็จได้มากขึ้น

ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/dt6r9bjcmyliykjkd220te7d

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *